ปล่อยอารมณ์ในการยึอถือเสียเถอะ เพราะการยึดถือเพียงใด ก็ไม่เป็นไปตามความต้องการ เพราะร่างกายเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด..นี่แหละ สังขาร..

หลังจากที่ได้อ่านบันทึกที่ผ่อนคลายกันมาบ้างแล้ว วันนี้ครูมิมตั้งใจให้บันทึกนี้มีสาระขึ้นมาอีกหน่อย โดยที่จะชวนท่านผู้อ่าน มาลองพิจารณาร่างกายของเราดูบ้าง การพิจารณาในคราวนี้ เราจะมาพิจารณากันในทางพระพุทธศาสนา อ่านแล้วเครียดแต่ได้สาระ ครูมิมขอรับรองค่ะ   

เริ่มพิจารณาร่างกายก่อนเลยนะคะ....กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ที่มันหลั่งไหลออกมาภายนอกนั้น ความจริงขังอยู่ภายในร่างกาย ที่มีหนังกำพร้าห่อหุ้มอยู่ ถ้าเราลองลอกหนังออก จะเห็นว่าร่างกายมีเลือดไหลโทรมทั่วร่างกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้ม จะมองไม่เห็นความสวยสดงดงามใดๆ เลย ยิ่งถ้ามีเลือดไหลท่วมร่างกายแล้ว ยิ่งไม่น่าปรารถนาเลยใช่ไหมค่ะ แทนที่จะน่ารัก น่าประคอบประคอง กลับกลายเป็นของน่าเกลียด ไม่มีใครปรารถนาจะอยู่ใกล้

และถ้าลอกเนื้อออก ก็จะแลเห็นลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ปอด กระเพาะ อุจจาระ กระเพราะปัสสาวะ และม้าม ไต น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เสลด หลั่งไหลอยู่ทั่วร่างกาย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก จริงไหมค่ะ

ถ้าฉีกกระเพาะออก ภายในกระเพาะ ก็จะมีอุจจาระ ปัสสาวะอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่อยากหนีมากกว่าเป็นภาพที่น่ารัก ถ้าเอาอวัยวะต่างๆ ออกหมด จะเห็นแต่ร่างโครงกระดูกที่มีสภาพเหมือนโครงบ้าน มีกระดูกชิ้นน้อยชิ้นใหญ่กว่าสองร้อยท่อนปะปนกัน มีเนื้อและเลือดติดเกรอะกรัง

ท่านผู้อ่านคิดตามไปด้วยเห็นหรือยังค่ะว่า ส่วนที่พอเห็นว่าจะเป็นของสวยงามนั้นมีสักกี่เปอร์เซ็นต็ มีนิดเดียวก็คือหนังกำพร้าเท่านั้น หนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไป ต้องคอยชำระล้างกันทุกวัน เพราะสิ่งโสโครกภายในพากันหลั่งไหลมาลบเลือนความผุดผ่องของผิวตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้าง สิ่งปฏิกูลนั้นก็จะพอกพูนจนเลอะเทอะ ส่งกลิ่นเหม็น คนที่อยู่ข้างๆ ก็คงจะหลีกหนี้หายไป บริเวณช่องทวาร อุจจาระ ปัสสาวะก็พากันหลั่งไหลออกมา ตามเวลาที่มันกำหนดต้องออก

สิ่งที่น่าคิดก็คือ ผู้ที่นิยมว่าตัวเองสวยหรือเทิดทูลใครก็ตามที่ว่าสวย ต่อเมื่อสิ่งโสโครกนั้นหลั่งไหลออกมา เขาก็ไม่มีทางมาสนใจแน่นอน ไม่พยายามมองหาของจริงจากของจริง กลับรอให้ชำระสิ่งโสโครกนั้นเสียก่อน จึงใคร่ครวญและสนใจ ต่างคนต่างพยายามหลบหลีกไม่รับรู้ความเป็นจริงของสังขารและร่างกายในส่วนที่สกปรกโสโครก ทั้งนี้ เพราะกิเลสและตัณหาปกปิดความจริงไว้

ทั้งๆ ที่สิ่งโสโครกเหล่านี้หลั่งไหลออกมาทุกวัน แต่เจ้ากิเลสตัณหามันก็พยายามโกหก ปิดปัง ปัดเอาความจริงออกมาจากความรู้สึก หากเราพยายามทบทวน ความรู้สึกค้นหาความเป็นจริง ยอมรับรู้ตามกฏความจริงว่า สังขารร่างกายนี้ไม่มีอะไรน่ารักเลย มิหนำซ้ำยังเป็นส้วมเคลื่อนที่  เพราะฉะนั้นการที่เรารักร่างกายของเรา ก็เปรียบเสมือนเรารักส้วมเคลื่อนที่ ประคับประคองส้วมไว้ หากเราเทิดทูนร่างกายว่าสวยงาม เราก็กำลังเทิดทูลส้วม

จะว่าไปแล้ว ส้วมปกติไม่น่าพิสมัยแล้ว ก็ยังดีกว่าส้วมเคลื่อนที่อย่างเรามาก เพราะมันอยู่ปกติกับที่ของมัน มันไม่ไปรบกวนใคร หากเราไม่เดินไปหามัน มันก็ไม่มาหาเราเช่นกัน ไม่รบกวน ไม่สร้างทุกข์ ไม่หลอกหลอน ไม่ยั่วเย้ายียวนชวนให้เกิดราคะ

แต่ส้วมเคลื่อนที่นี่ร้ายกาจ เราไม่ไปมันก็มา เราไม่มองดูมันก็พูดให้ได้ยิน เสแสร้งแกล้งตกแต่งปกปิดสิ่งที่น่าเกลียดด้วยผ้าที่หลากสี กลบกลิ่นเหม็นด้วยกลิ่นหอม ประดับไว้ด้วยเครื่องประดับสวยงาม เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่ไม่น่าชมเอาไว้

หากเราไร้การพิจารณา ก็จะมีสภาพเป็นส้วมเคลื่อนที่เช่นเดียวกัน หากไร้ปัญญาส้วมเคลื่อนที่ก็จะคอยหลอกหลอนกันต่อไป  แทนที่จะเห็น ประจักษ์แก่ใจของตัวเองว่า ข้านี้คือผู้เลิศในความเหม็น เลิศในความสกปรกเหมือนเธอ  แทนที่จะเป็นอย่างนั้นกลับปกปิดไว้ และเราก็จะพยายามชมตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ฉันนี่แหละผู้ยอดศิวิไลซ์ละ

ถ้าอย่างเราลองมามองตัวเราเองตามความเป็นจริงดีไหม เราจะได้เห็นตัวเองและจะมองเห็นผู้อื่นตามความเป็นจริง อย่างที่ควรจะเป็นโดยไม่มีสิ่งปกปิดซ่อนเร้นกันอีกต่อไป

แล้วเราก็จะมองเห็นผู้อื่น เป็นส้วมเคลื่อนที่เหมือนๆกันกับเรา ..