กรุงเทพฯ กลับเข้าสู่ภาวะปรกติ

กรุงเทพฯถูกทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนจบจริงๆ (ตอนที่ 6)ต่อจากตอนที่แล้ว

 

 กรุงเทพฯก็เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติ .......แต่ก็มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นควบคู่กันไปนั่นคือการฉกฃิงวิ่งราวลักเล็กขโมยน้อย  รายแล้วรายเล่า........ทั่วบ้านทั่วเมือง บางรายถึงกับถุกทำร้ายร่างกายถึงเลือดตกยางออก มีรายหนึ่งที่ผมเห็นกับตาคือในตอนค่ำของวันหนึ่งที่พวกเราซึ่งมีตำรวจากจังหวัดสุพรรณบุรีในเครื่องแบบ มาเยี่ยมเพือนคนหนึ่งในกลุ่มพวกเรา พวกเราจึงพากันไปเดินเที่ยวหาอะไรกินเล่นที่ตลาดบ้านขมิ้นหลังกรมอู่ทหารเรือ ข้างตลาดนี้ท่างซ้ายมือมีทางเดินเป็นสพานไม้เล็ก ๆ มาจากท่าเรือแจวข้ามฟากไปท่าเรือท่าช้างวังหลวงฝั่งกรุงเทพฯ ทางเดินนี้ค่อนข้างเปลี่ยวมีแสงไฟฟ้าข้างทางเพียงสล้ว ๆ ขณะที่พวกเรานั่งกินบัวลอยไข่หวานของแม่ค้าสาวสวยกับลูกค้าคนอื่น ๆ กินกันไป พูดจาหยอกล้อและจีบแม่ค้าไปด้วย ได้มีชายคนหนึ่ง เดินโซซัดโซเซจากทางเดินเล็ก ๆ ติดกับตลาดดังกล่าวเข้ามาที่เพื่อนที่แต่งเครื่องแบบตำรวจ เราสังเกตุเห็นว่าเขาใช้มือขวากดปิดที่ท้องน้อยไวัตลอดเวลา เขาบอกกับเพื่อนตำรวจของเราว่า 'ตำรวจ ผมถูกแทง ช่วยผมด้วย" แล้วเขาก็เปิดมือออกจากหน้าท้องให้เห็นแผลและลำใส้ที่......

 

ทะลักออกมาที่เขาพยายามกดกันไว้ไม่ให้ออก เราเห็นเลือดแดงฉานไปทั่วบริเวณแผลนั้นและมือของเขาด้วย  เพื่อนเราคือ สิบตำรวจโท ทองม้วนบอกเขาว่า'ผมเป็นตำรวจต่างจังหวัด  ไม่ใช่ตำรวจท้องที่  ไปจับคนร้ายเองไม่ได้  ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลก่อน'จากนั้นเขาและเพื่อนอีก 2 คนก็พาชายคนนั้นไปหารถสามล้อรับจ้างที่อยุ่ไม่ใกลนัก ไปโรงพยาบาลศิริราช 

เช้าวันรุ่งขึ้นทราบจากเพื่อนที่พาผู้เคราะร้ายไปโรงพยาบาล ว่า หมอรับตัวไว้แล้วพาเจ้าห้องฉุกเฉินทันที  หลังจากนั้นก็ออกมาบอกว่า เขาโขคดีที่ลำใส้ไม่ขาด ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว  คืนนั้น เขาและสิบโทม้วน ฯ ต้องไปให้การที่ สน.บางกอกน้อยอยู่เป็นเวลานานกว่าจะได้กล้บที่พัก

 และแล้ว ..กรุงเทพฯ ที่ถูกทิ้งระเบิดปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 หลาขครั้งหลายหนที่ได้เล่ามาจากที่เห็นกับตา และ หรือใกล้ชิดกับเหตุการ์ณ,หรือได้รับคำบอกเล่าในบางส่วนจากผู้อื่นบ้าง รวมกันจนเป็นบันทึกนี้เสียยาว  ก็คงต้องจบลงเสียที 

ขอขอบคุณท่านที่ติดตามอ่าน  และขออภัยท่านผู้รู้อื่น ๆหากมีบางส่วนบางตอนผิดพลาดไปบ้างเพราะอายุมากแล้วความจำส่วนนั้นอาจคลาดเคลื่อนไป...แต่รับรองว่าเรื่องที่เล่ามาแต่ต้นเป็นเรื่องจริง ไม่ได้คัดลอกมาจากเรื่องของใคร หากจะมีบางตอนไปพ้องกับเรื่องของคนอื่นหรือพาดพิงกับคนอื่นใดก็น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่าและขออภัย ณ ที่นี้ด้วย...

สวัสดีครับผม จาก

ผม -วรโพธินามะ

25 เม.ย.51