จากใจคุณพ่อ & คุณแม่น้องก้านตอง
การจัดการเรียนรู้...ตลอด ๑ ปี ที่ผ่านมา
“ศน.อ้วน ให้การบ้านผมกว้างใหญ่มากครับ ตั้ง ๓ ข้อเชียว” คุณพ่อน้องก้านตองพูดกับผู้เขียน พร้อมกับยิ้ม ๆ อย่างน่ารัก ในวันที่ ๒๕ เมษายน ที่ผ่านมา...ที่โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย “แต่ผมก็จะพยายามตอบครับ” “ต้องอย่างงั้นสิคะ...เยี่ยมมากค่ะ”
เพียงแค่คำถามเดียวสั้นๆ แต่ยากที่จะตอบแบบสั้นๆ ให้ครอบคลุมทั้งคำถาม เอาเป็นว่าจะพยายามบอกเล่าให้กระชับและได้ใจความมากที่สุด เท่าที่จะทำได้..ครับ
อันที่จริง หากจะแยกกล่าวถึงเฉพาะช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา อาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกไขว้เขวไปว่าเรื่องของก้านตองเป็นกรณีพิเศษที่มีความเฉพาะตัวสูง แต่เราอยากบอกว่ากระบวนการเรียนรู้ของครอบครัวก้านตองนั้นเป็นสิ่งที่สั่งสมต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่าอายุของน้องก้านตอง แม้ในช่วงที่ก้านตองเข้าโรงเรียน เมื่อกลับบ้านพ่อแม่จะดูเนื้อหาที่ลูกเรียน ทบทวนและเพิ่มเติมให้ทุกวัน ลูกจะเป็นผู้เล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังโดยละเอียด ครูสอนอย่างไร วิชาไหนสนุก วิชาไหนน่าเบื่อ ทำให้เราสามารถต่อยอดให้ลูกได้ และมีเรื่องให้พูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ
ในความคิดเห็นของพ่อและแม่ น้องก้านตองก็ไม่แตกต่างจากเด็กทั่วๆ ไปในเรื่องความสามารถในการเรียนรู้ ก้านตองไม่ใช่เด็กสติปัญญาดีเลิศหรือเรียนรู้อะไรได้รวดเร็วเป็นพิเศษ ออกจะไปในทางค่อยเป็นค่อยไปเสียด้วยซ้ำ แต่ข้อเด่นของลูกอยู่ที่นิสัยพื้นฐานสำคัญสองประการ คือ ความตั้งใจ และความพยายาม ...ด้วยเป็นสิ่งที่ครอบครัวเราบอกกล่าวกันเสมอ “พยายามให้ถึงที่สุด แล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่เป็นไร”
..ใช่เลยค่ะ..ตรงใจจริง (ของผู้เขียนค่ะ)..
นอกจากนั้น ยังช่วยให้เรารู้ว่าลูกจะเรียนรู้ได้ดีในสถานการณ์เช่นไร และแบบไหน เป็นต้นว่า ลูกไม่ชอบการเรียนแบบนั่งฟัง ชอบทำโครงงานต่างๆ ที่ต้องอาศัยเวลาและการสังเกต ซึ่งตรงนี้โรงเรียนอาจให้ไม่ได้เต็มที่ การเรียนที่บ้านจึงทำให้เราสามารถเสริมสิ่งที่ลูกสนใจได้เต็มที่ บางวิชาที่ค่อนข้างน่าเบื่อ เราจะใช้วิธีพูดคุยแลกเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนกัน เช่น เมื่ออ่านวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี เราอยากให้ลูกเขียนสรุปย่อเพื่อดูว่าลูกเข้าใจภาษาที่ใช้ในวรรณคดีจริงหรือเปล่า ลูกขอไม่เขียน แต่จะวาดรูปเป็นการ์ตูนช่องแทน ซึ่งการ์ตูนของลูกก็ลำดับเรื่องราวออกมาได้เป็นอย่างดี และทำให้เราในฐานะผู้สอนทะลุกรอบของตัวเองออกไปได้
