E7 

เพราะพี่น้องชาวนาส่วนใหญ่ยังขนทั้งปุ๋ยเคมีและข้าวสารออกจากเมือง

ซึ่งเป็นภาพที่ค้านกันอย่างรุนแรง

ระหว่างความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน

กับ

การมีข้าวไม่พอกินตลอดปีของชาวนา

ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาทั้งมวลของสังคม

ทั้งจุลภาคและมหภาค

และเป็นปัญหาวกวนในลักษณะของงูกินหาง

ระหว่างความยากจนกับการศึกษา

"เพราะโง่ จึงต้องจน เพราะจน จึงต้องโง่"

"โรงเรียนจัดการศึกษาอยู่บนความยากจน ก็ด้วยความยากจนจึงเป็นเหตุแห่งความด้อยคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียน"

วนเวียนเป็นกงกรรมกงเกวียนกันอยู่อย่างนี้มาไม่รู้กี่ชั่วอายุคน

ก่อนนี้ก็ยังพอทำเนา

ราคาข้าวสารกิโลกรัมละ 10 กว่าบาท

ยังไงๆ พี่น้องก็ยังพอถูๆไถๆอยู่กันไปได้ตามมีตามเกิด

ไม่มีจริงๆ ก็ยังขอกันกินได้บ้าง ไม่ถึงกับจะต้องอดตายวายชีวีเหมือนอย่างในต่างประเทศ

E5

แต่ต่อนี้ไป

ท่ามกลางสภาววิกฤติทั้งทางด้านพลังงานและอาหารของผู้คนทั่วโลก

ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำมาแต่โบราณกาล

จวบจนปัจจุบันสมัย ก็ยิ่งใหญ่ในฐานะ"ครัวของโลก" ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุด

พี่น้องชาวนาชาวไร่ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่และฐานล่างสุดของสังคม

จะอยู่กันได้เป็นปกติสุขอยู่หรอกหรือ?

ก็ในเมื่อสมดุลระหว่างรายได้กับรายจ่ายมันต่างกันลิบลับ

รายได้ของลูกเต้าที่ไปรับจ้างที่กรุงเทพฯและเมืองอุตสาหกรรมอื่นๆยังอยู่เท่าเดิม

หรือน้อยลงด้วยซ้ำหากเทียบเคียงกับภาวะเงินเฟ้อ

แต่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้นในทุกเรื่อง แพงขึ้นในทุกอย่าง

เพราะทุกอย่างมีต้นทุนแรกเหมือนๆกันคือ

"ค่าน้ำมันและพลังงาน"ในการผลิตและขนส่งทั้งสิ้น

********************

และหากจะพูดถึงรายได้หลักในความเป็นชาวนาก่อนหน้านี้

พี่น้องก็ทำนาด้วยต้นทุนที่แพงมหาศาลอยู่แล้ว

นอกจากยาฆ่าหญ้ายาคุมหญ้า ปุ๋ยเคมี นำมัน ฯลฯ อันเป็นปัจจัยหลักจะแพงแล้ว

"กำลังงาน" หรือ "แรงงาน" ก็ยิ่งแพงรูดมหาราช

แถมเล่นตัวอีกต่างหาก

เจ้าของนาต้องเอาใจและสนองคุณด้วยน้ำอัดลม

เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เหล้าเบียร์ หมากพลูบุหรี่

รวมทั้งข้าวปลาอาหารชั้นดีอีกต่างหาก

นั่นหมายความว่าพี่น้องเราทำนาแล้วขาดทุนแน่ๆ

E8 

ในขณะที่ผลผลิตกลับต่ำลงๆอย่างเห็นได้ชัด

อันเป็นผลมาจากการ "ทำนาซิ่ง"

ทำแบบทิ้งๆ  ทำแบบขว้างๆ ทำแบบห่างๆเหินๆ

E10  

เพราะมีภารกิจต้องรีบเดินทางเข้าเมืองหาเงินซื้อข้าวกิน

ทำให้ผลลัพท์ที่ได้  กลับกลายไปเป็นอีกเรื่อง

E4

ปรากฏการณ์ "ข้าวยืนแห้งตายทั้งกลม"

"ข้าวนอนจมรวงเรียว(เหี่ยวๆแฟบๆ)ใต้ผืนน้ำ"

และ

"นาสวยไร้ข้าวงาม  เพราะ(ชาวนา)รอน้ำฝน  จน(ข้าว)หมดแรง"

