การแก้ปัญหา ควรยอมรับผิด แทนการจับผิด

 

            สังคมไทยส่วนหนึ่งเป็นสังคมแห่งการ  จับผิด  นั่นคือ ในยามที่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นในสังคม ก็มักจะมีผู้คอยแต่จะ จับผิด หาคนที่จะออกมา  รับผิด   ได้น้อยเต็มที  ยกตัวอย่างเช่น

 

            กรณีปัญหาเด็กและเยาวชน

           -   ผู้มีอำนาจมักจะบอกว่าเป็นความบกพร่องของสถาบันการศึกษา

            -   สถาบันการศึกษาก็บอกว่าเป็นความบกพร่องของสถาบันครอบครัว

            -   สถาบันครอบครัวก็บอกว่าเป็นความบกพร่องของสถาบันสังคม

            -  สถาบันสังคมก็บอกว่าเป็นความบกพร่องของสถาบันศาสนา

           -  สถาบันศาสนาก็บอกว่าต้องแก้ด้วยการศึกษา

          โยนกันไป โยนกันมา ท้ายที่สุด ก็ไม่มีใครที่จะออกมารับผิด มีแต่จับผิด

 

           กรณีปัญหาการเมือง

           -   การเมืองเป็นเรื่องของวาทกรรม  ดังนั้นปัญหาทางการเมือง  จึงมักจะหาผู้รับผิดได้ยาก  ส่วนใหญ่ร้อยทั้งร้อย  มักจะมีแต่ผู้จับผิด  นั่นคือ จับผิดฝ่ายตรงกันข้าม

             

           ในเมื่อมีแต้ผู้จับผิด โดยไม่มีใครยอมรับผิด ทางออกของปัญหาจึงค่อนข้างแคบและตีบตัน เพราะเมื่อมีการจับผิด  ก็จะมีการ ต่อต้าน  โดยอัตโนมัติ    การแก้ปัญหาด้วยการจับผิด  จึงเหมือนการพายเรือในอ่าง

            ดังนั้น  ทางออกของการแก้ปัญหาวิธีหนึ่งที่น่าจะได้ผลดี คือ การแก้ปัญหาด้วยการ ยอมรับผิดเสียเองโดยไม่โทษคนอื่น

            เพราะเมื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแต่ละปัญหาอย่างเป็นองค์รวมแล้ว จะพบว่าทุกคนย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ด้วยสาเหตุที่ว่าไม่ได้ประพฤติ ปฏิบัติ  และ ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ สมบูรณ์ และ ถูกต้อง 100 %    การออกมายอมรับผิด  จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

            เมื่อมีผู้ออกมา  ยอมรับผิดโดยไม่โทษคนอื่น  แรงต้านก็จะน้อยลง   ในทางตรงกันข้าม  ความร่วมมือในการแก้ปัญหาก็จะมีมากขึ้น 

            ยิ่งมีผู้ออกมายอมรับผิดมากขึ้นเท่าไร  แรงต้านก็จะยิ่งน้อยลง  และความร่วมมือก็ยิ่งมีมากขึ้น

            การยอมรับผิดโดยไม่โทษคนอื่น  ถือเป็นการ  เปิดใจ  ปิดอัตตา  ผลที่ตามมาก็จะ  ได้ปัญญา  และ  ได้ใจ

           ในทางตรงกันข้าม  การแก้ปัญหาด้วยการปฏิเสธการยอมรับผิดและจับผิดคนอื่น  จึงเป็นการแก้ปัญหาด้วยการ ปิดใจ  เปิดอัตตา  ผลที่ตามมาก็จะได้  

 อวิชชา  และ  อารมณ์ 

             ดังนั้น  เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาครั้งคราใด  ให้ท่องคาถาให้ขึ้นใจว่า

คิดดี  ทำดี    กำหนดที่ตน   ผ่อนปรนที่คนอื่น

 

                                                                         ขอบคุณครับ