หรือเมื่อต้องเรียนประวัติศาสตร์สุโขทัย ลูกบอกว่าน่าเบื่อมาก เรา(ก็เห็นด้วย)จึงปรับไปใช้วิธีซื้อหนังสือการ์ตูนความรู้ประวัติศาสตร์ที่ลูกสนใจอยู่แล้วให้ลูกอ่านแทน หรือหากเรียนๆ ไปแล้วลูกไม่มีสมาธิ คุณภาพงานลดลง เราจะหยุดไว้ก่อน เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น พร้อมเมื่อไรค่อยกลับมาเรียนต่อ
ด้วยเหตุที่เป็นครอบครัวเดี่ยวขนาดเล็ก มิได้ร่ำรวยแต่อย่างใด ดังนั้นการจะก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาต่างๆ จึงต้องพึ่งพาความร่วมแรงร่วมใจของสามคนพ่อแม่ลูก แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างงานบ้าน เราไม่มีแม่บ้านไม่มีพี่เลี้ยงเด็ก ลูกก็ได้เรียนรู้ว่าหากหนูไม่ทำ ไม่พ่อหรือแม่ก็ต้องเป็นคนทำ (ความสบายของเรา มักอยู่บนความลำบากของคนอื่นเสมอ) สิ่งเหล่านี้นำพามาซึ่งความรักความเข้าใจ พร้อมใจกันเพื่อเผชิญกับปัญหาต่างๆที่จะเข้ามาชีวิตเรา
ความจริงแล้วอาศัยเพียงความรัก ความเข้าใจ ใส่ใจ ความพยายาม เป็นพื้นฐาน ทุกครอบครัวก็สามารถอบอุ่นได้ ที่พูดเช่นนี้ก็มิได้จะสรุปว่าข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์สินเงินทอง และสิ่งอื่นๆ นั้นไม่มีความสำคัญ แต่เรามองสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงปัจจัยที่ช่วยให้ครอบครัวเราดำเนินไปได้สะดวกสบายขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ที่ช่วยให้ครอบครัวเราก้าวผ่านปีแรกของบ้านเรียนมาได้ และน่าจะพอตอบคำถามที่ว่า “ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงสอนลูกของตัวเองได้”
..............
..............
นอกเรื่องไปเสียยืดยาว... วกกลับมาสู่ประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอน ประเด็นหลักประการหนึ่งที่ ศน.อ้วน ได้กรุณาชี้ให้เห็นแล้ว คือ ครอบครัวเราถือหลัก “การเรียนรู้ร่วมกัน” เป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่ในขณะที่เราทำหน้าที่เป็นผู้สอน เราก็ยังต้องเปิดตาเปิดใจเพื่อที่จะเรียนรู้จากผู้เรียนของเรา อยากรู้/สนใจในเรื่องอะไร... ลูกรู้ในเรื่องที่เราจะบอกจะสอนแล้วมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เราจะเสริมต่อความรู้ที่เขามีได้อย่างไร จะเชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นๆ ได้ไหม... ผู้เรียนมีความพร้อมที่จะเรียนไหม...
