สวัสดีค่ะ อ.พนม

เย้ ดีใจๆมาอมยิ้มด้วยความแสบๆคันๆคนแรกเลย ^ ^

เห็นด้วยค่ะว่าวิชาต่างๆที่อาจารย์กล่าวมานั้นสูญหายไปนานมากๆ และมีคนถามหากันเยอะแยะ แต่ดูเหมือนจะไม่มีการขานรับจากกระทรวงศึกษาธิการเท่าที่ควรเลยค่ะ..เท่าที่พบเห็นมาเบิร์ดเห็นีีพี่แอมป์นะคะที่นำหนังสือสมบัติผู้ดีให้นักศึกษาได้เรียน

เบิร์ดเคยสงสัยว่าจริยธรรมที่เรียนในเรื่องของพุทธศาสนานั้นเราเรียนเพื่อท่องจำมากกว่าการใช้งาน เลยทำให้เบิร์ดคิดเรื่อยเปื่อยไปที่สมบัติผู้ดีว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ความเป็นนามธรรมของศาสนากลายเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในการปฏิบัติมากขึ้นค่ะ

สมบัติผู้ดี  แบ่งออกเป็น 10 หมวดหรือ 10 ภาคคือ

            ภาค    1       ผู้ดีย่อมรักษาความเรียบร้อย

            ภาค    2       ผู้ดีย่อมไม่ทำอุจาดลามก

            ภาค    3       ผู้ดีย่อมมีสัมมาคารวะ

            ภาค    4       ผู้ดีย่อมมีกริยาเป็นที่รัก

            ภาค    5       ผู้ดีย่อมเป็นผู้มีสง่า

            ภาค    6       ผู้ดีย่อมปฏิบัติการงานดี

            ภาค    7       ผู้ดีย่อมเป็นผู้ใจดี

            ภาค    8       ผู้ดีย่อมไม่เห็นแต่แก่ตัวฝ่ายเดียว

            ภาค    9       ผู้ดีย่อมรักษาความสุจริตซื่อตรง

            ภาค    10     ผู้ดีย่อมไม่ประพฤติชั่ว

3  จริยา

จากสมบัติผู้ดีที่กล่าวมาแล้ว 10 ข้อ หรือ 10 ภาค แสดงให้เห็นว่ากริยาที่แสดงออกมาของความเป็นผู้ดีนั้นมีทั้งด้านกาย  วาจาและใจนะคะ  หากเรียกเป็นคำศัพท์  ก็จะได้ว่า  กายจริยา  วจีกริยาและมโนจริยา  ซึ่งทั้งกาย  วาจา  และใจจะต้องมี  จริยา  หรือ  ความประพฤติที่เป็นกลางทางสังคม ด้วยค่ะ.. ดังนั้นคำว่า ผู้ดี  จึงหมายถึงบุคคลผู้มีความประพฤติดีทั้งทางกาย  ทางวาจาและทางใจควบคู่กันไปทั้ง 3 ด้าน ไม่บกพร่องเลยหรือบกพร่องน้อยที่สุดหรือครั้งต่อไปจะได้รับการพัฒนาไม่ให้บกพร่องเหมือนครั้งนี้ อิ อิ อิ..เมื่อมีการควบคุม พัฒนาก็จะเป็นลักษณะนิสัยที่ยั่งยืนในตัวตนจนสามารถสืบทอดไปสู่ผู้อื่นไดนะคะ

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 1

        กายจริยา  เช่น     1) ย่อมไม่อาจเอื้อมในที่ต่ำสูง

                              2) ย่อมไม่อื้ออึงในเวลาประชุมสดับตรับฟัง

        วจีจริยา    เช่น     1) ย่อมไม่ใช้วาจาอันหักหาญ ดึงดัน

                              2) ย่อมไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย

        มโนจริยา  เช่น     1) ย่อมไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านหยิ่งโยโส

                              2) ย่อมไม่บันดาลโทสะให้เสียกริยา

                    จากตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นข้อบกพร่องอย่างฉกรรจ์ที่คนในสังคมปัจจุบันจะต้องสังวร เพราะดูจะต้องปรับปรุงแก้ไขจริยาเหล่านี้อยู่เสมอเลยล่ะค่ะ อิ อิ อิ

