เมืองแห่งอนาคต

ประชากรเขามากกว่าเราเกือบเท่าตัวคือ ๑๒๐ ล้านคนถึงว่าเวลาข้ามถนนทีอย่างกับกองทัพมดอย่างหนูจิว่า

 

เดินไปมาเห็นคนเอาผ้าปิดปากไปทั่วแม้คนนั่งประชุมอยู่ใกล้ๆก็ยังปิด  สอบถามได้ความว่าคนญี่ปุ่นเขารักลูกหลานทำอะไรเพื่อชาติ  ยามบากจนจึงปลูกไม้ซีด้าหวังว่าจะให้ลูกหลานมีบ้านอยู่ (เปรียบบ้านเราไม่รู้พ่อแม่มันปลูกไว้เมื่อไรมันตัดซะเหี้ยนตอเลย  ตัวมันก็ไม่มีใช้อย่าหวังว่าลูกหลานจะมีใช้โดยเฉพาะในภาคเหนือ  หลายจังหวัดยังมีหน้าเอาไม้ใหญ่มาค้ำไว้หน้าบ้านน่าอายจริงๆ)

Dsc04360

 

คราวนี้ปลูกมายาวนานประเทศกลับมาร่ำรวยช่วยไม่ได้  เลยไม่ต้องตัดมาใช้ไม้เลยเต็มประเทศ  เลยใช้วิธีนำเข้ามา  ไม้นี้มีดอกจึงปลิวว่อนกันทั่วเมือง  คนจึงปืดหน้าปิดจมูก

 

ประการที่สองคนญี่ปุ่นทั้งสาวหนุ่มสูบบุหรี่กันทั่วเมืองเลยอาจเป็นเพราะอากาศหนาว  หรือติดสังคมอเมริกันมาหรือเปล่าไม่รู้ได้  ทั้งเดินนั่งจะสูบบุหรี่แถมร้านรวงต่างๆก็สูบ  เรียกว่าสูบได้ตามใจคือซามูไรแท้  ผู้หญิงน่ะตัวดีส่วนใหญ่เห็นสูบ

Dsc04475

 

ผมไปไหนๆเห็นแต่ห้างโตกิวเต็มไปหมด  เดินไปไหนๆมีทั่วไปทำให้ผมหลงมาแล้วแต่ละห้างขายของไม่เหมือนกันอยากให้มีในเมืองไทยจัง  อยากเรียกว่าห้างประเทืองปัญญาครับ  ที่ผมเข้าเป็นห้าง Tokyu Hands "Creative Life Store" 

 Dsc04467Dsc04478

แปลกแต่จริงเขาเขียนจาก Floor Informationว่าห้างเขามีเจ็ดชั้นแต่ผมกลับนับได้ตั้ง 25 ชั้น  เพราะแต่ละชั้นเขาลดระดับเป็นสเต็บๆไป  ที่ว่าประเทืองปัญญา  ก็เพราะว่า  คุณมาซื้อของไม่คิดไม่ได้  เวลาซื้อของเขาจะขายเป็นชิ้นส่วนที่จะต้องนำไปประกอบกัน  เป็นชิ้นเป็นอันเรียกว่าแนวช่างๆเลยหละ  แฟนผมชอบมาก  เช่นไม้มีทุกชนิด  ทุกขนาด  ทุกรูปแบบ  เรียกว่าเราซื้อไปทำโต๊ะ เก้าอี้  ตู้เตียงได้เลยมีอุปกรณ์ให้ครบหมด  แถมมีคู่มือให้  ไม่ใช่ Knockdown นะครับ  ไอ้นั่นมันถอดประกอบแต่นี่  ท่านต้องออกแบบมาจากที่บ้านแล้วมาซื้อเอาไป  แถมเขามีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือให้ท่านยืนเขียนแบบ  คำนวณให้เสร็จแล้วค่อยเดินไปหยิบของตามต้องการ  นี่เฉพาะช่างไม้ครับ 

Dsc04466

 

