"เดี๋ยวพระมั่วสีกา..นักศึกษาแย่งผัวหมอ..เด็กอยู่หอ เป็นเมียผัว..นักการเมืองชั่ว คอรัปชั่น...แม่ใจหิน ฆาตกรรมลูกตัวเอง".

"รู้ผิด..รู้ชอบ..รู้ชั่ว..รู้ดี"

สวัสดีครับ... พี่น้องชาวสภาโจ๊ก ที่อุดมไปด้วยไขมัน...

แต่ขัดสน  คุณธรรม...จริยธรรม...ศีลธรรม

ถามใครต่อใคร...ก็บอกว่ารู้...บอกว่าเข้าใจ

ถามต่อไปอีกว่า...ถ้ารู้...แล้วรู้มั้ย

ว่าคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม นำความรู้...นำชีวิต...

รู้ผิด...รู้ชอบ...รู้ชั่ว...รู้ดี...

คำตอบคือ..." รู้ "

แต่ปัญหาก็คือ ไอ้เจ้าที่รู้หลายๆคน ยังทำผิดกันอยู่

มันทำ...ทั้งที่รู้ว่า...ไม่ดี

หรือว่าไม่ดี แต่มันก็ยังทำ...

เราเลยไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรกับมันดี

นอกจากหาทางปลูกฝังหล่อหลอมให้มีสำนึกทันมากขึ้น

มิฉะนั้นแล้ว ต้องมาหาทางแก้กันที่ปลายเหตุกันไม่หวาดไหว

เสียงบประมาณไม่รู้จักจบสิ้น

ต้องปลูกกันใหม่...ถ้าปลูกไม่ขึ้น ก็ฝังมันไปเลย...

ไม่อย่างนั้น เกิดมาเป็นสายพันธุ์ ที่เลี้ยงเปลืองข้าวสุกเปล่าๆ

ทางแก้ก็ต้องทำหลายๆหนทางครับ

เริ่มต้นตั้งแต่...ให้รัฐบวมเอาวิชาหลักๆ จับยัดเข้าไป

ในหลักสูตร การเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล

คือวิชาศีลธรรม

วิชาหน้าที่พลเมือง

เราโยนสองวิชานี้ เข้ากรุไปนานแล้ว

ช่วยไปขุดขึ้นมาปัดฝุ่นกันใหม่

และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ก็ช่วยเอาวิชา " สมบัติผู้ดี " และวิชาที่อุดมไปด้วย

จริยธรรม คุณธรรม บรรจุเข้าไปเป็นวิชาหลักๆ

เอาเป็นว่า ถ้าจะสอบเข้ามหาลัย ตอนสอบเอนทรานซ์

ทั้งโอเน็ต เอเน็ต  ถ้าไม่ผ่านวิชาหลักเหล่านี้ ...

คะแนนวิชาอื่นๆก็ไม่ต้องตรวจกันละ...ปรับตกไปได้เลย

ไม่อย่างนั้น จบออกมาประกอบอาชีพ วิชาชีพ แข็งเป๊ก!

แต่วิชา จริยธรรม ศีลธรรม คุณธรรม หน้าที่พลเมืองดี

รวมทั้งสมบัติผู้ดี  อ่อนปวกเปียก เป็นมะเขือเผาเชียว ….

ดูสังคมในปัจจุบันก็แล้วกัน

ว่าเราอ่อนวิชาเหล่านี้ขนาดไหน

"เดี๋ยวพระมั่วสีกา

นักศึกษาแย่งผัวหมอ

เด็กอยู่หอ เป็นเมียผัว

นักการเมืองชั่ว คอรัปชั่น

ข้าราชการโกงแผ่นดิน

แม่ใจหิน ฆาตกรรมลูกตัวเอง"...

เราเห็นข่าวพาดหัว เกือบทุกวัน

อะไรมันเกิดขึ้นกับสังคมเรานี่...

เพราะฉะนั้นถ้าจะสอบเข้ามหาลัย

คะแนนทุกวิชาที่สอบทั้งหมด 100 คะแนนเต็ม

วิชาจริยธรรม หน้าที่พลเมือง สมบัติผู้ดี

ผู้ที่จะไปสอบวิชาชีพได้

ต้องได้คะแนนจากสี่วิชานี้อย่างน้อย 80 คะแนน

ถึงจะมีสิทธิไปสอบวิชาชีพได้

ไม่อย่างนั้น เวลาจบออกมาประกอบวิชาชีพ ก็จะไม่มี

คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม เท่าที่ควร

หลายคนจบมาเป็นหมอ  ก็เป็นหมอที่ทั้งเค็มทั้งเขี้ยว

อะไรที่เค็มได้ แพงได้ แพงไว้ก่อน

ทำยังกับโรงพยาบาลเป็นโรงเกลือ ยังไงยั้งงั้น

โรงพยาบาลเอกชนบางโรง

"โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง"โรงพยาบาลบางโรง ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาล

เวลาคนไข้เกิดอุบัติเหตุ  มีคนเอามาส่งโรงพยาบาล

พอดูว่าไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่แน่ใจว่าหายแล้ว หรือตายแล้ว

ใครจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษา

เมื่อไม่แน่ใจ ก็บอกให้ไปรักษาโรงพยาบาลอื่น

คนที่พามา ก็ต้องหอบคนป่วยที่แน่นิ่ง

ไปตะลอนหาโรงพยาบาลของรัฐที่ไกลออกไปอีก

บางรายก็รอด บางรายก็พิการ บางรายก็ตาย

เหตุการณ์เช่นนี้ เป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่บ่อยๆ

 อย่างนี้ไม่เรียกว่าหมอสอบตกวิชาศีลธรรม

แล้วจะว่าสอบตกวิชาอะไร...

บางคนจบออกมาเป็นครู

สอนหนังสือเหมือนแม่ค้า ยืนไล่แมลงวัน... (ฮา)

อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นครู เขาเรียกว่า....คนสอนหนังสือ

เพราะอยู่ในประเภท ตัวยืนอยู่หน้าห้องเรียน แต่..ใจไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

คนสอนหนังสือบางคน ตีนักเรียนหรือทำโทษนักเรียน

ยังกับนักเรียนเป็นวัวเป็นควาย...(ฮา)

บางรายก็ซาดิส... ทำโทษเด็กด้วยวิธีแปลกๆ

อย่างนี้ก็มีให้เห็นในข่าวเนืองๆ แสดงว่าครูกลุ่มนี้

สอบตกวิชา จริยธรรม ศีลธรรม เลยขาด เมตตาธรรม

ทำให้ครูดีๆส่วนใหญ่ พลอยเสื่อมเสียไปด้วย.../...