BM.chaiwut
พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล ฉายา ฐานุตฺตโม

อนุทิน ปฏิทิน


อนุทิน ปฏิทิน

ครั้งแรกที่เจอคำว่า อนุทิน ใน GoToKnow ผู้เขียนก็สำคัญว่าเป็น บันทึกประจำวัน ที่เพิ่มเข้ามา ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก... ต่อมาก็พบว่าคำนี้แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า Journal ซึ่งผู้เขียนก็เพิ่งรู้เช่นเดียวกัน ลองเปิดพจนานุกรมดู เค้าก็แปลศัพท์นี้ว่า บันทึก ได้อีกความหมายหนึ่ง...

อนุทิน คำนี้ไม่ค่อยจะเห็นใช้โดยตรงในบาลี และไม่เคยเจอด้วยว่าในบาลีจะแปลว่า บันทึก หรือ Journal ได้ ... จึงคาดเดาเอาว่า น่าจะเป็นภูมิปัญญาของโบราณาจารย์ไทยที่เลือกบัญญัติคำว่า อนุทินใช้แทน Journal ในความหมายว่า บันทึก

เมื่อแยกศัพท์ อนุ + ทิน = อนุทิน ... โดย อนุ เป็นอุปสัคแปลว่า น้อย, ภายหลัง, ตาม ... ส่วน ทิน เป็นคำนามแปลว่า วัน ... ดังนั้น อนุทิน น่าจะแปลว่า ตามวัน หรือ ประจำวัน

ถ้าจะวิเคราะห์ศัพท์ทำนองบาลีก็อาจจัดให้เป็นศัพท์สมาส โดยเป็นอัพยายีภาวสมาสได้ และตั้งวิเคราะห์ได้ดังนี้

  • ทินสฺส ปฏิปาฏิ อนุทินํ
  • ลำดับแห่งวัน ชื่อว่า อนุทิน

โดยคำว่า อนุ อุปสัค ใช้แทนคำว่า ปฏิปาฺฏิ ในบทสรุป

  • หมายเหตุ ประเด็นนี้ เดิมทีนั้น ผู้เขียนได้อ้างชื่อวิเคราะห์ผิดพลาด ไัดัรับการแนะนำจากกัลยาณมิตร จึงได้แก้ไขใหม่ถูกต้อง (ขออนุโมทนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

......

เฉพาะ ทิน ซึ่งแปลว่า วัน นี้ อาจตั้งวิเคราะห์ตามรากศัพท์ได้หลายนัย เช่น

  • ททาติ วายามนฺติ ทินํ
  • ธรรมชาติใด ย่อมให้ซึ่งความพยายาม ดังนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า ทิน (เป็นที่ให้ซึ่งความพยายาม)

นัยนี้ ท่านว่ามาจาก ทา รากศัพท์ แปลว่า ให้ ... ลง อินะ ปัจจัย (ทา +อินะ = ทินะ) แปลว่า เป็นที่ให้ซึ่งความพยายาม... อาจอธิบายได้ว่า กลางคืนนั้น  คนง่วงเหงาหาวนอน อยากพักผ่อน จึงถดถอยด้อยความพยายาม แต่เมื่อถึงกลางวัน คนจึงรู้สึกตัว กระปี้กระเปร่า เกิดความพยายามขึ้นมา....

 

  • ทิพฺพติ เอตฺถาติ ทินํ
  • ประชาชน ย่อมร่าเริง ในธรรมชาตินี้ เหตุนั้น ธรรมชาตินี้ ชื่อว่า ทิน (เป็นที่ร่าเริงแห่งประชาชน)

นัยนี้ ท่านว่ามาจาก ทิว รากศัพท์ แปลว่า ร่าเริง ... ลง อะ ปัจจัย แล้วแปลง ว.แหวน เป็น น.หนู  (ทิว +อะ = ทิวะ - ทินะ) แปลว่า เป็นที่ให้ซึ่งความร่าเริงแห่งประชาชน... อาจอธิบายได้ว่า กลางคืนนั้น คนง่วงเหงาหาวนอน ซึ่งต่างกับกลางวัน ที่คนร่าเริงแจ่มใส...

