ในการบริหารจัดการใดๆเราคงไม่สามารถแยกองค์กรหรือหน่วยงานจากบริบทด้านต่างๆอื่นออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานบุคคลซึ่งมีความสลับซับซ้อนเกี่ยวโยงกับมิติด้านต่างๆมากมาย สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกิดขึ้น ณ ส่วนหนึ่งส่วนใดจะภายในหรือภายนอกองค์กรก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อหน่วยงานหรือองค์กรบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นมีระดับความรุนแรง ความเข้มข้น หรือพลังกดดันมากน้อยเพียงใด
เฉพาะส่วนของปัจเจกชนคนหนึ่ง การที่เราจะให้เขาทำงานด้วยใจ ด้วยการทุ่มเท และด้วยทุกสิ่งที่เขามีอยู่นั้นไม่ง่ายเลย คงต้องอาศัยกึ่นของผู้รับผิดชอบระดับต่างๆ และหากดูในส่วนที่ปัจเจกชนนั้นเป็นส่วนหนึ่งหรือสมาชิกของส่วนต่างๆ ก็ยิ่งยากไปใหญ่ เพราะมันจะมีอิทธิพล เงื่อนไข และปัญหาต่างๆที่เขาคนนั้นได้รับและเผชิญหน้าอยู่พ่วงเข้ามาด้วยเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างกันไปในแต่ละคน หลากหลายในแต่ละวัย เพศ และการศึกษา
การเข้าใจธรรมชาติของคนและสิ่งที่เข้ามามีอิทธิพลต่อคนจะช่วยให้องค์กรสามารถเผชิญหน้ากับบุคลากรในองค์กรอย่างเหมาะสม และสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าจากบุคลากรแต่ละคน ในทางตรงกันข้าม หากไม่รู้ไม่เข้าใจและไปทำอะไร ไปกำหนดบางสิ่งโดยคิดเอาง่ายๆ ไม่คำนึงถึง "ธรรมชาติ" ของคนแล้วแน่นอนว่า เราจะวนเวียนอยู่กับฝันร้ายแม้ยามที่เราตื่นจากหลับแล้วก็ตาม
เพราะคนมีความซับซ้อนและมีหลายแบบ..
แต่การที่จะทำให้ใครทำงานได้อย่างทุ่มเท.แอ๊วมองว่า.มันมีอยู่อย่างน้อยก็สามปัจจัยค่ะ.(เทียบกับมุมมองตัวเองนะคะ)
หนึ่ง..คนนั้นเค้ามีความรับผิดชอบดี(ต้องบอกว่าโชคดีที่ได้คนดีมาทำงาน)
สอง..เค้ารักงานและเห็นความก้าวหน้าหรือความสุขจากงานที่ทำ
สาม..ผู้บริหารมีความน่าเลื่อมใส..ศรัทธา..(รักหัวหน้าก็เลยอยากให้หัวหน้าชื่นใจในผลงาน/ตัวเอง)
ซึ่งถ้ามองดีๆแล้ว..ส่วนนิสัยส่วนตัวนั้นเราเปลี่ยนเค้ายาก..แต่ถ้าเราอยู่ในส่วนผู้บริหาร.นั่นก็หมายความว่า..เราต้องมีในหลายๆอย่างที่จะทำให้เค้าเลื่อมใส..ศรัทธากับเรา..(ตัวอย่างดีมีค่ากว่าคำสอน..และถ้าได้ใจ(ศรัทธา)ของลูกน้องแล้ว..ก็เหมือนได้ทุกอย่างค่ะ..
ประเด็นนี้ชอบค่ะ..เพราะคิดไปก็เหมือนครูกับลูกศิษย์นี่ล่ะค่ะ..เรารักครูคนไหนเนี่ย..ไม่ต้องให้ครูใช้หรอกค่ะ..ทำให้ครูเลย..อย่างเต็มใจ(อยากให้ครูรัก..และรักครูค่ะ..)
เป็นความเห็นที่เขียนได้ยาวที่สุดเลยนะคะ..^__^
ขอบคุณค่ะ..
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ เพราะมหาวิทยาลัยในบางครั้งไม่เข้าใจความเป็นธรรมชาติของบุคคล เลยคิดว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ตามความเข้าใจของตน สุดท้ายมันก็จะเป็นฝันร้ายแม้ยามตื่นขึ้นมาแล้วก็ตามจริงๆ
หันหน้าเข้าหากัน หมั่นเช็ค ความเข้าใจซึ่งกันและกัน สักวัน สิ่งสรรค์ในมหาวิทยาลัยของเราก็จะมีเพิ่มขึ้น มากกว่านี้อีกครับ เพราะอย่างน้อยปัญหาของเราก็น้อยกว่าสถาบันอื่นในความคิดผม อยู่ที่บางครั้งเรายังจมปลักอยู่กับปัญหาเดิมๆๆ ทั้งๆที่ อิสลาม สอนให้เราต้องไม่ถูกงูกัดในซ้ำรูเดิม แต่ผมก็เห็นมันเป็นแบบนี้ทุกที เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
ใช่
ก็หวัง(แต่ไม่รู้กีปีแล้วกับความหวัง)เช่นนั้น..
แต่ที่เห้นบางสวนก็พัฒนา บางแล้ว แต่บางสวนก็ยังคงเดิม..
หมั่นรดน้ำพรวนดิน เพื่อโลกของเรา
สวัสดีครับท่าน ผอ.ประจักษ์ เป็นภาพที่มีความหมายมากครับ ดั่งคำที่เขาว่า ภาพหนึ่งภาพสื่อความหมายกว่าพันคำ...
ขอบคุณมากครับอาจารย์เสียงเล็กๆสำหรับข้อคิดเห็นที่มีค่าและขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ขอบคุณครับ เจ้าหญิงป่วนสีตีนูรฟาร่าหฺ (أُخْتٌ صَغِيْرَةٌ ) ที่แวะมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้