ความฝัน ความหวัง และมันคงเป็นความจริงไม่ได้ หากเราอยู่นิ่งกับที่ ไม่ไขว่คว้าไม่เดินไปตามหาฝันของตัวเอง

 

 

 

 

 

รางวัลของ....ชีวิต

 

วันนี้เป็นวันแรกของการปิดเทอมใหญ่(หัวใจไม่ว้าวุ่น..คริ..คริ.)  ที่ได้อยู่บ้านไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน  ตามประสาคนขยัน(นอน..) จึงมีโอกาสได้หยิบหนังสือที่ได้รับเป็นของขวัญปีใหม่หนึ่งในหลายๆเล่ม จากผู้ใหญ่ใจดี(ที่สุด)ท่านหนึ่ง มานอนอ่าน ผู้เขียนเป็นบุคคลที่หลายท่านๆคงรู้จัก  (แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร คริ..คริ..) ก่อนจะอ่านขอสารภาพว่าไม่ได้หวังผลอะไรมากับหนังสือเล่มนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิง แต่พออ่านเข้าจริงๆอยากเอาหัวตัวเองโขกเสาบ้าน( ดีที่กลัวเจ็บเลยยั้งไว้ทัน ) หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดอะไรได้มากมายเชียวค่ะ  ครูตุ๊กแกเลยนำบางตอนที่ประทับใจมาฝากกันค่ะ  อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ  ตามมาอ่านกันดีกว่าค่ะ   เรื่องมีอยู่ว่า.....

 

            ตอนเด็กๆ เปิ้ล(ชื่อเล่นของเธอ) มีความเชื่อเหลือเกินว่าเด็กทุกคนย่อมมีความฝันเป็น  ฝันในอาชีพ ฝันอยากเป็นตำรวจ อยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากเป็นพยาบาล ก็แล้วแต่จะฝันกันไป เชื่อไหมคะ ทุกครั้งที่มีผู้ใหญ่ถาม ด.ญ.....(อุบไว้ก่อนว่าชื่ออะไร)...ถึงความฝัน คำตอบทุกครั้ง คือ เป็นคุณครูสอนภาษาไทยค่ะ ด้วยความที่ฮีโร่ป้าเป็นแบบนั้น (เธอไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับป้ามาตั้งแต่เล็กๆค่ะ ป้าเธอเป็นครูภาษาไทย) บวกกับการชอบอ่าน ชอบเขียน จึงทำให้เกิดเรื่องราวแสนประทับใจ จุดประกายเล็กๆในหัวใจของเด็กคนหนึ่งขึ้น...

            วันนั้นเป็นวันก่อนวันเด็ก  ความที่เปิ้ลเป็นเด็กชอบอ่านมักจะอ่านหนังสือพิมพ์ให้คุณตาฟังทุกเช้า เมื่ออ่านจบหูเล็กๆของเด็กอายุ 13 ก็สะดุดกับข่าวการรับสมัครประกวดโฆษกรุ่นเยาว์ของ 919 กรป.กลาง ที่จะมีขึ้นที่สนามเสือป่า เนื่องในงานวันเด็ก.. อยากไปเหลือเกินแต่คุณตาก็ชรามากแล้ว ไม่กล้าชวนด้วยสิ  เปิ้ลไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะได้ไป และแล้วเด็กดีอย่างเปิ้ล ก็แอบหนีออกจากบ้านตอนคุณตาหลับขึ้นตุ๊กตุ๊กไปสนามเสือป่า 

พอไปถึงที่งาน คนแน่นมาก ในงานก็มีแต่พ่อแม่พาลูกๆ มาเที่ยวเห็นแล้วยิ่งปวดใจ  ไม่เป็นไรเที่ยวคนเดียวก็ได้ พอไปถึงเปิ้ลก็ดิ่งตรงเข้าไปสมัครประกวด  เจ้าหน้าที่ก็งงสอคะ ทำไมเด็กตัวเล็กๆมาคนเดียว ตอนนั้นจำได้ว่ามีคนมาสมัครประมาณ 170 คน มีการสอบข้อเขียน สอบภาษาไทย อ่านให้คณะกรรมการฟัง ทดลองอ่านในห้องส่ง เข้าไปพูดสด ทีละรอบ ละรอบ จนรอบ 10 คนสุดท้าย จับฉลากเรื่องที่จะพูดแล้วเข้าไปพูดสดในห้อง 5 นาที เปิ้ลได้เรื่องการเล่นสเก็ต ซึ่งเป็นกระแสในช่วงนั้น อะไรจะฟลุ๊คขนาดนี้ เมื่อวานยังนั่งอ่าข่าวนี้ให้คุณตาฟังอยู่เลย เด็กหญิงเปิ้ลก็เลยพูดเกือบลิงหลับ เมื่อถึงเวลาเริ่มประกาศผลรอบสุดท้าย ที่ 10 9 8 7 จนนับถอยมาเรื่อยๆ...เอ๊ะ ทำไมไม่มีชื่อเราเลย ผลปรากฏว่า เปิ้ลได้รางวัลชนะเลิศ รางวัลเป็นโล่เกียรติยศ, เงินรางวัล, สลากออมสิน, มาม่า, กระติก, ปิ่นโต โอ๊ะ..อะไรเยอะแยะไปหมด เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันหอบมาส่งขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก กลับมาถึงบ้านเกือบโดนตาตีตาย เราก็ไม่กล้าที่จะบอก เลยต้องเอารางวัลไปซ่อน พอตกเย็นวันนั้นทางสถานีมีการถ่ายทอดกิจกรรมเป็นการบอกเล่าให้รู้ว่า วันเด็กปีนี้ทางวิทยุ 919 กรป.กลาง จัดประกวดโฆษกรุ่นเยาว์ แล้วประกาศชื่อ ด.ญ. ไอริณ  ศรีแกล้ว  ชนะการประกวด แถมเอาที่เราพูดสดในห้องส่งมากระจายเสียงอีกด้วย งานนี้ความเลยแตกดังเพล้ง