ตัวอย่างเช่น การสอนคณิตศาสตร์ นอกจากการเตรียมสื่อการสอนเพื่อช่วยสร้างความเข้าใจในหลักและแนวคิด พ่อและแม่จะพยายามทำความเข้าใจวิธีคิด-วิธีแก้โจทย์ของลูกก่อน แล้วปรับสิ่งที่เราจะสอนให้สอดคล้องกับวิธีการนั้นๆ หลายครั้งเราพบว่าวิธีคิดของลูกง่ายและซับซ้อนน้อยกว่าวิธีของเราเสียอีก สิ่งเล็กๆ เช่นนี้ทำให้พ่อแม่(ผู้สอน) เรียนรู้ที่จะยอมรับและเคารพในเรื่องความหลากหลายของวิธีการ ซึ่งแน่นอนว่าอาจไม่ใช่วิธีหรือขั้นตอนที่ผู้สอนถนัด (แต่แน่นอนว่าผู้สอนต้องพยายามทำความเข้าใจเรื่องที่จะสอนให้ดีเสียก่อน อาจจะแลกเปลี่ยนในมุมมองอื่นๆ อาทิ ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น การตรวจสอบ ฯลฯ )
ประเด็นหลักที่พ่อแม่ (ในฐานะผู้จัดการศึกษา) ให้ความสำคัญในปีแรกนี้คือ การสร้างกระบวนการเข้าถึงความรู้เพื่อปูทางไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน จึงเตรียมความพร้อมในเรื่องเครื่องมือสำคัญ อาทิ ความเข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การใช้ภาษาอังกฤษ การค้นหาข้อมูลทั้งจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต การพิมพ์สัมผัส ฯลฯ ส่วนด้านเนื้อหานั้นส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ อีกส่วนเป็นเนื้อหาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร โดยพยายามที่จะบูรณาการหรือเชื่อมโยงไปจากจุดที่ตัวผู้เรียนมีความสนใจ หรือสถานการณ์แวดล้อม ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยการเตรียมการ ค้นคว้าหาข้อมูล สื่อ แหล่งเรียนรู้ หรือกิจกรรมที่สอดคล้องและเชื่อมโยง (งานส่วนนี้...แม่เป็นหลักในการช่วยจัดเตรียมให้เสมอ) ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการสอนเรียงตามบทเรียนที่กำหนดไว้ในหนังสือ...
เยี่ยมจริง ๆ ค่ะ...
เรื่องการเตรียมการสอน
เพราะฉะนั้น เมื่อลูกไปเรียนรู้อะไรมา หรือทำกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้อื่นที่น่าสนใจ เราจะขอให้เขาเล่าให้ฟัง และสอนเราต่ออย่างที่เขาได้เรียนมา เด็กทุกคนเต็มใจและภูมิใจที่จะเล่าถ้าผู้ใหญ่แสดงความสนใจ เราเชื่อว่าวิธีนี้นอกจากจะทำให้เขาเข้าใจและจดจำสิ่งที่เขาเรียนรู้มาได้ดีขึ้นแล้ว เรายัง(ถือโอกาส)ค้นคว้าต่อ และนำมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่เขาต้องเรียนได้ด้วย
..สุดยอดค่ะ..ลูกสอนพ่อแม่ก็ได้ด้วย..เรียนรู้ร่วมกัน
ด้านวิธีการเรียนการสอน ยึดหลักให้สนุกกับการเรียนรู้ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่น่าเบื่อ ไม่ต้องทนท่องจำตำราเรียน ได้เรียนรู้จากการลงมือปฎิบัติ ใช้กิจกรรมที่ผู้เรียนชื่นชอบ เช่น การอ่าน การเขียน ศิลปะ การถ่ายภาพ มาใช้สร้างชิ้นงานประกอบการเรียนรู้ ดังนั้นรูปแบบกิจกรรมจึงมักมีลักษณะเป็นกิจกรรมโครงงานที่บูรณาการเอาหลากสาระหลายทักษะเข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนร่วมกัน อาทิ โครงงานเลี้ยงแมลง โครงงานแม่ครัวตัวน้อย การจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายของตนเอง... ในบางสาระที่ต้องอาศัยการจดจำ ก็จะพยายามสร้างเครื่องมือหรือกิจกรรมที่จะช่วยเสริมการจดจำ เช่น การวาดรูป การทำแผนภาพความคิด
…ขอปรบมือให้ดัง ๆ อีกค่ะ..
นี่คือเบญจลักษณ์แห่งการเรียนรู้
ตามพรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ค่ะ..
อย่างที่รับรู้กัน..ผู้เรียนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการเรียนการสอน เมื่อผู้เรียนใส่ใจ ทุ่มเท ตั้งใจ สิ่งที่เราจะช่วยได้ก็คือ พยายามทำให้สิ่งที่เขาต้องลงแรงลงใจทำนั้นไม่น่าเบื่อเกินไปนัก พยายามช่วยให้การเรียนรู้ของเขากลายเป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย ปลุกเร้าความอยากรู้ของเขาให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา ช่วยให้เขามีฝัน มีหวัง มีเป้าหมาย...
