สวัสดีค่ะพี่ครูวุฒิ
เห็นด้วยค่ะว่าการกลับเข้าสู่ธรรมชาติเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
และทราบว่าไม่ง่ายเลยในการปรับเปลี่ยน แต่ตอนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีอย่างหนึ่งนะคะ อย่างน้อยก็ค่าปุ๋ยลดลง
ไม่ว่าราคาข้าวจะเป็นอย่างไรเมื่อใดที่ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดได้เมื่อนั้นก็มีกำไรเสมอนะคะ
ชีวิตชาวนานั้นแสนลำเค็ญ เป็นสิ่งที่รับรู้กันมานานแสนนาน ถึงอย่างนั้นอาชีพทำนาตั้งแต่อดีตมาก็เคยเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ เป็นระบบการผลิตเชิงวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงสังคม ชุมชน นอกจากนั้นยังสร้างสำนึกและอุดมการณ์ดีๆ ค้ำจุนสังคม ได้ปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างมีความสุขนะคะ แม้แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจล้มละลาย เมื่อปี 2540 แรงงานถูกเลิกจ้างมากมาย ผืนนาและบ้านเกิดกลับรองรับได้อย่างเข้มแข็ง..
มีการวิเคราะห์ตัวอย่างชาวนามาฝากค่ะ เป็นชาวนาตำบลบางขุด อำเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาทค่ะ ที่นี่เค้าทำนาปีละ 3 ครั้ง เป็นพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออกเช่นกัน ชาวนาที่นี่ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 ไม่มีที่นาเป็นของตนเอง โดยเฉลี่ยแล้วชาวนามีหนี้สินตั้งแต่ 100,000 – 300,000 บาทต่อครอบครัว สาเหตุหลักของหนี้สินเกิดจากการซื้อปัจจัยการผลิต (ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมน และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สูงสุดถึงร้อยละ52.45) ลงทุนการผลิต (รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยว รถขนส่งและค่าน้ำมันร้อยละ 26.85) และค่าใช้จ่ายในครอบครัวที่สูงขึ้นทุกปีค่ะ..
จากการศึกษาต้นทุนการทำนาในปี 2550 ของชาวนาตำบลบางขุด พบว่ามีต้นทุนการผลิตสูงถึง 3,165 บาท ต่อไร่ และมีผลผลิตตอบแทนต่อไร่ 3,850 บาท ดังนั้นชาวนาได้กำไร 685 บาทต่อไร่เท่านั้นเองนะคะ ถามว่าเงินจำนวนนี้เพียงพอหรือไม่ต่อการดำรงชีพของครอบครัวชาวนาในยุคปัจจุบัน?
ในขณะที่ราคาข้าวเปลือกในปี 2550 ที่ชาวนาขายได้คือ 5,500 บาทต่อตัน รัฐรับซื้อราคา 6,509 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่แตกต่างกันถึง หนึ่งพันกว่าบาท แต่ชาวนาต้องขายข้าวของตนเองออกไปเนื่องจากความขัดสนทางการเงินและปริมาณหนี้สินของครอบครัวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากค่ะพี่ครูวุฒิ อีกทั้งหลังเก็บเกี่ยวเสร็จต้องเร่งขายข้าวทำให้ถูกหักความชื้น ราคาข้าวจึงตก ที่สำคัญ ชาวนาไม่สามารถเข้าถึงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐที่ส่วนใหญ่มีตัวแทนจากหน่วยงานของรัฐและเอกชน นอกจากนี้ ชาวนาคนไหนที่เป็นหนี้กับธ.ก.ส. ธ.ก.ส.จะหักชำระหนี้ไว้เลยไม่มีทางได้ถือเงินจนกว่าจะไปกู้ใหม่ ชาวนาจึงไม่สามารถหลุดจากวงจรหนี้สินได้น่ะค่ะ้..เศร้านะคะ
ขอให้สิ่งที่พี่ครูวุฒิคิด - ทำ ประสบความสำเร็จทุกประการ บนเส้นทางที่ยาวไกลนี้นะคะ เอาใจช่วยและจะติดตามความก้าวหน้าด้วยความสนใจเป็นล้นพ้นเลยล่ะค่ะ