วิจารณ์สามก๊ก

โทรทัศน์ช่วงนี้ มีสามก๊กให้ชม คืนนี้นึกสนุกก็ถือโอกาสวิจารณ์เล่นๆ โดยมุ่งเฉพาะพฤติกรรมของขงเบ้งกับอุยเอี้ยน...

เหตุการณ์ ๒-๓ คืนหลังมานี้ เิริ่มเข้าสู่บั้นปลายของขงเบ้ง... ขณะที่เล่าปี กวนอู เตียวหุย จูล่ง และขุนพลอาวุโสอื่นๆ ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปตามกฎธรรมดา... ยังคงเหลือยู่แต่ อุยเอี้ยน ซึ่งบัดนี้มีความอาวุโสสูงในกองทัพ และจัดอยู่ในฐานะทหารเอก... แต่ขงเบ้งก็ไม่ค่อยใช้อุยเอี้ียนในงานสำคัญๆ ขณะที่อุยเอี้ยนก็กล้าแสดงความเห็นแย้งกับขงเบ้งอยู่เสมอ... และนี้คือประเด็นที่น่าวิจารณ์

ตามประวัติ อุยเอี้ยนเคยทรยศต่อเจ้านายสองครั้ง แรกที่มาเข้าด้วยกับเล่าปีนั้น ขงเบ้งรู้สึกไม่ถูกชะตาแล้ว ต้องการจะประหาร... แต่เล่าปีขอไว้เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว จะไม่มีใครเข้ามาอยู่ด้วย... เมื่อยังมีเล่าปีอยู่นั้น อุยเอี้ยนก็เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นรองเพียงไม่กิ่คนเท่านั้น เมื่อคนอื่นๆ ตายไป จึงจัดได้ว่า อุยเอี้ยนเข้าขั้นอาวุโสระดับต้น... แต่เมื่อสิ้นบุญเล่าปี ขงเบ้งไม่ไว้ใจ ไม่ใช้งานสำคัญสมกับความสามารถและตำแหน่ง...

เมื่อพิจารณาเหตุการณ์สามก๊กช่วง ๒-๓ คืนมานี้ อาจกล่าวได้ว่า ขงเบ้งคือผู้นำสูงสุด ส่วนอาวุโสรองลงมาก็น่าจะเป็นอุยเอี้ยน... แต่อุยเอี้ยนไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เมื่อมีความเห็นแย้งกับผู้นำ และผู้นำไม่ใช้งานสมตามความสามารถ... สถานการณ์ทำนองนี้ มีปรากฎทั่วไปในโลกของประวัติศาสตร์หรือโลกแห่งจินตนาการ จะป่วยกล่าวไปใยถึงโลกแห่งความเป็นจริง

..............

ในโลกแห่งประวัติศาสตร์นั้น นึกไปถึงพระเจ้าอเลกซานเดอร์... เมื่อยกทัพกรีฑาพลมาเรื่อยๆ นั้น ขุนพลอาวุโสที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เริ่มมีความเห็นแย้งกับพระองค์... เนื่องจากพระองค์เริ่มหลงอำนาจและยังคงต้องการบุกไปข้างหน้าเรื่อยๆ และมุ่งแต่สนองตอบความพอใจของถิ่นฐานใหม่ที่ยึดได้มา... ขณะที่ขุุนพลเก่าๆ หวังเพียงสนองตอบความต้องการของบรรดาทหารระดับล่าง และต้องการจะกลับบ้านเท่านั้น... เหตุการณ์สำคัญตอนนี้ ก็คือ พระเจ้าอเลกซานเดอร์ได้พลาดพลั้งฆ่าขุนพลระดับเพื่อนรักไปในวงเหล้า เนื่องเพราะมีความเห็นแย้งกันอย่างรุนแรง

ในโลกแห่งจินตนาการด้านโหราศาสตร์บอกว่า อาทิตย์คือดาวผู้นำ ส่วนอังคารคือดาวทหารเอก... อาทิตย์ผิดใจกับอังคาร นั่นก็คือตำราบอกไว้ว่า อาทิตย์กับอังคารเป็นดาวคู่ศตรู เมื่อดาวคู่นี้มาประจวบกันในมุมที่ไม่เหมาะสมก็ให้ระวังปัญหาที่เกิดขึ้น... ความขัดแย้งระหว่างอาทิตย์กับอังคาร น่าจะจำลองมาจากกรณีของขงเบ้งกับอุยเอี้ยน และพระเจ้าอเลกซานเดอร์กับขุนพลเพื่อนรักที่ถูกฆ่าไป

ในโลกแห่งความเป็นจริงในวัด เมื่อก่อนผู้เขียนก็สงสัยว่า ทำไมเจ้าอาวาสกับท่านรองฯ หรือผู้อาวุโสสูงในวัดบางท่าน มักจะไม่ไม่ถูกชะตากันและมีความเห็นแย้งกันเสมอ... แต่เมื่อประสบการณ์อยู่วัดนานยิ่งๆ ขึ้น และตนเองก็มีฐานะอาวุโสภายในวัด ก็เริ่มซึมซับความขัดแย้งทำนองนี้... เจ้าอาวาสกับท่านรองฯ หรือผู้อาวุโสสูง ก็อาจเทียบได้ทำนองเดียวกับปัญหาระหว่างขงเบ้งกับอุยเอี้ยน...