ด้านสังคม... หมายถึงพัฒนาการทางสังคมของน้องก้านตอง นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นคำถามแกมความห่วงใย ที่ครอบครัวของเราได้รับอยู่เสมอ ทั้งจากญาติผู้ใหญ่ ผู้ปกครองของเพื่อนๆ ลูก ตลอดจนเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย ซึ่งตอนเริ่มทำบ้านเรียนใหม่ๆ พ่อและแม่ก็ตระเตรียมแผนการรองรับไว้ อาทิ ปรับการเรียนรู้บางกิจกรรมให้เป็นกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเด็กอื่นๆ มองหาค่ายฯ หรือกิจกรรมกลุ่มที่มักจะมีผู้จัดในช่วงปิดภาคเรียน... แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้จริง เรากลับพบว่าประเด็นด้านสังคมนี้กลับคลี่คลายไปเองโดยธรรมชาติ โดยในแต่ละสัปดาห์ ก้านตองจะได้พบกับกลุ่มเพื่อนๆ เป็นประจำอย่างน้อย 3 กลุ่ม เพื่อนที่เรียนภาษาอังกฤษที่ วาย.เอ็ม.ซี.เอ (เสาร์-อาทิตย์) และที่บริติช เคาซิล (อาทิตย์) และเจอกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดิมที่ไปทำกิจกรรมที่บ้านครู Debbi ยังไม่นับเพื่อนสนิทใกล้บ้าน เพื่อนที่สนามเทนนิสหรือสระว่ายน้ำ ...
กลายเป็นว่า ก้านตองมีโอกาสที่จะได้คบเพื่อนที่หลากหลายมากกว่าตอนอยู่ในโรงเรียนเสียอีก ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวและทำงานร่วมกับเพื่อนต่างวัย ซึ่งเห็นได้อย่างเด่นชัดว่าในช่วงปีนี้ น้องก้านตองมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงขึ้น ดูแลตัวเองได้ และอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างกลุ่มต่างวัยได้อย่างเหมาะสม
..ท่านผู้อ่าน..รวมทั้งครูสุ..ที่ยังสงสัย ได้คำตอบแล้วนะคะ..
บทบาทของครอบครัวแม้พ่อแม่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้จัดการเรียนการสอนและครูผู้สอนในบางโอกาส แต่บทบาทในฐานะพ่อแม่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลย การให้การดูแลเอาใจใส่ลูกด้วยความรักและความห่วงใย ดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ทำให้ลูกเติบใหญ่กล้าแข็งยิ่งขึ้น
…ประทับใจจริง ๆ ค่ะ...
การได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน การได้เฝ้าดูลูกเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ มีโอกาสและเวลาที่จะพูดคุยสื่อสารกันได้อย่างเต็มที่ เป็นการส่งเสริมสัมพันธภาพภายในครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งนี่นับเป็นคุณูปการของการจัดการเรียนการสอนแบบบ้านเรียนโดยแท้...
เราก็เหมือนกับพ่อแม่ส่วนใหญ่ที่อยากให้ก้านตองเติบโตท่ามกลางบรรยากาศที่มีความสุข เป็นมิตร มีหวัง มีพลังสร้างสรรค์ และเรียนรู้ตลอดเวลา เราไม่เคยมุ่งหวังความเป็นเลิศ หรือชัยชนะที่ลูกต้องแลกด้วยความสดใสของวัยเด็ก
