คุณเคยฝันถึงเจ้าชายในฝันบ้างไหมคะ? เรื่องนี้อาจจะยาวไปสักนิดแต่ถ้าคุณอ่านได้จบละก็ อาจได้แง่คิดดีๆก็ได้ค่ะ
เขาเป็นเจ้าชายที่อยู่เพียงในความฝัน ไม่อาจมีตัวตนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ในบางครั้งมันก็ยาก แสนยากที่จะรับรู้ว่าฉันไม่อาจมีเขาคนนั้นได้อีก? ฉันจำไม่ได้ว่าเรื่องราวเรื่องนี้มันเริ่มต้นขึ้นที่จุดใดมันอาจเริ่มต้นในบ่ายวันหนึ่งที่แสงสีทองเรืองรองอยู่ เต็มฟากฟ้า วันๆนั้นทั้งสายลมแรงและแสงแดดกล้าพาดผ่านไปทั่วทุกทิศ ฉันกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในบ้านของตนเองเป็นประจำเสมอที่ทุกวันหยุดฉันมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ หมดไปกันการเล่นอินเตอร์เน็ตสถานที่ส่วนใหญ่ที่ฉันมักท่องไปในโลกแห่งนี้ก็คือ เว็บไซต์ทั้งหลายที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือและผลงานของนักเขียนสมัครเล่นฉันคลิ๊กเข้าไปในกระทู้นวนิยายของตนเองที่เอามาลงไว้เมื่อสองวันก่อนมีผู้อ่านฝากความเห็นไว้บ้างประปรายซึ่งไม่น่าแปลกอะไรสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ในเว็บบอร์ดแห่งนี้แต่แล้วฉันก็ไปสะดุดตากับชื่อๆ หนึ่งเข้า“ชอบครับ ดำเนินเรื่องได้น่าสนใจดีแม้ว่าจะมีบางจุดบกพร่องไปบ้างแต่โดยรวมแล้วถือว่าเรื่องๆ นี้ ค่อนข้างดีที่เดียว จะคอยติดตามตอนต่อไป”ลงชื่อคนคอยอ่านไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงสะดุดตากับชื่อของคนๆ นักบางทีอาจเป็นเพราะถ้อยคำที่เขาใช้นั้นดูราวกลับกลั่นออกมาจากใจจริงๆดังนั้นฉันจึงอดไม่ได้ที่จะตอบกระทู้นั้นกลับไปว่า
“ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ ยินดีที่จะรับคำวิจารณ์ของคุณเสมอ" แล้วฉันก็ส่งข้อความนั้นลงไป หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากนั้นฉันยังคงส่งผลงานของตนลงในเว็บบอร์ดแห่งนี้เสมอๆ และ "คนคอยอ่าน"คนนั้นก็ยังคงให้ความคิดและคำแนะนำต่างๆ อยู่เป็นประจำจนกระทั่งนิยายเรื่องนั้นได้จบลง ประกอบกับช่วงเวลานั้นฉันมีปัญหามากมายเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือปัญหาครอบครัวที่มักจะทะเลาะกับพ่อเสมอๆทำให้ฉันไม่เวลามากพอที่จะเขียนเรื่องใหม่ฉันจึงร้างลาจากเว็บบอร์ดแห่งนั้นมานานพอควรและในวันหนึ่งขณะที่ฉันกำลัง login เข้าไปเพื่อเช็คเมลล์ของตนฉันก็ได้พบกับเมลล์แปลกหน้าของใครคนหนึ่งเข้า“สวัสดีครับ”นั่นคือข้อความจ่าหน้าของเมลล์ฉบับนั้น พร้อมกับลงชื่อจาก “add_dy”ในตอนแรกฉันเกือบจะลบเมลล์ฉบับนี้ทิ้งไปเสียแล้วเพราะคิดว่ามันคงเป็นเมลล์โฆษณาเหมือนฉบับก่อนๆ ที่ฉันได้รับอยู่เป็นประจำแต่ผลสุดท้ายความไม่แน่ใจก็ทำให้ฉันตัดสินใจคลิ๊กเข้าไปอ่านจดหมายฉบับนี้ “สวัสดีครับสาวน้อย” คงแปลกใจที่จู่ๆ ก็เห็นเมลล์จากคนแปลกหน้าฉบับนี้ไม่ต้องแปลกใจแล้วนะครับ เพราะผมจะแนะนำตัวเองให้ฟัง