การเรียนรู้ความคิดทำได้ทุกเมื่อ หากไม่ปฏิเสธมุมบวกของมัน

ฉันว่าคนในอดีตของภูแห่งนี้มีวิธีคิดของเขาที่น่าสนใจ    แม้ที่มาของเรื่องราวที่นี่จะเอียงไปทางลบในสายตาของใครบางคน    หากแต่ถ้าคิดว่าการเรียนรู้ความคิดทำได้ทุกเมื่อ และไม่ปฏิเสธมุมบวกของมัน  เรื่องเล่าที่คนเคยอยู่เขียนเผยแพร่ไว้ ก็มีมุมของจินตนาการเป็นมุมบวกที่เพิ่มคุณค่าของผืนป่าแห่งนี้ให้น่าสัมผัสมากขึ้น  หากใช้มันสร้างตัวตนของคนรุ่นใหม่  มันก็น่าสนใจกว่าอดีตของการเมืองมากนัก 

 

 

สิ่งที่ฉันทึ่งเมื่อได้สัมผัสที่นี่ คือ   พลังที่คนเคยอยู่ได้ร่วมกันสรรสร้างไว้  ทั้งการสรรสร้างที่พักอาศัย   การผลิตเครื่องผ่อนแรงเพื่อการยังชีพ  ภูมิปัญญาของการจัดการเพื่อให้มีชีวิตรอด  และพลังแห่งการจัดการ   ที่นี่ยืนยันว่า เมื่อมีการรวมกลุ่มของคนจำนวนหนึ่งอยู่ด้วยกัน การจัดการยังมีความสำคัญ และหลีกเลี่ยงการจัดการตามลำดับชั้นและการมีข้อตกลงร่วมไม่ได้     

 

บริเวณนี้ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของเขตงานเรียกว่าเขตรอยต่อ3จว. (พิษณุโลก-เลย-เพชรบูรณ์)”  

สถาปัตยกรรมกลางป่าใหญ่

กังหันน้ำ บนภูหินร่องกล้า

ที่พักทำด้วยกระดานขวานผ่า  มุงด้วยเกล็ดไม้หรือปล้องไม้ไผ่ผ่าซีก  คว่ำหงายสับหว่างกัน  เลียนแบบการสร้างบ้านของชาวม้งในแถบเดียวกัน  พื้นดินเรียบทำให้เรียบแน่นโดยการย้ำหรือน้ำที่หมั่นรดราด  

 เก็บผักจากไร่   เป้ข้าวเปลือก  ตำข้าว  ฝัดข้าว  เลี้ยงไก่   ทำครัว   อยู่ยามผลัดละชั่วโมงคือหน้าที่ส่วนหนึ่ง    

 

 มีการกินอยู่แบบรวมหมู่  มีห้องครัวและโรงอาหารหลังใหญ่ใช้ร่วมกัน   มีการแจกงาน แจกเวร   มีการจัดสรรพื้นที่ทำงานสื่อสารทางวิทยุ  พิมพ์เอกสารโรเนียว  พลาธิการพยาบาล  พี่เลี้ยงดูแลชีวิตการกินอยู่  และมีผู้เฒ่าและเด็ก 2-3 คน เป็นผู้ช่วยสร้างบรรยากาศ   โดยมีประธาน ณ ที่แห่งนี้เป็นชาวม้ง   สมาชิกที่สมทบมาอยู่ร่วมมีทั้งคนเมือง  ม้ง  และ ลาวจากนครไทย 

 

 หมายเหตุ

  คำบรรยายใต้ภาพ  เก็บมาเล่าต่อจากหนังสือ  "อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกริมทางของชีวิต"

 ต้นไม้ที่เห็นในภาพบน คือ ต้นเมเปิ้ล      คนนำทางเล่าว่า กังหันน้ำที่เห็นในภาพล่างเป็นฝีมือของนักศึกษาคณะวิศวะฯที่ไปเป็นสหาย