(ทั้งๆที่โดยธรรมชาติของข้าวแล้วไม่จำเป็นต้องรอ

เพราะข้าวมีความเข้มแข็งและทรหดในตัวอยู่พอควรแล้ว  ไม่งั้นพระเจ้าคงไม่สร้างมาไว้ให้เป็นอาหารของมนุษย์หรอก)

E3

ภาพสะท้อนดังกล่าวเหล่านี้  นับวันยิ่งหนาตาขึ้นทุกปีๆ

ทั้งๆที่ผลลัพท์เหล่านี้

มิได้มีสาเหตุมาจากความแปรปรวนของธรรมชาติแต่ประการใด

เพราะธรรมชาติของลมฟ้าอากาศและน้ำฝนในบริเวณประเทศไทย

เขาก็น่าจะเป็นของเขาอย่างนี้มานานนับชั่วอายุโลกแล้วล่ะ

"อยากตกก็ตก ไม่อยากตกก็ไม่ตก หรืออยากตกเบาก็ตก  อยากตกหนักก็ตก

หรืออยากทิ้งช่วงนานแค่ไหน ก็ไม่มีใครห้ามหรือไปต่อว่าได้"

แต่ทุกอย่างธรรมชาติได้ชดเชยเอาไว้ให้แล้วในตัว

....ดังนั้น....

โคกเพชรจึงต้องจัดการประชุมเสวนา

ว่าด้วยเรื่องการเกษตรพอเพียงแบบอิงธรรมชาติ

ต่อเนื่องจากประชุมเสวนาระดมพลังของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชน

ทั้งนี้  เพื่อให้เป็นก้าวแรกของการพัฒนาชุมชนสู่ความเข้มแข็ง

ด้วยการร่วมคิดร่วมทำให้ชุมชนระดับตำบลเป็น "สังคมแห่งการเรียนรู้"

อันหมายรวมถึง "การเรียนรู้ที่จะทำกินแบบใส่ใจดูแลและเกื้อกูลธรรมชาติ"

ในรูปแบบการทำนาอินทรีย์แบบพอเพียงอิงธรรมชาตินี้ด้วย

Thailand 

....ทั้งนี้....

โดยใช้แนวความคิด  "ยุทธศาสตร์ อบต.จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ของท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี

ปราชญ์เมธีร่วมสมัยผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอันเลิศของแผ่นดินไทย  เป็นแกนหลักในการเสวนา

ซึ่งโคกเพชรคาดหวังว่า

ยุทธศาสตร์ในแนว "กัลยาณวิธี" ดังกล่าวนี้

จะเป็นแนวการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่ความเจริญวัฒนาถาวรแบบพอเพียงอย่างยั่งยืนได้จริง

หากผู้คนในชุมชน "ตระหนักในหน้าที่โดยธรรมชาติ" ตามแนวคิดนี้ร่วมกัน

ดังนั้น  เราจึงได้พยายามหาโอกาสมาคุยกัน

คราวนี้ใช้โอกาสเนื่องในกิจกรรม

" 11 พฤษภา วันการศึกษาพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนบ้านโคกเพชร ครั้งที่ 3"

ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2551 ที่จะถึงนี้

ซึ่งทั้งหลายทั้งหมด

"ครูวุฒิ" ก็เพียรถามตัวเองตลอดว่า

เราฝันแบบ "เกินพอเพียง" ไปหรือเปล่าเนี่ย?

แต่สุดท้าย

ก็ตอบตัวเองทุกครั้งว่า ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้หรือว่า "เกิน" หรือ "ไม่เกิน"

*********************

หมายเหตุ ด้านล่างนี้คือ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับการกสิกรรมอิงธรรมชาติแบบพอเพียง

บางเรื่องเปรียบเทียบกับแบบที่ชาวนาทำ  โดยเฉพาะลิงค์สุดท้ายครับ

http://www.khokpet.thaifix.com/modules.php?name=News&file=article&sid=58

http://www.khokpet.thaifix.com/modules.php?name=News&file=article&sid=51

http://www.khokpet.thaifix.com/modules.php?name=News&file=article&sid=50

http://www.khokpet.thaifix.com/modules.php?name=News&file=article&sid=47

http://www.khokpet.thaifix.com/modules.php?name=News&file=article&sid=46