อิทธิบาท 4
- ฉันทะ คือ ความพอใจในปฏิปทาที่ปฏิบัติอยู่เสมอ
- วิริยะ คือ มีความเพียร พยายาม ไม่ท้อถอย
- จิตตะ คือ ในใจในข้อวัตรปฏิบัตินั้นเนืองนิตย์
- วิมังสา คือ ใคร่ครวญพิจารณา ในข้อวัตรปฏิบัตินั้นโดยถูกต้อง
กฏ 4 อย่างนี้ท่านเรียนกว่า อิทธิบาท 4 แปลว่า เข้าถึงความสำเร็จ
อิริยาบท
นักปฏิบัติผู้หวังผล โดยมากมักจะหนักใจในอิริยาบท คิดว่า นั่งอย่างไร นอนได้ไหม เดิน ยืน ได้หรือเปล่า ขอบอกไว้ให้ทราบว่า วิธีปฏิบัติในอิริยาบทนั้นๆ สมเ็ด็้จพระผู้มีพระภาคไม่ทรงจำกัดไว้ ท่านว่าได้ทั้ง 4 อิริยาบท คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
การนั่ง
ท่านไม่ได้จำกัดไว้ ท่านว่านั่งได้ตามสบาย ชอบขัดสมาธิ หรือ นั่งพับเพียบ หรือท่าใด ท่าหนึ่ง ที่พอเห็นว่าเหมาะสมหรือ พอสบาย ท่านว่าทำได้ แต่ตามแบบท่านพูดไว้เป็้นกลาง ๆ ไว้ว่า เข้่าสู่ที่สงัด นั่งขัดสมาธิ ตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น ท่านว่าไว้อย่างนี้
ตั้งกายให้ตรง เอากันเพียงแค่ เท่าที่จะตรงได้ สังเกตดูด้วยการทดลองสูดลมหายใจเข้าออก เอาพอหายใจสบาย ๆ ถ้าคนหลังงอหลังโกง บังคับให้ตรงเป๋ง คงไม่ได้ คงต้องให้เหยียดพอดีเท่าที่เหยียดได้
นอน
ท่านว่าควรนอนตะแคงขวา แบบสีหไสยาสน์ ทว่าถ้านอนตะแคงขวาไม่ได้เพราะเหตุใดก็ตาม ท่านจะนอนท่าใดก็ได้ ตามแต่ที่ท่านจะเห้นว่าสบาย
การยืน
แบบยืนนี้เห็นจะไม่ต้องอธิบาย ก็การยืนไม่มีหลายท่า เอากันแค่ยืนได้ ขืนใครเล่นพิเรนทร์ ยืนนอกแบบฉบับ ก็เห็นจะลำบาก
การเดิน
การเดินนี้มีความสำคัญมาก ต้องขออธิบายสักหน่อย เดินท่านเรียกว่า จงกรม ทำอย่างไร ท่านไม่ได้อธิบายไว้ แต่ตามที่ปฏิบัติกันมา ท่านสอนให้เดินหลายอย่าง คือ
1.เดินนับก้าว ที่เท้าก้าวไป
2.เดินกำหนดการรู้ก้าวไปและถอยกลับ รู้พร้อมทั้งการแกว่งแขน และยกขาว่า ก้าวเท้าซ้าย หรือเท้าขวา แกว่งแขนซ้าย หรือแขนขวา ก้าวไปข้างหน้าหรือข้างหลัง ดังนี้เป้นต้น
3.เดินกำหนดอารมณ์สมาธิ คือกำหนดนิมิตสมาธิตามอารมณ์กรรมฐานที่เจริญอยู่ โดยเดินไปตามปกติธรรมดา
ขอสรุปเอาว่า การเดินปฏิบัติ ท่านเรียกว่า เดินจงกรม คือเดินควบคุมสติให้รู้ว่า ก้าวไปหรือ ถอยกลับ ใหม่ ๆท่านให้ฝึกนับก้าวว่า เดินไปได้กี่ก้าวจึงถึงที่หมาย ตอ่มาให้กำหนดรู้ว่าเราเดินด้วยเท้าซ้าย หรือเท้าขวาให้กำหนดรู้ไว้เพื่อรักษาสมาธิ ต่อไปก้เดินกำหนดอารมณ์กรรมฐาน ถ้าเป็นกรรมฐานมีรูป ก็กำหนดรูปกรรมฐานไปพร้อม ๆกัน กรรมฐานกองใดได้สมาธิในขณะเดิน กรรมฐานกองนั้นสมาธิไม่มีเสื่อม
วิธีเดิน ตอนแรกควรเดินช้า ๆ เพราะจิตยังไม่ชิน ต่อเมื่อจิตชินแล้ว ให้เดินตามปกติพร้อมกำหนดรู้ไปด้วย เมื่อใดถ้าเดินเป็นปกติ รู้การก้าวไปและถอยกลับได จิตไม่เคลื่อนและรักษาอารมณ์สมาธิ หรือนิมิตกรรมฐานได้เป็นปกติ ทั้งเดินในที่ฝึกหรือเดินเป็นธุรกิจแล้ว ก็ชื่อว่าท่านเป้นนักปฏิบัติ ที่เข้าระดับแล้วพอจะเอาตัวรอด
บังคับหยุด
การเดินควรฝึกทั้งหลับตา ทั้งลืมตา ตอนแรก ๆ ฝึกลืมตา พอชำนาญเข้าให้ฝึกหลับตา แล้วกำหนดให้หยุดโดยกำหนดใจไว้ว่า ถึงตรงนั้นจงหยุด หรือบังคับการแยกทางว่า ถึงตรงนั้นจงแยกทาง หรือขณะเดินนั้นอธิฐานให้กายเดินย้อนไปย้อนมา ตามแนวเส้นทางให้ถูกต้อง ส่วนจิตถอดท่องเที่ยวไปในภพต่าง ๆ บังคับกายเดินให้ตรงทางที่มีส่วนตรง และโค้ง เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามเส้นทาง
หรือบังคับให้หยุดตรงที่กำหนด ให้หยุดกี่นาที แล้วเดินต่อไปตามกำหนดอย่างนี้ เป้นวิธีเดินจงกรมฝึกกรรมฐาน การเดินควรฝึกให้ถึงขั้นปกติ
อานิสงส์เดินจงกรม
การเดินจงกรม เป็นการเปลี่ยนอิริยาบท ไม่ให้เส้นสายยึดจนกลายเป็นคนง่อยเปลี้ย และยังทำให้ท้องไม่ผูกอีกด้วย