 

  • สตฺตานํ อายุ ทียติ ขียติ เอเตนาติ ทินํ
  • อายุแห่งสัตว์ทั้งหลาย ย่อมสิ้นไป คือย่อมหมดไป เพราะธรรมชาตินี้ ดังนั้น ธรรมชาตินี้ ชื่อว่า ทิน (เป็นเหตุสิ้นไปแห่งอายุของสัตว์)

นัยนี้ ท่านว่ามาจาก ที รากศัพท์ แปลว่า สิ้นไป ... ลง อินะ ปัจจัย (ที + อินะ = ทินะ) แปลว่า เป็นเหตุสิ้นไปแห่งอายุของสัตว์... อาจอธิบายได้ว่า  วันๆ หนึ่งที่ผ่านไปนั้น หมายถึงอายุของสัตว์ก็ย่อมสิ้นไปหรือหมดไปด้วย...

............

อีกคำหนึ่งที่คล้ายกันซึ่งมีใช้ในภาษาไทย คือ ปฏิทิน (ปฏิ + ทิน = ปฏิทิน)... โดย ปฏิ เป็นอุปสัค แปลว่า เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ. ...  ดังนั้น ปฏิทิน  จึงน่าแปลว่า  เฉพาะวัน หรือ กำหนดวัน  ...

อนึ่ง ในภาษาบาลีมีคำศัพท์ที่ใช้กำหนดวันคืนหลายสิบศัพท์ และมีอยู่นับสิบศัพท์เช่นเีดียวกันที่มีใช้อยู่ในภาษาไทย เช่น กาล เวลา ขณะ ยาม สายันห์ ราตรี อัสดง อรุณ สมัย ...

 

คำสำคัญ (Tags): #ปฏิทิน#อนุทิน
หมายเลขบันทึก: 177923เขียนเมื่อ 21 เมษายน 2008 12:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 23:57 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (26)

นมัสการค่ะพระอาจารย์

ดิฉันรู้จักคำว่า อนุทิน จากบล็อกของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ค่ะ สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่าเด็กรุ่นใหม่จะรู้จักคำนี้หรือไม่ ดีจังเลยค่ะที่พระอาจารย์มาเขียนอธิบายถึงรากศัพท์ของคำว่า อนุทิน ไว้ค่ะ ขอบคุณค่ะ :)

สวัสดีคะ

ตามมาดูความหมายในเชิงลึกที่พระอาจารย์ได้อธิบายไว้

ขอบคุณมากคะ

กราบนมัสการครับ พระคุณเจ้า BM.chaiwut

ผมขอแวะมารับความรู้จากบันทึกนี้

กราบขอบพระคุณครับ :)

ขอบคุณครับ ได้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นครับ เมื่อหลายปีก่อนเคยนั่งทำหลักสูตรทางด้านภาษาร่วมกับอาจารย์ทางด้านภาษา เขาใช้คำนี้กันเยอะ จนผมงงไปหลายยก

P

จารุวัจน์

 

  • อาตมาก็เล่าเล่นๆ...

ไม่รู้ทำไม นักวิชาการวิชาเกินจึงชอบบัญญัติศัพท์แปลกๆ ใหม่ๆ มาใช้กันจริงๆ...

นักวิชาการไทยก็นิยมบาลีสันสกฤต ส่วนนักวิชาการฝรั่งก็ไปขุดคำกรีกลาตินมาใช้...

กลายเป็นว่า วิชาความรู้ถูกเก็บไว้ในหอคอยงาช้าง ทำให้คนทั่วไปหรือต่างแขนงวิชา ยากที่จะฝ่าด่านภาษาเข้าไปได้...

  • ถือโอกาสบ่น (อีกครั้ง)....

เจริญพร

ผมเคยเข้าใจว่า คำว่า ทิน นั้นน่าจะมาจากคำที่หมายถึง พระอาทิตย์ ซึ่งหมายถึง วัน

ขอท่านผู้รู้ให้ความเห็นด้วยครับ

นมัสการหลวงพี่

เห็นด้วยว่า ศัพท์บัญญัติมากมาย ชอบใช้บาลีสันสกฤต ที่ในพจนานุกรมไทยก็หาไม่ค่อยจะเจอ อาจจะติดปากติดมือกันแล้วก็ไม่แน่ เข้าไปสถานศึกษาบางแห่ง เจอะศัพท์แปลกๆ ที่อ่านยากเขียนยาก

เห็นได้ชัดว่า ศัพท์บัญญัติใหม่ๆ หลายคำมีคนใช้กันพร่ำเพรื่อ และผิดความหมายไป เพราะไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วหมายถึงอะไร

เห็นด้วยอีก ว่าฝรั่งเองก็ขุดศัพท์กรีก ละตินมาใช้ เหมือนกันเลย ;)

ไม่มีรูป

ยำใหญ่

 

พระอาทิตย์ ก็มีใช้นับสิบศัพท์เหมือนกัน...