ในปีนี้เด็กที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด....เด็กหญิงไอริณ  ศรีแกล้ว

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเป็นสิบปีแล้วก็ตาม  เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ มันคือความฝันในวันเด็กและความภาคภูมิใจของเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ของคุณตา คุณยาย แม่ และคนที่ดีใจ และ คนที่ภูมิใจที่สุด...ฮีโร่ป้า

ประสบการณ์ครั้งนั้น จุดประกายเล็กๆให้เด็กหญิงไอริณ ได้รู้ว่า ทุกคนย่อมมีความฝัน ความหวัง และมันคงเป็นความจริงไม่ได้ หากเราอยู่นิ่งกับที่ ไม่ไขว่คว้าไม่เดินไปตามหาฝันของตัวเอง ความพยายาม ความมีมานะ เป็นที่มาของความสำเร็จ...สิ่งที่ตามมา คือ รางวัลของชีวิตอย่างแน่นอน

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ  ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่าในวัยเยาว์ของผู้หญิงที่มีบุคลิกเปรี้ยว อย่างคุณ ไอริณ  ศรีแกล้ว นักแสดงและนางแบบสาวสวย   จะเป็นเช่นนี้  ครูตุ๊กแกก็คิดเช่นนั้นค่ะ  ยังมีอีกหลายตอนที่เธอเขียนได้น่าสนใจ  เมื่ออ่านจนจบครูตุ๊กแกยิ่งทึ่งเธอเข้าไปใหญ่ค่ะ ในความคิดของครูตุ๊กแกเธอเป็นหนอนหนังสือตัวยงคนหนึ่งทีเดียว และที่สำคัญที่คุณผู้อ่านอาจจะไม่เชื่อ เธอเป็นคนที่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ การทำความดี และเธอชอบเข้าวัดทำบุญค่ะ

แต่ประเด็นที่ครูตุ๊กแกสนใจและติดใจคือเรื่อง ความเป็นคนรักการอ่าน การเขียนของเธอนี่แหละค่ะ เปิดเทอมครูตุ๊กแกจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ลูกลิงฟัง เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้พวกเขาค่ะ(คงจะได้บ้าง ไม่มากก็น้อย..จริงไหมคะ)

มิตรรักท่านใดที่สนใจไปหามาอ่านได้นะคะ รับรองค่ะว่าอ่านแล้วจะวางไม่ลงเชียวค่ะ  เพราะช่วงแรกๆจะเป็นเรื่องราวในวัยเด็กของเธอ ช่วงท้ายๆจะมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยค่ะ  วันนี้ครูตุ๊กแกสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้รวดเดียวจบโดยที่ไม่เผลอหลับไปซะก่อน คริ..คริ... ที่สำคัญผู้ที่อุดหนุนหนังสือเล่มนี้ได้บุญด้วยนะคะ เพราะรายได้มอบให้มูลนิธิทั่วประเทศค่ะ  โดยเธอจะระบุไว้ว่าแต่ละตอนมอบให้สถานที่ใด

สำหรับตอนรางวัลของชีวิต  เธอระบุไว้ว่า  ขอบริจาครายได้จากบทความนี้ให้แก่ เด็กด้อยโอกาส มูลนิธิ หมู่บ้านเด็ก จ.กาญจนบุรี

งานนี้ ครูตุ๊กแกได้เพิ่มรอยหยักในสมอง แต่ผู้ใหญ่ใจของครูตุ๊กแกรับบุญไปเต็มๆค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจากหนังสือ เร้นลับ กับ ไอริณ  ของสำนักพิมพ์ทิกเกอร์

และที่ขาดไม่ได้ ขอบคุณ ผู้ใหญ่ใจดีของครูตุ๊กแกกับหนังสือดีๆเล่มนี้  ด้วยหัวใจค่ะ