...

การศึกษาก่อนหน้านี้มีทั้งสนับสนุนและคัดค้านคุณสมบัติของมะเขือเทศ และสารไลโคพีน (lycopene) ในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า ซอสมะเขือเทศมีส่วนช่วยปกป้องผิวพรรณจากแสงแดด และช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจน (collagen) ในผิวหนังมาฝากครับ

...

ศาสตราจารย์นายแพทย์เลสเลย์ โรดส์ (Professor Lesley Rhodes) พร้อมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเทอร์ และมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล สหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ) ทำการทดลองในอาสาสมัคร 20 คน

การทดลองนี้ให้อาสาสมัครแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่มแรก 10 คนกินอาหารที่ทำจากน้ำมันมะกอกวันละ 10 กรัมและซอสมะเขือเทศ 5 ช้อนโต๊ะหรือ 55 กรัม
  • กลุ่มที่สอง 10 คนกินอาหารที่ทำจากน้ำมันมะกอกวันละ 10 กรัม

...

เมื่อติดตามไป 3 เดือนพบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่กินซอสมะเขือเทศมีความเสื่อมของผิวหนังจากแสงแดด หรือรังสี UV (อัลตราไวโอเลท / ultraviolet) มากขึ้น 33%

นอกจากนั้นยังพบสาร "โปรคอลลาเจน (procollagen)" ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ผิวหนังจะใช้ในการสร้างโปรตีนชื่อ "คอลลาเจน (collagen)" ที่ช่วยให้ผิวหนังดูสดชื่น เต่งตึง และดูมีผิวพรรณดี

...

สารพฤกษเคมี หรือสารคุณค่าพืชผักที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสำคัญในพืชที่มีสีแดงหลายชนิด เช่น แตงโม มะเขือเทศ ฯลฯ ได้แก่ "ไลโคพีน (lycopene)"

สารนี้พบในมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อน เช่น ซอสมะเขือเทศ ฯลฯ มากกว่ามะเขือเทศดิบ การดูดซึมสารนี้จะดีขึ้นถ้ากินพร้อมอาหารที่มีน้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก ฯลฯ

...

อาจารย์หมอโรดส์กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า มะเขือเทศจะทดแทนการใช้เสื้อผ้า เช่น หมวก แว่นตา เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ฯลฯ หรือยากันแดดในการป้องกันรังสี UV จากแสงแดดได้

ทว่า... การศึกษาครั้งนี้พบว่า มะเขือเทศจะช่วยให้ผิวพรรณของคนเราดีขึ้นจากการสร้างคอลลาเจน หรือโปรตีนเพิ่มขึ้น และช่วยปกป้องผิวพรรณของคนเราได้มากขึ้น

...

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า มาตรการป้องกันผิวพรรณที่สำคัญได้แก่

  • การหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้าในช่วง 9.00-16.00 นาฬิกา
  • การสวมเสื้อผ้า แว่นตา และหมวกกันแดด

...

  • การใช้ยากันแดด และลิปสติกกันแดด
  • การกินอาหารไขมันต่ำ > เนื่องจากอาหารไขมันสูงทำให้ภูมิต้านทานโรคที่ผิวหนังลดลง เป็นมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้ง่ายขึ้น ส่วนอาหารไม่มีไขมันเลยไม่ดีกับสุขภาพ เนื่องจากทำให้การดูดซึมวิตามิน A, D, E, K สารพฤกษเคมีหรือสารคุณค่าพืชผัก สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุหลายชนิดลดลง

...

  • วิตามิน E ขนาดต่ำๆ ที่ได้จากธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันพืช และเมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง (มีธาตุสังกะสี หรือซิ้งค์สูงด้วย) ฯลฯ มีส่วนช่วยปกป้องผิวพรรณเช่นกัน (ไม่มีหลักฐานว่า วิตามิน E ขนาดสูงมีคุณค่ามากกว่าวิตามิน E จากอาหารธรรมชาติ)

...

ผิวพรรณดีแล้วอย่าลืมสำรวมวาจา ใช้วาจาในแง่ดี เช่น แสดงความชื่นชมคนรอบข้างให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และค่อยๆ เพิ่มเป็นอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ฯลฯ ด้วย เพื่อให้เป็นคนงามทั้งภายนอก และงามจากภายในจากการมองโลกในแง่ดี

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • Tomato dishes 'may protect skin' > [ Click ] > April 28, 2008. / British society for investigative dermatology.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 29 เมษายน 2551.