ในส่วนของห้องแสดงเกี่ยวกับธรณีวิทยา นอกจากอัญมณีที่นำมาชมกันแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังแสดงเกี่ยวกับเรื่องปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาต่างๆ เรื่องแผ่นดินไหว การเกิดของหินประเภทต่างๆ หินอุกาบาต เต็มไปหมด

ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสมิธโซเนี่ยน เป็นแหล่งแสดงและรวมรวบความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในด้านต่างๆ มีห้องแสดงเกี่ยวกับธรณีวิทยา ไดโนเสาร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ห้องแสดงกระดูกของสัตว์ประเภทต่างๆ นกในวอชิงตันดีซี ห้องแสดงภาพสวยๆ ซึ่งคงมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตลอดปี ตอนที่ไปการแสดงพิเศษเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผีเสื้อกับดอกไม้ เป็น exhibit พิเศษที่ต้องเสียเงินเข้าไปชม และคนเข้าคิวยาวมาก ก็เลยยังไม่ได้เข้าไปชม

ถ้าใครได้มีโอกาสมาวอชิงตัน ดีซี ดิฉันขอแนะนำว่าอย่างพลาดเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในแง่มุมต่างๆ แล้ว จะได้ชื่นชมความงามของเพชรพลอยต่างๆ ที่เปิดเป็นห้อง gallery ชื่อ The Janet Annenberg Hooker Hall of Geology, Gems, and Minerals ให้กับทุกคนได้เข้าชมฟรีอีกด้วย เป็นห้องแสดงที่คนแน่นที่สุดก็ว่าได้

เดินเข้าไปในโถงก็จะพบช้างยักษ์ตัวนี้เป็นผู้ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนค่ะ

ส่วนอันนี้เป็น Sandstone (หินทราย) เกิดตามธรรมชาติ ถูกบีดรัดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและน้ำ จนกลายรูปมาเป็นเช่นนี้ค่ะ

เมื่อวาน (เสาร์ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๑) อากาศดี และแดดดีมาก ได้ไปเียี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในช่วงบ่าย คนมาเที่ยวกันเยอะมาก แต่ก็ถ่ายภาพไว้ได้บ้าง เพราะอาศัยความเป็นระเบียบในการเข้าแถวผลัดกันชม ผลัดกันถ่ายภาพ เดินตามคิวไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ใช้กล้อง ถ่ายแบบไม่ใช้แฟลช(เพราะให้โทนที่สวยกว่า) ก็เลยได้ภาพมัวๆ ไปหน่อยค่ะ

เชิญชมความงามของธรรมชาติ ที่ถูกเสริมแต่งโดยมนุษย์กันเลยนะคะ ดูแล้วอย่าหูตาลายกันนะคะ ^ ^ ก็แค่ก้อนหินประเภทหนึ่งค่ะ ที่สะท้อนแสงมากหน่อยเท่านั้นเอง ฮา..

เพชรโฮป 45.52 การัต พบในอินเดีย แสดงใน Hall of Geology, Gems and Minerals

อีกมุมหนึ่งของเพชรโฮป

ที่มี glare มือไม่นิ่งค่ะ ^ ^ ทางพิพิธภัณฑ์ทำ display ที่หมุนไปรอบๆ แล้วหยุดทุกๆ 90 องศา คนที่มาชมที่ล้อมรอบอยู่จะได้ไม่ต้องมาแย่งกันดูด้านหน้าของเพชร ทุกคนอยู่กับที่ได้ เดี๋ยวเพชรจะหมุนไปให้ดูเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีมาก ไม่งั้นคงเบียดกันน่าดู ^ ^  ขณะที่ถ่ายภาพนี้น่าจะมีคนมุงอยู่รอบๆ ไม่ต่ำกว่า ๑๕ คน

