สวัสดีครับ ครูข้างถนนกลับมาแล้ว หลังจากที่ออกเดินทางตามฝันและกับไปรดน้ำคารวะดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ผู้ที่เคารพนับถือและร่วมประเพณีปีใหม่เมืองเรา โดยผมออกเดินทางจากแม่สอดวันที่ 7 เมษายน 2551 เพื่อเก็บงานในพื้นที่ ที่ผมรับผิดชอบ อ.ท่าสองยาง 1 วัน พักค้างคืนที่นั้น ตอนเช้าเข้าตัวอำเภอ ฝากงานขึ้นมากับรถโดยสารแม่ต้าน-แม่สอด เสร็จแล้วก็เดินทางมุ่งหน้าสู่  อ.สบเมย  ทางสาย แม่สอด-แม่สะเรียง สภาพถนนหนทางเป็นปกติของทางหลวงชนบท ที่มีพื้นที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง และมีการซ่อมทางบ้างเป็นช่วงๆ แต่ผมและเจ้าสองล้อไม่หวั่นเพราะว่าเจอกับถนนที่แย่กว่านี้มากมายหลายเท่า ผมขี่เจ้าสองล้อวิ่งไปเรื่อยเจอวัดและเจดีย์ที่สนใจก็แวะนมัสการเป็นช่วงๆไป

          ประมาณ เกือบเที่ยงจึงลงดอยเข้าสู่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  ได้หยุดพักรับประทานอาหารที่หน้าอำเภอสบเมย พักรับประทานอาหารอิ่มแล้วนำเจ้าสองล้อถ่ายรูปกับป้ายหน้าที่ว่าการอำเภอสบเมยไว้เป็นที่ระลึก  หลังจากนั้นควบสองล้อตั้งใจจะไป ตำบลแม่สามแลบ เพื่อขึ้นเรือไป สบเมยตรงที่น้ำเมยกับแม่น้ำสาละวินมาบรรจบกัน แล้วไหลลงสู่ประเทศพม่า เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง และเดินทางต่อจนถึง ก็งงครับไม่รู้จะไปทางไหนกำลังจับกลุ่มคุยกันตรงศาลาริมทางแยก จึงเข้าไปทำความรู้จักและถาม ว่าทางไปแม่สามแลบไปทางไหน มีคนหนึ่งบอกว่า ให้เลี้ยวซ้าย เลยสะพานไปแล้วเลี้ยวขวา ผมจึงขอบคุณและไปต่อ แต่เมื่อไปถึงสะพานแล้วเลี้ยวขวาตามที่เขาบอก ไม่มีทางครับ เป็นทางเข้าสู่สำนักงานอะไรสักอย่าง ผมจึงตัดสินใจจอดรถเข้าไปถามพี่เจ้าหน้าที่ แล้วมีน้องผู้หญิงใจดีคนหนึ่งมาถาม ว่าพี่จะไปไหน ผมจึงบอกจุดประสงค์ และบอกว่าทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนองค์กรหนึ่ง ผมถามน้องเขาต่อ ว่าแล้วที่นี่เป็นสำนักงานอะไร น้องเขาบอกว่า เป็นศูนย์ประสานงานเพื่อสิทธิเด็กและผู้หญิง โดยมีพี่ หลวง พี่สันติพงษ์  มูลฟอง เป็นหัวหน้าประสานงาน  ผมคุ้นชื่อ ว่าพี่หลวง  คนเดียวกับคนที่ทำงานร่วมกับองค์กรที่ผมทำหรือเปล่า ผมจึงขอให้เด็กพาผมไปทำความรู้จัก ปรากฎว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆ ผมถือว่าไม่เสียเวลาที่วัยรุ่นคนนั้นบอกทางผิด ผมจึงได้พูดคุยกับพี่หลวงสักพัก พี่เขาขอตัวไปประชุมต่อ ผมจึงขอลาพี่เดินทางไปแม่สามแลบตามที่พี่บอก

        

      ผมจึงเดินทางต่อ ก่อนถึง อำเภอ แม่สะเรียง ประมาณ 12 กิโลเมตรมีทางแยกไปตำบลแม่สามแลบ เลี้ยวซ้ายไปต่อ ประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร เป็นทางขึ้นดอยลงดอย เหมือนกัน จึงไปถึงจุดผ่อน ตำบลแม่สามแลบ จึงเข้าไปพักกางเต้นนอน ที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน หน่วยที่ เพราะเป็นเวลาประมาณ 4 โมงกว่า ไม่มีเรือที่จะเดินทางไปต่อสบเมยไม่ได้แล้ว จึงต้องรอเรือ ในวันรุ่งขึ้น