ผมชื่อ add_dy หรือจะเรียกเป็นภาษาไทยว่า แอ๊ดดี้ ก็ได้ และผมก็คือคนๆ เดียวกับ คนคอยอ่านที่คอยอ่านผลงานของคุณมาโดยตลอด(หวังว่าคงจะจำกันได้นะครับ)ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้รู้สึกเหงาๆนักสงสัยคงเป็นเพราะว่าไม่ได้งานผลงานของคุณอีกแน่ๆ เลยเมื่อไหร่จะเขียนเรื่องต่อไปล่ะครับ รู้ไหมว่ามีแฟนประจำตามอ่านอยู่? หวังว่าคงได้เห็นนิยายเรื่องใหม่ของคุณเร็วๆ นะครับ”แม้ว่านี่อาจจะเป็นข้อความสั้นๆ ไม่สวยหรูหรือกินใจใครๆแต่สำหรับฉันแล้วมันราวกับเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ฉันกลับมาเป็นนักเขียนสมัครเล่นอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่ยังไม่ลืมนัก(อยาก)เขียนคนนี้ ช่วงนี้ฉันยุ่งมากจริงๆไม่มีเวลาว่างที่จะเขียนเรื่องใหม่เลยอาจจะเป็นเพราะฉันเครียดมากเกินไปก็ได้ค่ะเลยทำให้จินตนาการไม่ทำงานคงต้องขอเวลาอีกสักพักหนึ่ง เมื่อไหร่ที่สมองแล่นฉันคงกลับไปเขียนเรื่องใหม่แน่ๆ”นี่เป็นข้อความที่ฉันตอบเมลล์ฉบับนั้นไปในวันรุ่งขึ้นฉันก็ได้รับเมลล์ตอบกลับมาทันที
“อย่าคิดมากนะครับเดี๋ยวแก่เร็วอ่านข้อความของคุณดูแล้วทำให้รู้สึกเหมือนว่าคุณกำลังมีเรื่องไม่สบายใจมากๆอยู่งั้นแหละ(ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยด้วย) แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงไม่ทราบว่าพอจะเชื่อใจคนไม่แปลกหน้าคนนี้ไหม ยินดีรับปรึกษาปัญหาทุกอย่างครับ”จากแอ๊ดดี้ฉันอดยิ้มกับข้อความในจดหมายฉบับนั้นไม่ได้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาส่งมานั้นจะใส่ความจริงใจไว้มากน้อย ประการใดแต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะในวันที่ดูเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนถนนสายมืดครึ้มจู่ๆ ก็ราวกับมีมือๆ หนึ่งยืนเข้ามาหาพร้อมกับแสงสว่างเล็กๆ อันแสนอบอุ่นถึงจะไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของเจ้าของมือคู่นี้แต่ในเวลาเช่นนี้ฉันก็พร้อมที่จะคว้ามันไว้ในทันที“ไม่ทราบว่าคุณแอ็ดดี้ทำงานอะไรคะเป็นจิตแพทย์รึเปล่าถึงได้รับปรึกษาปัญหาได้(ล้อเล่นนะคะ)ช่วงนี้ฉันกำลังมีปัญหาจริงๆ แหละค่ะ รู้สึกว่ามันมีอะไรหลายๆอย่างโถมเข้ามาหาพร้อมๆ กันจนแทบจะรับไว้ไม่ไหว ทั้งเรื่องการเรียน เรื่องที่บ้านจนหลายครั้งที่ฉันรู้สึกเหมือนไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้เสียแล้วอย่างที่บ้านนะคะฉันมีปัญหากับคุณพ่อทุกวันเลยเรียกว่าเจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องทะเลาะกันทุกทีฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าทำไม อาจเป็นเพราะความเห็นของเราไม่ลงรอยกันก็เป็นได้คุณเคยมีปัญหาแบบนี้บ้างไหมคะ?”จาก ตัวฉันเอง