ต่างหูเพชรที่ มารี อังตัวเน็ต เคยใส่ ขนาดใหญ่มาก  ถ่ายด้วยแฟลช เลยไม่ค่อยสวย ลืมบันทึกขนาดการัต แต่ก็ประมาณข้อแม่โป้งมือแหละค่ะ  รูปที่ถ่ายแบบไม่ใช้แฟลชไม่ชัดเลยค่ะ  ^ ^

"ของขวัญจากนโปเลียน" มงกุฎมอบให้ภรรยา ส่วนสร้อยคอให้ภรรยาตอนมีลูกคนแรก รักเมียรักลูกน่าดูเลย ^ ^

สร้อยคอที่นโปเลียนให้เป็นของขวัญกับภรรยา ถ่ายแบบเปิดแฟลช

แหวนมรกต เคยเป็นของกษัตริย์อินเดีย

Blue Sapphire ขนาด 423 การัต ใหญ่มากๆๆ นี่ขนาดถ่ายไม่ชัดนะคะ ^ ^

สองอันนี้ลืมบันทึกประวัติมาด้วย เป็น Blue Sapphire เหมือนกัน

มรกต ขนาด 168 การัต!!!

คริสตัลอันขวาเป็นมรกตที่ยังไม่เจียร ขนาด 858 การัต!! 

ลืมบอกว่าฝรั่งเขาใช้ Crystal กับหินที่ยังไม่ผ่านการเจียรนัย ถ้าเจียรนัยแล้วเรียกเป็น Gem หรืออัญมณี (อันนี้แปลเองค่ะ)

สองก้อนนี้เป็นคริสตัลที่เรียกว่า Aquamarine  สีน้ำทะเลใสสมชื่อจริงๆ ค่ะ

เม็ดก้อนนี้ 1,000 การัต!

จำเกร็ดเล็กๆ ที่อ่านจากบอร์ดแสดงเกี่ยวกับการัต (carat or karat) ได้นิดหน่อย เห็นบอกว่ามีที่มาจากเมล็ดพืชชนิดหนึ่ง (carob seed) ปัจจุบันมาตรฐาน ๑ การัตคือ ๒๐๐ มิลลิกรัมค่ะ

ส่วนเจ้านี่ 15,256 การัต!!!

หนักเท่าไหร่คะ ลองคูณเลขเร็ว....ติ๊กต๊อก..ติ๊กต๊อก..

เฉลย ประมาณ 3.1 กก.ค่ะ.....

สร้อยคอเพชรจำนวนการัตรวม 131.4 การัต ประกอบไปด้วยเพชร 345 เม็ด

เพชรรูปหัวใจสีฟ้า (Blue Heart Diamond) ขนาด 2 ใน 3 ของเพชรโฮป (30.62การัต)

จากเวบของพิพิธภัณฑ์ เขาบอกว่าการที่เพชรเป็นสีต่างๆ นั้นเกิดจาก impurities อย่างเช่นเพชรสีฟ้าเม็ดนี้หรือเพชรโฮปก็เช่นกัน ซึ่งถ้าฉายแสง ultraviolet ลงไปที่เพชร ในห้องที่มืดมากๆ เพชรจะสะท้อนออกมาเป็นสีแดงเข้มเลยค่ะ ไปดูวีดีโอนี้ได้ที่เวบของพิพิธภัณฑ์ค่ะ

เพชรสีเหลืองตามธรรมชาติ (เนื่องมาจาก impurity) แต่สวยดีไปอีกแบบ

โอย..แสบตา ^ ^

เพชรสีเชมเปญขนาด 67.89 การัต

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หูตาลายกันบ้างหรือเปล่า ^ ^ ยังมีภาพของส่วนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้นำมาลงอีกค่ะ ในส่วนของห้องแสดงเกี่ยวกับธรณีวิทยา นอกจากอัญมณีที่นำมาชมกันแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังแสดงเกี่ยวกับเรื่องปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาต่างๆ เรื่องแผ่นดินไหว การเกิดของหินประเภทต่างๆ หินอุกาบาต เต็มไปหมดเลยค่ะ ไว้ถ้ามีโอกาสจะนำภาพทยอยมาให้ชมนะคะ