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 2

        กายจริยา  เช่น      1) ย่อมไม่แต่งตัวในที่แจ้ง

                               2) ย่อมไม่จิ้ม ควัก ล้วง แคะแกะร่างกายในที่ชุมชน

        วจีจริยา    เช่น      1) ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งโสโครกฟังรังเกียจในท่ามกลางประชุมชน

                               2) ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งควรปิดบังในท่ามกลางประชุมชน

        มโนจริยา  เช่น      1) ย่อมพึงใจที่จะรักษาความสะอาด

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 3 ค่ะ

        กายจริยา  เช่น      1) ย่อมนั่งด้วยกริยาสุภาพต่อหน้าผู้ใหญ่

                               2) แม้ผู้ใดเคารพตนก่อนต้องเคารพตอบทุกคนไม่เฉยเสีย

        วจีจริยา    เช่น      1) ย่อมไม่กล่าวร้ายถึงญาติมิตรที่รักใคร่นับถือของผู้ฟังแก่ผู้ฟัง

                               2) เมื่อตนทำพลาดพลั้งสิ่งใดแก่บุคคลใดควรออกวาจาขอโทษ เสมอ

        มโนจริยา  เช่น      1) ย่อมเคารพยำเกรงบิดามารดาและครูบาอาจารย์

                               2) ย่อมมีความอ่อนหวานแก่ผู้น้อย

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 4

        กายจริยา  เช่น       1) ย่อมไม่ฝ่าฝืนเวลานิยม  เช่น  ที่เขานั่งไปยืน  ที่เขายืนไปนั่ง

                                2) ย่อมไม่ทำกริยารื่นเริงเมื่อเขามีทุกข์

        วจีจริยา    เช่น       1) ย่อมไม่ค่อนแคะติรูปกายบุคคล

                                2) ย่อมไม่พูดให้เพื่อนเก้อกระดาก

        มโนจริยา  เช่น       1) ย่อมมีความรู้จักงามรู้จักดี

                                2) ย่อมมีความเข้าใจว่องไวไหวพริบรู้เท่าถึงการณ์

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 6

        กายจริยา  เช่น       1) ย่อมไม่ถ่วงเวลาให้คนอื่นคอย

                                2) ย่อมไม่ทำการแต่ต่อหน้า

        วจีจริยา    เช่น       1) พูดสิ่งใดย่อมให้เป็นที่เชื่อถือได้

                                2) ย่อมไม่รับวาจาคล่องๆ  โดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้

        มโนจริยา  เช่น       1) ย่อมไม่เป็นผู้เกียจคร้าน

                                2) ย่อมเป็นผู้ทำอะไรทำจริง

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 7

        กายจริยา  เช่น        1) เมื่อเห็นใครทำผิดพลาดอันน่าเก้อกระดาก 
                                    
ย่อมช่วยกลบเกลื่อนหรือทำไม่เห็น

                                 2) เมื่อเห็นเหตุร้ายหรืออันตรายจะมีแก่ผู้ใดย่อมต้องรีบช่วย

        วจีจริยา    เช่น        1) ย่อมไม่เยาะเย้ยถากถาง  ผู้กระทำผิดพลาด

                                 2) ย่อมไม่ใช้วาจาอันข่มขู่

        มโนจริยา  เช่น        1) ย่อมไม่มีใจอันโหดเหี้ยมเกรี้ยวกราดแก่ผู้น้อย

                                 2) ย่อมไม่ซ้ำเติมคนเสียที

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 8

        กายจริยา  เช่น        1) ย่อมไม่รวบสามตะกรามสี่กวาดฉวยเอาของที่เขาตั้งไว้เป็นของกลาง 
                                      
จนเกินส่วนที่ตนจะได้

                                 2) ย่อมไม่ลืมที่จะส่งของ  ซึ่งคนอื่นได้สงเคราะห์ให้ตนยืม

        วจีจริยา    เช่น        1) ย่อมไม่นำธุระตนเข้ากล่าวแทรกในเวลาธุระอื่นของเขากำลังชุลมุน