สองวันผ่านไป ฉันก็ได้รับเมลล์ของเจ้าชายในฝันผู้นี้ อย่าหาว่าฉันเพ้อฝันเลยนะคะฉันขอเรียกเขาว่าอย่างนี้เถอะ(มันดูเหมาะกว่าชื่อ แอ๊ดดี้ ของเขาเป็นไหนๆ)ไม่รู้สิ? เขาดูเหมือนเจ้าชายในฝันของฉันจริงๆเขาปรากฏตัวขึ้นในวันที่ฉันกำลังอ่อนล้า สร้างกำลังใจและรอยยิ้มที่ถูกลืมเลือนไปนานแสนนานให้กลับมาอีกครั้งและนั่นทำให้รู้สึกว่าฉันยังมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้“ตกใจกับข้อความในเมลล์ของคุณมากครับ ในความรู้สึกของผม (จากที่เคยอ่านผลงานและคำแนะนำตัวของคุณมา)ทำให้ผมยังอดนึกไปถึงสาวน้อยวัยแรกรุ่นคนหนึ่งไม่ได้ สาวน้อยของผมคนนี้เป็นคนที่มีความฝันและมุ่งมั่นเสมอผมรู้ว่าเธอจะต้องทำทุกวิถีทางที่ฟันฝ่าอุปสรรคของ ตนให้ผ่านพ้นไปให้จงได้หวังว่ามโนภาพของผมคงไม่ไกลเกินกว่าความเป็นจริงหรอกนะครับ และสำหรับปัญหาของคุณเชื่อไหมครับว่ามันไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรเลย ลองตั้งสติให้มั่น หยุดและมองย้อนกลับมายังปัญหาของตนดูสิครับ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องพบทางออกอย่างแน่นอนไม่ว่าอย่างไรก็จะขอเป็นกำลังใจให้นะครับ” จาก แอ๊ดดี้
“ทราบไหมคะว่าข้อความของคุณนั้นกินใจฉันขนาดไหนฉันลองเอาสิ่งที่คุณบอกไปปฏิบัติดู ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ว่ามันจะได้ผลถึงเพียงนี้จริงอย่างที่คุณว่า ปัญหาของฉันนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลยมันเป็นเพราะว่าฉันมัวแต่คิดว่ามันยาก มันหนัก จนทำให้ไม่สามารถแก้ไขมันได้เมื่อฉันมองย้อนกลับไปในปัญหาทางทั้งหลาย ฉันพบทางออกแล้วค่ะทางออกของความพยายามที่จะตั้งใจ เรียนและทางออกของการที่จะตรงเข้าไปพูดคุยกับคุณพ่อแทนการเดินหนีทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะดูดีขึ้นเมื่อมีคุณเข้ามาในชีวิต ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ปล.ฉันเริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องใหม่แล้วนะคะ อีกไม่นานคุณคงได้อ่านมัน”
เรื่องราวของฉันกับเจ้าชายในฝันผู้นี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ วันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่า ในทุกๆ ครั้งที่ฉันลงนิยายตอนใหม่ก็มักมีความคิดเห็นของเขาคนนี้แปะไว้ สำหรับเมลล์นั้น เราก็ยังคงติดต่อกัน เรื่อยๆส่วนใหญ่มักจะเป็นอาทิตย์ละสองถึงสามฉบับซึ่งฉันมักเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวของตนเองให้เขาฟัง มากกว่าฉันเองแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเขาเลยและในวันหนึ่งจุดแห่งการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงมันเริ่มจากการที่พ่อของฉันเองต้องเข้าโรงพยาบาลหมอตรวจพบว่าพ่อเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายและกำลังจะจากฉันไปพ่อจึงจำเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในโลกใบสวยที่เริ่มสดใสกลับพังทลายลงมาอย่างไม่มีชิ้นดี