.........

สาเหตุที่ผู้นำสูงสุด (ขงเบ้ง) มักมีความเห็นแย้งกับผู้อาวุโสสูงสุดในองค์กร (อุยเอี้ยน) อาจวิเคราะห์ได้หลายนัย กล่าวคือ

ผู้นำสูงสุดมีปัญญาเฉลียวฉลาด เข้าใจการงานต่างๆ เพื่อนำองค์กรไปสู่จุดหมายที่คาดหวังไว้... ขณะที่ผู้อาวุโสสูงค่อนข้างโง่หรือมีวิสัยทัศน์ต่ำ แต่อาศัยความอาวุโสทัดทานหรือเสนอความเห็นในประเด็นต่างๆ อยู่เสมอ... ทำให้ผู้นำรู้สึกเบื่อหน่ายในการต้องคอยปรามผู้อาวุโสสูงอยู่เสมอ

ผู้นำมักหลงในอำนาจและค่อนข้างชอบใจกับผู้ที่ตนสั่งซ้ายหันขวาหันได้ พออกพอใจจากการยกยอปอปั้นจากบรรดาลูกน้องมากกว่าผู้ที่ซักถามโต้แย้งก่อนที่จะหันซ้ายหันขวาตามคำสั่ง... ซึ่งผู้ที่กล้าขัดแย้งทัดทานก็คือผู้ที่อาวุโสในองค์กรนั่นเอง

ผู้อาวุโสบางท่านในองค์กรมีปัญญาเฉลียวฉลาด เมื่อแสดงความคิดเห็นไปแล้ว เหตุการณ์เป็นไปตามความเห็นนั้นๆ เสมอ ก็มักจะเริ่มค่อยๆ เป็นที่ยอมรับขององค์กรมากยิ่งๆ ขึ้น... ซึ่งนัยนี้ คล้ายๆ กับว่าค่อยๆ เปล่งแสงในตัวเองขึ้นมา และแสงนี้ค่อยๆ ไปทาบหรือบดบังรัสมีผู้นำยิ่งขึ้นๆ... เปรียบเทียบได้เมื่อคืนก่อน ที่โจจิ่นแม่ทัพใหญ่ชายแดนไม่พอใจ เมื่อสุมาอี้คาดการณ์ได้ถูกต้อง แม้จะอยู่ไกลไปถึงเมืองหลวงก็ตาม...

...........

อีกอย่างหนึ่ง สำหรับผู้อาวุโสในองค์กร มักถือว่า่ ความสำเร็จขององค์กรเกิดขึ้นมาได้เพราะตนเองด้วย มิใช่เฉพาะผู้นำเท่านั้น... ดังนั้น เมื่อคาดเดาว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหา... หรือเรื่องนั้นจะก่อให้เกิดความเจริญมั่นคง...  ต่อองค์กรแล้ว ผู้อาวุโสมักจะกล้าทักท้วง หรือเสนอความเห็น เพื่อประโยชน์ขององค์กรมากกว่าประโยชน์ของตน... แต่เมื่อการทักท้วงหรือเสนอความเห็นนี้ ไม่ได้ดังใจผู้นำ  ความหมางเมินระหว่างผู้นำกับผู้อาวุโส จึงค่อยๆ เกิดขึ้น เป็นรอยแตกร้าวภายในองค์กร

อุยเอี้ยนก็เช่นเดียวกัน เป็นขุนพลคนหนึ่งที่เดินทัพบุกมายึดเสฉวน ร่วมกับเล่าปี ขงเบ้ง และคนอื่นๆ ในครั้งก่อนโน้น ย่อมมีความรู้สึกว่า จกก๊กปัจจุบันก็เป็นของตนเหมือนกับที่เป็นของขงเบ้ง เพราะตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ริ่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ครั้งกระโน้น...

ก็วิจารณ์เล่นๆ... และพักข้อวิจารณ์ไว้เพียงแค่นี้ ใครพอมีความเห็นก็ิช่วยวิจารณ์เพิ่มเติมบ้าง ทำนองดูละครย้อนดูโลกความเป็นจริง....