P

ธ.วั ช ชั ย

 

  • อยากดัง ! เรียกร้องความสนใจ !  อวดรู้ !  ...ฯลฯ

ก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดว่าอย่างไร แต่ประเด็นนี้มีอยู่จริง... ดังเช่นแวดวงการเมืองไทยปัจจุบัน บางคนออกมาพูดครั้งหนึ่งก็เสนอคำศัพท์ใหม่ออกมาให้วิจารณ์ครั้งหนึ่ง...

โดยส่วนตัว อาตมาชอบคำว่า คนชายขอบ ระดับรากหญ้า ฯลฯ... ซึ่งเป็นคำไทยๆ พอจะเข้าใจได้มากกว่าคำว่า เนติบริการ โลกาภิวัฒน์ ฯลฯ... ซึ่งต้องแปลอีกครั้ง

คำไทย คำโดด คำมูล คำประสม.... เราควรจะเน้นคำเหล่านี้ในการสอนสร้างภาษาไทย มิใช่ชอบอวดรู้นำบาลีและสันสกฤตมาใช้ และหลายคำที่ใช้สืบต่อมาอย่างผิดๆ จนยากที่จะปรับแก้...

เจริญพร

พระอาจารย์ครับ... ผมคิดเอาเองว่า...คำใหม่ ๆ เขาใช้กันเพื่อจิตวิทยาภาษาน่ะครับ...

 

คนทั่วไปพอเริ่มชินกับคำเดิม ๆ ความสนใจก็ลดลง...

 

ใหม่สำหรับคนหนึ่งก็อาจเก่าสำหรับอีกคน...

 

ที่พระอาจารย์นำมาอรรถาธิบาย...ส่วนใหญ่ก็ใหม่สำหรับผม...เลยต้องติดตามเป็นประจำครับ....อิอิ

P

นายขำ

 

ท่านเลขาฯ ว่ามา ทำให้นึกถึงความเห็นของน้องเณรรูปหนึ่ง (ลาสิกขาไปสิบกว่าปีแล้ว) เธอว่า...

คนเราโดยมาก มักเกรงถูกกล่าวหาว่า โง่ ดังนั้น เมื่อมีใครยกศัพท์ใหม่ขึ้นมา ก็มักจะเงียบเสียง แต่ก็เงี่ยหูฟัง เพื่อจะได้จดจำไปอวดรู้กับใครบางคนต่อไป...

ที่เธอได้ให้ความเห็นอย่างนี้ เพราะน้องเณรรูปนี้ มักจะจำศัพท์แปลกๆ ใหม่ๆ จากอาตมาแล้วไปอวดภูมิรู้กับเพื่อนที่โรงเรียนประจำ...

เจริญพร

ที่พระอาจารย์ว่า "ถ้าจะวิเคราะห์ศัพท์ทำนองบาลีก็อาจจัดให้เป็นศัพท์ตัทธิตได้ และตั้งวิเคราะห์ได้ดังนี้ ทินสฺส ปฏิปาฏิ อนุทินํ ลำดับแห่งวัน ชื่อว่า อนุทิน"

น่าจะเป็น"สมาส"มากกว่านะครับ เป็นนิปาตบุพพกะ อัพยยีภาวสมาสครับผม

 

ขออภัยครับ..พิมพ์ผิด..เป็นอุปสัคคบุพพกะ อัพยยีภาวสมาสครับ..หมายถึงมีอุปสัคอยู่หน้า คำว่า "อนุ" เป็นอุปสัค..ขอบคุณครับ..^_^

ไม่มีรูป

ธรรมดาสามัญ

 

  • ขออนุโมทนาอย่างสูงยิ่ง....
  • ผิดพลาดจริงๆ ...

มีอะไรผิดพลาดก็ช่วยแนะนำมาด้วย ... บางบันทึกผิดพลาด ไม่มีใครทัก ก็ผิดอยู่เป็นปีๆ กว่าจะไปอ่านเจอแล้วได้แก้...

เฉพาะตามวิเคราะห์ที่ตั้งไว้ ไม่ผิด แต่อ้างชื่อผิด และตอนนี้ก็ได้แก้ไขตามคำแนะนำแล้ว...

ส่วนสาเหตุที่ผิดพลาด...  น่าจะเป็นเพราะอัพยายีภาวสมาส ใช้อุปสัคแทนเนื้อความ ขณะที่ตัทธิตใช้ปัจจัยแทนเนื้อความ... จึงเผลอเรอไป....