สิ่งที่ฉันเหลืออยู่ในขณะนี้ก็คือเจ้าชายในฝันคนเดียวของฉันคนนี้“อาจไม่สมควรนัก แต่ไม่รู้ว่าจะปรับทุกข์กับใครได้อีกแล้วมีเพียงคุณที่ฉันนึกถึงในยามอ่อนล้าเช่นนี้ ตอนนี้ฉันกำลังร้องไห้อยู่ค่ะไม่รู้ว่าน้ำตามันรินไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันรู้แต่เพียงว่าฉันหยุดมันไม่ได้รู้ไหมคะว่าพ่อของฉันเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย พ่อ..กำลังจะจากฉันไปในอีกไม่นานนี้โปรดช่วยฉันด้วยเถอะค่ะ” จากตัวฉันเอง
เกือบสัปดาห์ที่ฉันไม่ได้รับเมลล์จากเขาช่วงเวลาเหล่านั้นมันช่างดูมืดมนและโดดเดี่ยวยิ่งนัก แต่ในที่สุดการรอคอยก็ได้สิ้นสุดลงเมื่อเช้าวันหนึ่งก่อนที่ฉันจะออกไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมพ่อฉันต่ออินเตอร์เน็ตเข้ามาเพื่อเช็คเมลล์และฉันก็ได้เห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่นอนรอฉันอยู่“เสียใจกับเรื่องราวที่คุณกำลังเผชิญอยู่ด้วยครับผมทราบดีถึงความรู้สึกของคุณเพราะผมเองก็เคยจำต้องจากคนรักของผมมาเช่นกันคงไม่มีคำปลอบใจใดๆ จะช่วยคุณได้ แต่ผมก็ยังอยากให้คุณจงเข้มแข็งไว้ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้เห็นหน้าของพ่ออีกแต่ผมเชื่อนะครับว่าท่านจะยังอยู่กับคุณเสมอ อยู่ในจิตใจและ ความนึกคิดของคุณไงครับผมอยากให้คุณยอมรับความเป็นจริง อย่าถอยหนี แต่จงหันหน้าเพื่อเผชิญ กับมันแม้ความเป็นจริงบางอย่างอาจดูปวดร้าวแต่เชื่อเถอะว่ามันจะไม่ร้าวรานเกินกว่าจะทานทนผมยังอยู่ตรงนี้และยังเป็นกำลังให้ตลอดไป” จาก แอ๊ดดี้
ฉันยิ้มรับกำลังใจของเขาออกมาทั้งน้ำตา ในหัวใจเริ่มพองโตขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับการก้าวออกมาเพื่อ เผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายอย่างน้อยที่สุดฉันก็ยังมีเจ้าชายในฝันผู้นี้อยู่ข้างกายวันเวลาของฉันยังคงดูมืดมนและไร้ทิศทางพ่อเสียชีวิตลงหลังจากที่เข้าโรงพยาบาลไปได้เพียงสิบวันราวกับว่าโลกถล่มลงมาตรงหน้า ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิตนี้ในงานศพพ่อท่ามกลางญาติมิตรและบุคคลทั้งหลายไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้เลยแม้ว่าหลายคนจะเข้ามาปลอบโยนฉัน ทั้งด้วยความจริงใจและเสแสร้งแต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงถ้อยคำเหล่านั้น บุคคลเพียงบุคคลเดียวที่ฉันคิดถึงก็คือเจ้าชายในฝันของฉัน เที่ยงคืนหลังจากกลับมาถึงบ้านฉันตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวไม่ถึงห้านาทีฉันก็เข้ามาสู่เว็บไซต์ที่ตนเองต้องการได้ฉันลงมือพิมพ์จดหมายฉบับใหม่ทันที“มันเป็นวันที่มืดมนและเลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉันจริงๆ ค่ะพ่อของฉันเสียชีวิตเมื่อเช้าคืนวานนี้เอง ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร ฉันไม่รู้ว่าต่อไปจะอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีท่านคุณช่วยบอกฉันทีเถอะค่ะว่าฉันควรทำอย่างไรต่อไปดี”ในทันทีที่ฉันส่งเมลล์ฉบับนี้เสร็จเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนที่คนใช้คนหนึ่งจะเดินเข้ามาหาฉัน“ขอโทษนะคะคุณหนู นายชัยฝากจดหมายฉบับนี้มาให้คุณหนูค่ะ”สาวใช้คนนั้นบอกกับฉันก่อนเดินจากไปฉันแกะจดหมายของนายชัยซึ่งเป็นคนขับรถประจำตัวของคุณพ่อขึ้นอ่านด้วยความฉงนและสิ่งที่ฉันพบในนั้นก็คือ
[email protected] password: deardaughter
ราวกับว่าโลกได้ถล่มลงมาตรงหน้าของฉันเป็นครั้งที่สอง ด้วยมืออันสั่นเทาฉันเปิดหน้าเว็บไซต์ พิมพ์ชื่อ อีเมลล์ และรหัสผ่านเข้าไปภายในนั้นไม่ต่างอะไรกับช่องรับจดหมายอื่นๆที่เคยเห็นบริเวณแถบสีเหลืองที่บอกตำแหน่งจดหมายใหม่ปรากฏเลขหนึ่งสีแดงขึ้น ทั้งๆ ที่รู้ถึงข้อความนั้นอยู่แล้วแต่ฉันก็ยังคงอดที่จะเปิดเข้าไปดูมันไม่ได้มันเป็นอีเมลล์ฉบับล่าสุดที่ฉันเพิ่งส่งไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานั่นเองเลยลงมาจากเมลล์ฉบับนี้ล้วนแต่เป็นเมลล์ฉบับก่อนๆ ที่ฉันเคยส่งมาถึงทั้งสิ้นฉันตัดสินใจไม่เปิดอ่านจดหมายฉบับใหม่เพราะยังคงหวังว่าบุคคลเพียงบุคคลเดียวที่สมควรจะเป็นผู้เปิดอ่านนั้นก็คือ เจ้าชายในฝันของฉันก่อนที่จะปิดหน้าต่างนั้นลงสายตาฉันไปสะดุดเข้ากับช่องเก็บจดหมายร่างที่ปรากฏตัวเลขหนึ่งไว้ฉันจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปดูมันๆ
"ลูกรักของพ่อยามใดที่จดหมายฉบับนี้ถูกเปิดอ่านนั่นย่อมหมายความถึงยามนั้นพ่อไม่อาจมีตัวตนอยู่เคียงข้างลูกได้อีก พ่อเสียใจที่ไม่อาจรอดูความสำเร็จของตัวหนูได้แต่พ่อก็ยังเชื่อเสมอว่าลูกคนนี้ของพ่อจะต้องเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่สวยงามทั้งกายและใจเติบโตขึ้น?เป็นคนเก่งที่พร้อมจะมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ ที่ตนใฝ่ฝันๆหลายเดือนที่ผ่านมานี้ พ่อกับหนูมีเรื่องราวหลายอย่างที่ไม่เข้าใจกันหนูไม่รู้หรอกว่าพ่อทรมานแค่ไหนในยามที่หนูหันหลังให้สิ่งเดียวที่พ่อทำได้ในขณะนั้นก็คือการหาใครสักคนมาเป็นตัวแทนเพื่อทำหน้าที่ในสิ่งที่พ่อไม่สามารถทำให้หนูได้ ชายคนนั้นจึงได้มีตัวตนขึ้นหนูรู้ไหมว่า add_dyนั้นหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า "daddy พ่อที่รัก"คำที่หนูเคยเรียกพ่อเป็นประจำเมื่อครั้งยังเด็กอย่างไรล่ะ ตลอดเวลาที่ แอ๊ดดี้มีตัวตนอยู่ เขาได้ทำให้หนูเข้มแข็งเขาเข้ามาเติมเต็มชีวิตของหนูในส่วนที่พ่อไม่อาจเข้าถึงให้สมบูรณ์ขึ้นและที่สำคัญเขาได้เข้ามาช่วยสร้างความสัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้น พ่อรู้สึกขอบคุณเขาคนนี้จริงๆเวลานี้
เศร้าจังเลยครับ แต่อ่านแล้วทำให้รู้สึกรักพ่อมากขึ้น