                                 2) ย่อมไม่ใช้วาจาอันโอ้อวดตนและลบหลู่ผู้อื่น

        มโนจริยา  เช่น        1) ย่อมรู้คุณผู้อื่นที่ได้ทำแล้วแก่ตน

                                 2) ย่อมไม่เกี่ยงงอน  ทอดการงานตนให้ผู้อื่น

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 9

        กายจริยา  เช่น        1) ย่อมไม่ละลาบละล้วงเข้าร้องเข้าเรือนก่อนเจ้าของบ้าน อนุญาต

                                 2) ย่อมไม่เที่ยวเปิดดูหนังสือ  ตามโต๊ะเขียนหนังสือของผู้อื่น

        วจีจริยา    เช่น        1) ย่อมไม่เที่ยวถามเขาว่านั่นเขียนหนังสืออะไร

                                 2) ย่อมไม่เก็บเอาความลับของผู้หนึ่งมาเที่ยวพูดแก่ผู้อื่น

        มโนจริยา  เช่น        1) ย่อมไม่เป็นคนต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างหนึ่ง

                                 2) ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในความเที่ยงตรง

       

ตัวอย่างสมบัติผู้ดีภาคที่ 10

        กายจริยา  เช่น         1) ย่อมไม่ข่มเหงผู้อ่อนกว่า เช่น เด็ก  หรือผู้หญิง

                                  2) ย่อมไม่มั่วสุมกับสิ่งอันเลวทราม เช่น กัญชา ยาฝิ่น

                                      (ปัจจุบันต้องเพิ่มยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ ยาเค 4 x 100 เข้าไปด้วยนะคะเนี่ย อิ อิ อิ - )

        วจีจริยา    เช่น          1) ย่อมไม่เป็นพาลพอใจทะเลาะวิวาท

                                   2) ย่อมไม่เป็นผู้สอพลอประจบประแจง

        มโนจริยา  เช่น          1) ย่อมไม่คิดทำลายผู้อื่น เพื่อประโยชน์ตน

                                   2) ย่อมเป็นผู้มีความละอายแก่บาป

       

มาถึงพฤติกรรมที่ปรากฏตามที่อาจารย์กล่าวข้างบนนั้นกันนะคะ  แหม..ติดลม ^ ^

                สำหรับพฤติกรรมที่ปรากฏของคนในสังคมไทยตามตัวอย่างสมบัติผู้ดีที่เบิร์ดสุ่มมาให้ดูทั้ง 10 ภาค ก็สามารถให้คำตอบได้เป็นอย่างดีว่า  ทั้งเยาวชน  ผู้ใหญ่ชนและชราชนของเราต่างก็บกพร่อง จริยา  ทั้งทางกาย  วาจา  และใจกันเป็นส่วนมากเลยนะคะ  การบกพร่องเช่นนี้เองทำให้ สังคม  โดยส่วนรวมวุ่นวายสับสนไปด้วย  ..แหม มิน่าล่ะคะ อิ อิ อิ  ^ ^...

สรุปค่ะ...ลงได้ซะที เกือบไปแล้วเชี้ยว 555

สมบัติผู้ดี  จึงดูจะเป็นเครื่องมือที่ สงบนิ่งดังขุนเขา  แต่ทรงพลังอำนาจดั่งเทพเจ้า  ที่นักการศึกษา  นักวิชาการ  ข้าราชการ เยาวชนและประชาชนทั่วไปทุกอาชีพควรหันกลับมาให้ความใส่ใจนะคะ อย่างน้อยก่อนจะจากโลกนี้ไป ก็ยัง้สรุปบทเรียนให้ตนเองได้รู้ว่า  ผิดจริยาข้อใดบ้าง  ฮี่ ฮี่ ฮี่

เบิร์ดมาซะบันทึกอาจารยหนักไปเลยค่ะ ขออภัยนะคะด้วยความมันเขี้ยวแท้เทียว..้