ปรากฏการณ์การแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ระบบการศึกษาทำให้ทั้งคนสอน และคนเรียนใน "โรงสอน" บกพร่องความสุข บรรยากาศการเรียนรู้จึงขึงเครียด ผลผลิตจากโรงสอนเราก็ได้เด็กที่เครียดๆ มุ่งเอาชนะ เน้นความเป็นปัจเจกมากกว่าส่วนรวม หลงลืมความเอื้ออาทรที่เป็นส่วนหนึ่งและจุดแข็งของสังคมดั้งเดิมของเรา

สังเกตได้ว่าไม่ว่าปัญหาไหนๆที่เกิดขึ้นปัจจุบัน จำเลยที่ถูกพาดพิงถึงคือ "ระบบการศึกษา" เรามักพูดถึงการศึกษาที่คับแคบ ระบบการศึกษาที่ทำให้วิถีชีวิตผู้คนเปลี่ยนไปจากเอื้ออาทรกลายเป็นต่อสู้ แข่งขัน มุ่งการต่อสู้เพื่อไขว่คว้าการเป็นที่หนึ่ง ความใยดีต่อคนรอบข้างถูกลืมด้วยการถูกลดความสำคัญ และที่น่าเป็นห่วงก็คือ นักการศึกษาที่ช่วยกันร่างนโยบายและผู้รับนโยบายดูเหมือนไม่อินังขังขอบกับผลลัพธ์เหล่านี้อย่างที่ควรจะเป็น

 

ผมมีโอกาสไปเป็น facilitator ให้กับกรมอนามัยในครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารโรงเรียนจากหลากสถานที่ทั่วประเทศ ในการถอดบทเรียนในเวทีครั้งนั้นผมเห็นความพยายามเชื่อมความความรู้กระแสหลักกับความรู้ท้องถิ่นผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียน(เกือบทุกโรงเรียน) มีศัพท์ที่คุ้นเคย อาทิเช่น เศรษฐกิจพอเพียง,หลักสูตรท้องถิ่น ถูกกล่าวอ้างบ่อยๆในเวทีถอดบทเรียน หากมองไปลึกๆถึงขั้นดำเนินการโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเชื่อมได้เป็นเนื้อเดียวกับชุมชน และดูเหมือนว่าขาดการศึกษาบริบทชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้ง "ไม่เข้าใจ และไม่เข้าถึง" รวมถึง "เพิกเฉย"ทำให้การดำเนินการมุ่งตอบสนองนโยบายตามกระแสมากกว่าผลประโยชน์ชุมชน ...การประเมินผลจึงเป็นเหมือนภาพลวงตา ผ่านรายงานที่มองไม่เห็นของจริง นี่เป็นข้อสังเกตของผมเอง ในเวลาแลกเปลี่ยนกันไม่นานนัก

 

ปรากฏการณ์การแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ระบบการศึกษาทำให้ทั้งคนสอน และคนเรียนใน "โรงสอน"  บกพร่องความสุข  บรรยากาศการเรียนรู้จึงขึงเครียด ผลผลิตจากโรงสอนเราก็ได้เด็กที่เครียดๆ มุ่งเอาชนะ เน้นความเป็นปัจเจกมากกว่าส่วนรวม หลงลืมความเอื้ออาทรที่เป็นส่วนหนึ่งและจุดแข็งของสังคมดั้งเดิมของเรา

 

แต่ยังไม่สิ้นหวัง...เมืองไทยยังมีสิ่งดีๆในแวดวงการศึกษาให้เห็น

 

ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ออกไปทางนนทบุรี ผ่าน อ.ลาดหลุมแก้ว ทะลุไปยัง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณ ไปยังบ้านน้องจิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ (น้องจิ)  เพื่อเข้าร่วมทำบุญครบ ๑๐๐ วันคุณพ่อและน้องสาวของน้องจิ

 

บรรยากาศชนบทและน้ำใจของคนที่นั่น ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเสมือนญาติ  ส่วนหนึ่งของงานบุญครั้งนี้ จะมีการประชันเพลงอีแซวของเด็กๆโรงเรียนบางลี่วิทยาด้วย ลือลั่นมามากกับชื่อเสียงของความสามารถของเด็กจากโรงเรียนนี้ ที่สำคัญมีน้องจิ เป็น Blogger รุ่นเยาว์ของ Gotoknow อีกทั้งยังมี คุณครูพิสูจน์ คุณครูผู้สร้างและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู

 Dsc01508

ผมมีโอกาสดีที่ได้เจอทั้งสองท่าน อีกทั้งได้ชมกิจกรรมดีๆที่เป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนบางลี่ เป็นความภาคภูมิใจของคนสองพี่น้อง ห้วงเวลาที่ได้ชมการประชันเพลงอีแซว ผมเห็นความรักกรุ่นกระจาย ผมเห็นความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น และผมเห็นความรักระหว่างคุณครูกับศิษย์

 Supan1

เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้ชมการแสดงเพลงอีแซวแบบใกล้ชิด ซึ่งบ้านผมที่เหนือไม่มี และการแสดงต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณอย่างยิ่งยวด ทั้งร้อง ด้นสด การร่ายรำ การตอบโต้แบบฉับพลัน พวกเขาทำได้และทำได้ดี ผมและญาติๆจาก gotoknow ยิ้มแก้มแทบปริ บางท่านก็น้ำตาไหลรื้น ด้วยความตื้นตันใจ

 

หากเรามองวิถีการการแข่งขันที่เป็นบ้าเป็นหลังของโอเน็ต เอเน็ต วิกฤตการณ์ความล้มเหลวของภาคการศึกษา แล้วหันกลับมาดูเนื้อแท้ของการศึกษาที่ควรจะเป็นเช่น "บางลี่วิทยา" ภาพของน้องๆเด็กนักเรียนยิ้มแย้ม มีเวทีแสดงออกที่เหมาะสม มีส่วนผสมของความรัก ความภาคภูมิใจในถิ่นเกิด บรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความสุขของพวกเขา คือความสำเร็จของทั้งการศึกษาและชุมชนที่นั่น

 

ผมมองว่าที่นี่เป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบที่เป็น Best Practice ในหลายๆเรื่อง ทั้งคุณครูต้นแบบที่หายากแบบคุณครูพิสูจน์ เยาวชนคนเก่งแบบน้องจิและเพื่อนๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็น "ความดี ความจริง ความงาม" บนเส้นทางการศึกษาที่อำเภอสองพี่น้อง

 

ขอชื่นชมด้วยความจริงใจและขอให้กำลังใจบนเส้นทางสร้างสรรค์สังคมของทุกท่านต่อไป