ดังนั้น... ตัวชี้วัดความสำเร็จของเราจึงไม่เน้นความเก่งเป็นสำคัญ หากจะนำเกณฑ์ "เก่ง ดี มีสุข" ที่ ศน.อ้วนเกริ่นไว้มาอ้างอิง เราคงเรียงลำดับกลับเป็น "สุข-ดี-เก่ง" เพราะความสุข ความอบอุ่น ความรัก ย่อมเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะฟูมฟักให้ลูกหลานของเราเป็นคนดี รักดี อันจะเป็นหนทางสู่ความเจริญ และนำมาซึ่งความสำเร็จ (ความเก่ง) ในทัศนะของเรา
...น้ำตาซึมเชียวค่ะ..ความปีติเต็มหัวใจ
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเราขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆ ความคิดเห็น คำติชม และกำลังใจ การได้รับรู้ว่ามีสายตาที่กำลังเฝ้ามองเราด้วยความเอื้ออาทรนั้น เป็นแรงเสริมแรงส่งอีกส่วนให้ครอบครัวเราก้าวเดินต่อไป แม้ว่าจะเป็นเส้นทางที่ไม่สู้จะคุ้นเคยนัก แต่หนึ่งปีที่ผ่านไปก็สร้างความมั่นใจให้เรามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่เขตการศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ทุกท่านเข้าใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่เรา พร้อมที่จะรับฟังเรา ทั้งๆ ที่แต่ละท่านก็มีเวลาน้อยนิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราอุ่นใจได้ว่าเส้นทางสายนี้ยังคงอบอุ่นอยู่เสมอ
ขอบคุณครับ/ค่ะ.....ครอบครัวก้านตอง
ปล. ตอบข้อเดียวก็ยาวยืด อุปสรรคปัญหา การแก้ไข และความภูมิใจ ก็มีอยู่ไม่น้อย..หากไม่น่าเบื่อหน่ายจนเกินไป พร้อมจะเล่าสู่ให้ท่านผู้อ่านให้ฟังกันอีก สวัสดีครับ/ค่ะ
กิจกรรมการเรียนรู้หลายๆ อย่างมักเป็นการทำงานและเรียนรู้ร่วมกัน
ในภาพเป็นการบันทึกภาพและข้อมูลของพรรณไม้ (ตะลิงปลิง)ก่อนการทำเป็น
ตัวอย่างพรรณไม้อัดแห้ง ...(พี่เสื้อเหลืองชื่อพี่ปลายลูกพี่ลูกน้องของก้านตองเองค่ะ)...

มีอีกหลายภาพค่ะ..ที่น่ารัก ๆ ..ค่อยนำขึ้นในบันทึกต่อไปนะคะ..
กับอีกหนึ่ง..การจัดการศึกษาโดยครอบครัวของประเทศไทย..ที่น่าชื่นชม

สวัสดีค่ะ คุณวัชราภรณ์ วัตรสุข
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ได้อ่านบันทึกนี้ ชอบมากค่ะ ดูแล้วน้องเขาคงมีความสุขมากเลยนะค่ะ กับการเรียนรู้กับพ่อแม่แบบนี้
คุณพ่อวิคม คุณแม่น้องก้านตองคะ...
สวัสดีค่ะ...อ.สุวิมล
ค่ะ ได้อ่านสิ่งที่ดี มีความสุข ก็ทำให้ใจมีความสุขได้ค่ะ
ไม่เข้าใจคำว่า ภาคสี่ ค่ะ
แค่ อ่านบันทึก ภาพ 1 ภาพที่เห็น สื่อความสุข..ถึงใจคนอ่านเลยค่ะ แล้วจะติดตามรับความสุขแบบนี้อีกน่ะค่ะ
ตามมาเชียร์
หนูต้องขอโทษอาจารย์มากกว่า ค่ะ สงสัย หนูจะเบลอเอง นะค่ะ อาจจะขี้ลืมบ้าง เป็นบางเวลาค่ะ อาจารย์ค่ะ หนูอยากได้หนังสือ ที่อาจารย์ได้แต่งไว้
- หญ้าจ๋าอย่าร้องไห้ , น้ำใจมดดำ ,กระรอกน้อยผจญภัย ,จิ๊บยอดกตัญญู , แจงหลงทาง ,หนอนน้อยผจญภัย , มะขาม-มะยมชมป่า, คมคาย-คงคอยกระต่ายน้อยน่ารัก จิ๋วผจญภัย ,ครอบครัวของแพรว , แหวนพลอยที่หายไป ,ลุงแดงสอนหลาน ความฝันของเกลียวฟาง(หนังสือสามมิติ) และ เรื่อง "อะหยังเอ๊าะ" (อะไรเอ่ย) นอกจากนี้เป็น คู่มือครู ,เทคนิคการสอน, แบบฝึกเสริมทักษะ รูปแบบบการสอนภาษาไทย เพลง ฯลฯ
