เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 51 เป็นวันเปิดทำงานวันแรก

แต่เนื่องจากต้องเดินทางไปร่วมงาน
UKM 12 ที่นครนายก

และคุณเอื้องฟ้าบอกไว้ว่านัดกันตอนบ่ายโมงครึ่งที่หน้าศูนย์บริการวิชาการ

จึงต้องรีบทำงานให้เสร็จในช่วงเช้า และไปรอขึ้นรถ

เมื่อทุกคนพร้อม ออกเดินทางจากขอนแก่น ด้วยรถยนต์
2 คัน 

ปรากฎว่าเส้นทางการจราจรขาเข้ากรุงเทพยังหนาแน่น คงเป็นควันหลงจากวันหยุดยาว กว่าจะใกล้นครนายกก็เย็นย่ำ

ทีมงานถามกันว่าจะแวะทานข้าวที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าอำเภอบ้านนาหรือเปล่า

แต่ในที่สุด จึงตัดสินใจจะไปรับประทานอาหารกันที่อำเภอบ้านนา

เมื่อไปถึงบ้านนา ไม่เห็นมีร้านอาหาร

ทีมงานเริ่มหิวกันแล้ว และมีผู้ที่หิวจนตาลายจนแนะนำให้ซื้อหลอดไฟที่ประดับร้านระหว่างทางเป็นอาหาร ให้กันกินซะแล้ว

ในที่สุดเราได้แวะรับประทานข้าวต้มที่นครนายก อาหารดูจะอร่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากทุกคนหิวกัน

เราถึงโรงแรมเมื่อค่ำมืด พบคุณน้องเมย์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยืนอยู่หน้าโรงแรม

ทักทายกันอย่างคนคุ้นกัน เหมือนเพื่อนเก่าได้พบกัน

เช้าวันที่ 18 เมษายน 51 ตื่นขึ้นมาพบว่าอันตัวเรานั้นได้หลับและตื่นขึ้นมาท่ามกลางขุนเขาเขียวขจี

นึกเสียดายที่ไม่ได้หยิบรองเท้าผ้าใบมาเดินออกกำลังกายยามเช้า

พอไปลงทะเบียนได้กระเป๋าสีสวย เอกสาร ใบโพธิ์ และพบ คำเชิญชวน ตามภาพ
ใบโพธิ์ + กระเป๋า

และคำเชิญชวน  

หลายคนเดินเข้าห้องและเริ่มเขียน ภายในห้อง ด้านซ้ายที่ผนังห้อง มีต้นโพธิ์ใหญ่ ที่มีเพียงกิ่งก้าน ไม่มีใบ ติดอยู่ ทางผู้จัดได้ขอให้ผู้ร่วมประชุมนำใบไม้ที่เขียนไปติด ในที่สุดต้นโพธิ์ก็มีใบเต็มต้น ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของผู้ร่วมประชุม

การบรรยายของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ คงสร้าง พลังในการสร้างสิ่งดีและปิ๊งแว็บให้เกิดขึ้นกับใครหลายคน

ช่วงต่อมาเป็นการเล่าเรื่องความสำเร็จของชาวมหาวิทยาลัย ทุกคนมีเรื่องเล่าที่จะเร้าพลัง เช่น เรื่องของอาจารย์ทองสุก (ดร. ถ่าน)

และตามด้วยช่วงบ่าย เข้ากลุ่มย่อย ดูทุกคนมีเรื่องดีๆอยากเล่าต่อกันมากมาย

เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้าไปเดินดูธรรมชาติ ของขุนเขา พระอาทิตย์ขึ้น

โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบภูเขาเพราะดูสวยงาม เขียวขจี เต็มไปด้วยอะไรให้ค้นหา แถมดูมีพลังที่จะสร้างความหนักแน่นดี

พระอาทิตย์เช้านั้นมีเมฆหมอกบังเป็นระยะ แต่ก็แย้มแสงสีส้มออกจากกลีบเมฆเป็นระยะ สวยงามมาก
เมื่อรับประทานอาหารเช้ากันแล้ว เข้าห้องประชุม มีความคิดเห็นต่างๆให้แลกเปลี่ยนกันมากมาย แต่เป้าหมายที่ช่วยกันคิด ล้วนเป็นไปเพื่อการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นตนเอง งาน และสังคม และหลายคนคิดที่จะนำสิ่งที่ได้รับไปต่อยอดอีกมากมาย

 

ดังคำที่ได้ยินในการประชุมว่า การที่เราคิดเรื่องพัฒนานั้น เราไม่ได้คิดแต่เพียงในที่ทำงาน แม้ยามหลับ เราก็ยังฝันที่จะพัฒนา

ภาพชาว UKM ค่ะ