มีอะไรก็ผิดพลาดโปรดแนะนำมาอีก จะได้แก้ไขให้ถูก... ขออนุโมทนาอย่างยิ่ง (อีกครั้ง)

เจริญพร

 

 

มาลงชื่ออ่านครับกระผม

P

กวิน

 

ตั้งแต่ตั้งเขียนเล่าเรื่องบาลี เพิ่งครั้งนี้แหละ ที่ ผิดพลาด จังเบอร์เลย (5 5 5 5....)

เจริญพร

  • นมัสการพระคุณท่านBM.chaiwut ที่เคารพ
  • ตามเข้ามาอ่าน ประเทืองปัญญาขอรับ
  • กราบ 3 หนขอรับ 

กราบนมัสการท่านค่ะ

  • มาเติมความรู้เรื่อง อนุทิน
  • ในความหมายความเข้าใจของตัวเองจะขอแปลความอนุทินที่ G2K ให้ตัวเอง เอง ว่า สมุด Note เล็ก จดไว้กลัวลืมค่ะ...จดนิดๆ หน่อยๆ เพื่อรู้เรื่องคนเดียว เข้าใจคนเดียว แล้วค่อยมาขยายอีกที่ในบันทึก ในบล็อก ค่ะ
  • แต่บางที่การจดเป็นคำสั้น เป็นพยางค์ ๆ อาจจะถูกครูภาษาไทยดุใช่ไหมคะ เพราะว่าเปิดเผย...

P

ทนัน ภิวงศ์งาม

 

  • กำลังติดตามอนุทินของอาจารย์อยู่...

เห็นอาจารย์เพิ่มเติมผู้ติดตามอนุทินของอาตมาเข้ามา แต่ไม่นานก็ลบทิ้งไป จึงคาดหมายว่า อาจารย์คงกำลังจัดระเบียบอนุทินส่วนตัวอยู่ (......)

...........

P

ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี

 

  • เห็นด้วยกับครูภาษาไทยคนนั้น...

เพราะถ้าเราเปิดเผยก็ควรใช้ภาษาให้คนอื่นพอจะอ่านได้รู้เรื่อง แต่ถ้าเราไม่เปิดเผย ต้องการจะไว้อ่านคนเดียว เราจะเขียนอย่างไรก็ได้เพื่อให้เรารู้เรื่องเท่านั้น...

เหมือนตอนเรียนหนังสือ สมุดจดของเพื่อนบางคน ใครๆ ก็ชอบอ่าน ถึงกับนำไปถ่ายเอกสารกันเลยก็มี  แต่ของบางคน  พอเห็นก็คืนเลย เพราะอ่านไม่ออก  ดูไม่รู้เรื่อง (5 5 5....)

ฟังว่าปราชญ์บางท่าน ตอนเรียนจะจดหน้าหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งก็จะเก็บไว้เขียนวิจารณ์ที่อาจารย์สอน เมื่อกลับถึงที่พัก เพราะเพิ่งเรียนมา และยังไม่ลืม... อาตมาเคยนำวิธีการนี้มาใช้บ้างเหมือนกัน แต่ก็ทำได้เพียงบางครั้งบางคราวหรือบางวิชาเท่านั้น...

เจริญพร

  • นมัสการพระคุณท่านBM.chaiwut
  • รับว่ากำลังจัดระเบียบอนุทินขอรับ
  • ได้ติดตามอ่านแลก็ศึกษาวิธีเขียนอนุทิน โดยเข้าไปอ่านอนุทินของสมาชิก ร่วมทั้งของพระคุณท่านด้วย
  • และก็เคยคลิกที่"ติดตามอ่านอนุทินนี้"ของพระคุณท่านด้วยขอรับ
  • และด้วยความไม่แน่ใจว่า จะสมควรหรือ? หากไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของอนุทินก่อน ทำนองนี้แหละ จึงลบออกไปก่อน
  • มาบัดนี้ ก็พอจะรับรู้/รับทราบขึ้นมาบ้างแล้ว ก็เลยขอเป็นแฟนประจำในอนุทินพระคุณท่านด้วยก็แล้วกันขอรับ
  • กราบ 3 หนขอรับ

กราบนมัสการหลวงพี่

มารับความรู้ด้วยคนครับ

กราบนมัสการพระมหาฯ ค่ะ ขออนุญาตเก็ความรู้ด้วยคนนะคะ 

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่า "อนุทิน" คืออะไร และมีไว้ทำไม 

ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี