เขานำยอดของพระธาตุซึ่งเป็นทองคำแท้ๆไปฝากไว้ในเซฟห้องคลัง...ให้คลังจังหวัดดูแล นับเป็นบุญที่พ่อได้เห็นส่วนยอดของพระธาตุกับตา

สงกรานต์ปีนี้ ในเช้าวันที่ 14 เมษายน ฉันได้ยินการพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารบ้านแม่  เรื่องที่พ่อออกจะผิดหวัง(นิดๆ)ที่ลูกชายเล็กของพ่อซึ่งมีรถตู้จะกลับเร็วขึ้น  เพราะสะใภ้ไม่ได้ลางานต่อ...

....ทำให้พ่ออาจจะอดไปไหว้พระธาตุพนม...พร้อมๆกับลูกหลาน (หลังจากพ่อแอบวางแผนในใจคนเดียว)... 

ฉันได้ยินพ่อพูดถึงพระธาตุพนมบ่อยๆ....

"เออก็ดีเหมือนกันนะ...ไปวันนี้เลย ไปดูบ้านนายน้อย(น้องชายคนรองจากฉัน  ที่ได้ย้ายไปทำงานที่ศรีสงคราม จ.มุกดาหาร) แล้วเลยไปไหว้พระธาตุด้วย"  ฉันรีบตัดบทสรุป 

ก็นายน้อยนี่แหละที่มีลูกยากแล้วขอลูกกับพระธาตุพนม  ได้ลูกชายมาสองคน  ส่วนฉันซึ่งมีลูกยากเหมือนกันไม่กล้าขอด้วยเกรงว่าถ้าได้มาจะกลับไปแก้บนลำบากเพราะไกลจัง

"ไปกลับวันนี้เลย...กี่กิโล" ฉันถาม

"ขาไปน่ะประมาณ 400"

"หา...ไปกลับ 800" ฉันร้องเสียงหลง.....ทำไงได้  ขึ้นต้นแล้วนี่  แล้วทุกคนเอาจริง  เอาไงเอากัน

ฉันโทรฯบอกสามีและลูกๆอีกสองคนที่นอนอยู่บ้านเราให้เอารถเราไปด้วยอีกคัน....รถตู้กับคน 15 คน...คงแน่นรถ  โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่น...แต่ละคนล้วนขายาวๆกันทั้งนั้น...เขาคงงงเพราะไม่ได้วางแผนไว้ก่อน  แต่ก็ไปด้วยโดยดี.....คุณตาอยากเห็นพวกเราไปกันทั้งก๊วน

เราเดินทางตามปากของเจ้าถิ่น...นายน้อย สู่ มุกดาหารแล้วเลยไปจ.นครพนม  รถขับได้ค่อนข้างช้าเพราะเค้าเล่นสงกรานต์กันตลอดเส้นทาง

 

เมื่อคราวฉันยังเด็กวัยรุ่น  ตอนนั้นเรียนมัธยมปลาย  พ่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปรับราชการตำแหน่งคลังจังหวัด จ.นครพนม  ฉันได้มีโอกาสไปส่งพ่อ  ไปกับเพื่อนๆซี้ทั้งหลาย ทั้งชาย-หญิง...แก๊งเดียวกัน ไปด้วยกันเป็นโขยง...  ยังจำได้ว่าเพื่อนบางคนได้โก้งโค้งช่วยถูบ้านพักให้พ่อด้วย 

บ้านพักพ่ออยู่ใกล้แม่น้ำโขง....บรรยากาศสวยมาก  ฉันได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระธาตุพนม

....เสียดายที่มาคราวนี้ไม่ได้แวะดูบ้านเก่าและบรรยากาศริมโขง...เพราะค่ำแล้ว....แต่เห็นผ่านรถที่วิ่งเรียบชายโขง....น้ำโขงค่อนข้างแห้ง  เห็นหาดทรายขาวหลายแห่ง......

และขณะฉันเรียนพยาบาลที่จุฬาฯในปี 2518  ก็ทราบข่าวว่า พระธาตุพนมชำรุดทรุดลง....ต้องได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ 

พ่อเล่าว่า  เขานำยอดของพระธาตุซึ่งเป็นทองคำแท้ๆไปฝากไว้ในเซฟห้องคลัง...ให้คลังจังหวัดดูแล....  นับเป็นบุญที่พ่อได้เห็นส่วนยอดของพระธาตุกับตา....

 

เราได้นมัสการพระธาตุ  จิตใจสบาย  สนุกกันมากแม้จะนั่งรถกันยาวไกลเพราะครบทั้งครอบครัว  หลานๆได้ไปด้วยกันก็สนุกแล้ว

คุณตาเปรยว่า..."เมื่อไหร่เราจะได้ไปพร้อมๆกันอย่างนี้อีก"....

"ไป-กลับ 700 กว่ากิโลเท่านั้นเอง...ไปเมื่อไหร่ก็ได้  สบายมากป๋า...เพราะหนูไม่ได้ขับ...ฮาๆๆ...." ฉันว่า

งานนี้คนนั่งสบาย  มีหนังดู  มีคาราโอเกะร้อง...แต่คนขับรถคงเมื่อยน่าดู

งานนี้ได้ความสุขและบุญโขค่ะ