- หนังสือส่งเสริมการอ่าน เรื่อง มะขามมะยมชมป่า
- ผลงานสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (สื่อ CAI) เรื่อง ข้อคิดจากข่าว
ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหนค่ะ
สวัสดีครับท่านอาจารย์วัชราภรณ์
กลับถึงบ้านหรือยังคะ ฝนตกไหมคะ..เป็นห่วงค่ะ
มอบให้ครอบครัวน้องก้านตองค่ะ
(ครูสุเจ้าขา..ขอยืมหน่อยนะคะ)
มอบให้ ศน.อ้วนคนเก่งของครูตุ๊กแกค่ะ^_^
สวัสดีค่ะ ศน.อ้วน
ตั้งแต่ปิดเทอมหนูไปว่ายน้ำเกือบทุกวันเลยทำให้ตัวดำขึ้นเยอะเลยค่ะ ที่สระว่ายน้ำมีเพื่อนเยอะค่ะ สนุกมาก แต่เวลาอยู่บ้านก็มีความสุขมาก มีเพื่อนมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ
วันที่ 1 กับ 2 หนูจะไปตลาดนัดวิชาการ ไปเรียนทำไอศครีมกับหุ่นยนต์ทำมือที่โรงเรียนยุพราชค่ะ
คุณแม่ฝากถามมาว่า เบญจลักษณ์แห่งการเรียนรู้คืออะไรคะ หนูเองก็อยากรู้ อยากให้คุณครูอ้วนช่วยอธิบายด้วยค่ะ
ขอโทษค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12 คือน้องก้านตองเองค่ะ (หนูลืมใส่ชื่อ...)
สวัสดียามรัตติกาลค่ะ..ท่านผอ.ประจักษ์
** ขอบพระคุณท่าน ผอ.มากค่ะ..
**ในความกรุณาเข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมครอบครัวน้องก้านตอง
** ชื่นชมท่านผอ.จังค่ะ...ท่านมีภาพสวย ๆ ฝากหนุ่ม ๆ สาว ๆ ใน G2K รวมทั้งบันทึกนี้ด้วย อย่างสม่ำเสมอ..ทั่วถึง..
** กราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งค่ะ...
สวัสดีค่ะ..น้องสุวิมล
** ขอบคุณมากค่ะ..ที่แวะเวียนมาทักทายอีกค่ะ และสนใจหนังสือสำหรับเด็ก
**สำหรับหนังสืออ่านสำหรับเด็ก ที่จัดทำและนำเสนอที่หน้าประวัตินั้น ไม่ได้จำหน่ายค่ะ..เพราะใช้งบราชการในการจัดทำ..มอบให้คุณครูภาษาไทยของโรงเรียนในสังกัด ใช้เป็นสื่อการสอนค่ะ
** ณ ตอนนี้กำลังจะนำมาปรับปรุงใหม่ค่ะ..หากเสร็จแล้วจะมอบให้น้องสุวิมลนะคะ..รอนิดหนึ่งนะคะ..แต่มีเหลืออยู่เป็นบางเล่ม ค่อยรอส่งไปให้พร้อมกันนะคะ(ประมาณ ๒ เดือนค่ะ)
** แล้วแวะมาอีกนะคะ...อย่าลืมทวงด้วย.. เพราะ ศน.อ้วนชอบลืมค่ะ (อิๆๆ)
สวัสดีค่ะ…
สวัสดึค่ะ ขอเรียกพี่ ศน.อ้วน นะค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับหนังสือ ค่ะ รอได้ค่ะ นานแค่ไหนก็จะรอค่ะ และจะติดตามทวง แบบประชิด เลยค่ะ ขอบคุณอีก ครั้งค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ..ครูสุ
ขอบคุณครูสุมากค่ะ..ที่ครูสุติดตามคอยให้กำลังใจครอบครัวก้านตองตลอดมา
ได้อ่าน..ได้เห็น..การจัดการเรียนรู้ของคุณพ่อคุณแม่น้องก้านตองแล้วคงทำให้ความสงสัยของครูสุ..หลาย ๆ ข้อกระจ่างขึ้นนะคะ
พวกเราก็คอยให้กำลังใจและชื่นชม..ครอบครัวก้านตองต่อไปนะคะ
ขอบคุณครูสุมากค่ะ..
แล้วแวะมาทักทายอีกนะคะ..สวัสดีค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ..ครูตุ๊กแกคนน่ารัก
****************************
ครอบครัวก้านตอง..ดีใจและฝากขอบคุณมากค่ะ..สำหรับกำลังใจและทุกอย่างที่ครูตุ๊ก..มอบให้ค่ะ..
ขอบคุณครูตุ๊กมากค่ะ..ที่เป็นห่วง..พอได้ออกบ้านแล้วมักหลงใหลกับแสงสีค่ะ..กลับบ้านจึงเกือบค่อนคืนทุกครั้ง..ถึงบ้านแล้วก็สลบไสลสิ้นสติสมประดี..กว่าจะได้คุยกับครูตุ๊ก..ก็ข้ามไปอีกวันแล้ว..อิๆๆ (ไม่ถือโทษโกรธเคืองนะคะ..คนดี)
ขอกอดอุ่นๆหน่อยค่ะ..มีความสุขกับวันนี้นะคะ(การเข้าเฝ้าพระอินทร์)..อิๆเอิ๊กๆ
บ๊ายบายจ้า..
หนูก้านตองจ๋า..
ครูอ้วนดีใจที่สุดค่ะ..ที่หนูก้านตองเข้ามาคุยด้วย..และขอโทษนะจ๊ะที่คุยด้วยช้าไปนิด
ยังไม่เชื่อว่าผิวคล้ำขึ้นเยอะ..วันนี้ครูอ้วนจะตามไปดูให้เห็นกับตาค่ะ..ที่ห้องหุ่นยนต์ทำมือ..นะคะ (จะแอบกอดไม่ให้ใครเห็นด้วย..)
ครูอ้วน..อยู่ที่ห้องทำคลิปวีดิโอค่ะ..อยู่คนละตึกกับหนูก้านตองค่ะ..
อย่างไรก็ตามจะไปพบให้ได้ค่ะ..ครูอ้วนมีตุ๊กตาน่ารักและนมดัชมิลค์..ไปฝากด้วยนะคะ (ครูอ้วนได้มาตั้งแต่คราวก่อนนู้น..ตั้งใจให้หนู..แต่ก็ไม่ได้ให้ซักกะที..วันนี้ไม่พลาดแน่นอนจ้ะ..)
..แล้วพบกันนะจ๊ะ..เด็กดี
สวัสดียามเช้าค่ะ..คุณแม่กรรณิการ์และหนูก้านตอง(อีกครั้งหนึ่งค่ะ..)
"เบญจลักษณ์แห่งการเรียนรู้" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ คือการจัดการเรียนรู้ตามแนวปฏิรูปค่ะ..
ที่เราได้ยินจนชินหูกันค่ะว่า.."การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ..เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง" นั่นแหละค่ะ..
ตัวบ่งชี้ที่แสดงว่าเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ..มี ๕ ประการค่ะ
๑.ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข
๒.ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ
๓.ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม (ไม่แยกส่วน..ไทย..คณิต..วิทย์..ฯลฯ..แต่เรียนรู้แบบบูรณาการ)
๔.ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม (ทุกขั้นตอน..ตั้งแต่วางแผน ลงมือปฏิบัติ สรุป และวัดผลประเมินผล..ค่ะ)
๕.ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง (หมายถึง เล่าได้.. บอกได้ว่า..สิ่งที่ได้เรียนรู้มีอะไรบ้าง..มีขั้นตอนอย่างไร..ทำอะไรบ้าง)
ศน.อ้วน..อธิบายง่าย ๆ อย่างนี้..มองเห็นภาพใช่ไหมคะ..ว่าขณะนี้บ้านเรียนก้านตองได้จัดการเรียนรู้ตามลักษณะของ "เบญจลักษณ์แห่งการเรียนรู้" แล้ว
ปรบมือให้ค่ะ..จากหัวใจของคนที่เฝ้ามองอยู่ด้วยความชื่นชม