เขามีทั้งเหล็ก  อลูมิเนียม  ทองแดง  ทองเหลือ  แหวน  เฟือง  หนัง  กระดาษ  โอ๊ยสารพันมีครบทุกอย่าง  แฟนผมไปติดใจอุปกรณ์การลงรัก ปิดทอง  มีทั้งของอุปกรณ์ขาย  มีทั้งคู่มืออธิบาย  น้ำยามีหมด  เรียกว่าทำได้ด้วยตนเอง   อุปกรณ์ทำรองเท้าก็มี  จะซ่อมหนัง  ซ่อมพื้นและส้นรองเท้ามีหมด  นี่แหละห้างแบบสร้างสมองภูมิปัญญา  ของเรามีแต่ห้างเงินนำปัญญาตาม  ซื้อก่อนแล้วไปคิดที่หลังว่าจะเอาไปทำอะไร  และจะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้ด้วยครับ

 

ว่าไปแล้วของที่นี่ก็ออกจะแพง  ของจีนก็เริ่มตีตลาดคนญี่ปุ่นติดอเมริกันจนภาษาเพ๊ยน  เช่นดูข่าวที่เกิดอุบัติวเหตุ  เขาบอกว่า แอคซิเดนโตะ   ร้อนก็ฮอตโตะ    เรียกว่าสมาสสองภาษาไปเลย  เขาไม่กลัวเพี๊ยนปล่อยให้คนใช้ไป  ต่อไปเปลี่ยนเอง  ไม่ถึงกระทั่งเอาไปบัญญัติไว้ในราชบัณฑิตสถานของญี่ปุ่น  เช่นแอ๊บแบ๊ว  ในภาษาไทย

 Dsc04464

ญี่ปุ่นเขามีการวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หลังสงคราม  เปลี่ยนวิธีคิดปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตคน  วางแผนหนึ่งร้อยปี  คนญี่ปุ่นจะรักชาติรักประเทศมากเขาบอกว่าวัดวาอารามญี่ปุ่นนั้น  ระฆังไม่มีหายหมด  อย่าเข้าใจผิดว่ามีคนขโมยแบบวัดบ้านเรา  เขาเสียสละแก้วแหวน  เงินทอง  ทองเหลืองให้ประเทศเพื่อการสงครามและการฟื้นฟูประเทศเขา  บ้านเราก็รักจนน้ำลายเล็ดน้ำลายรั่ว  กินจนมั่วไปหมด

 

น้องที่พาไปเที่ยวบอกที่ญี่ปุ่นถ้าของหล่นหายไปแจ้งมีคนเก็บได้เขาจะนำมาคืนของอยู่ครบพร้อมเงิน  เรียกว่าสอนความซื่อสัตย์ของคน  ภรรยาเขาเคยหล่นในรถเมล์ไปที่บริษัทเจอของที่เก็บไว้เป็นร้อยๆชิ้นรอคนมารับ

 

ชนชั้นของคนญี่ปุ่น  ถือว่ากลุ่มบุราคุมินนั้นต่ำสุด  ดีขึ้นมาหน่อยคือพวกพ่อค้า  ขึ้นมาอีกคือชาวนา  สูงสุดคือซามูไร

 

บุราคุ หมายถึง ชุมชน หรือหมู่บ้าน โดยรวมแล้วจะหมายถึงคนที่อยู่ในชุมชน และชุมชน  ที่ว่านี้เป็นชุมชนพิเศษ  เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นจึงมีการเปรียบพวกบุราคุมินว่าเหมือนกับชนชั้นจัณฑาลของอินเดียนั่นเอง

หลายคนนึกไม่ถึงว่าจะมีการแบ่งชนชั้นเช่นนี้ในญี่ปุ่น คนกลุ่มนี้เป็นใครทำไมจึงถูกรังเกียจเช่นนี้  คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ทาส ไม่ใช่คนที่มาจากต่างเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องเหยียดผิว แต่เป็นการแบ่งกลุ่มที่มีมานานตั้งแต่อดีตสมัยที่ยังมีการปกครองแบบศักดินา  ทำให้มีการแบ่งชนชั้นตามการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของคนพวกนี้  ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่คือ เพชฌฆาต สัปเหร่อ คนฆ่าสัตว์ เป็นต้น 

สุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องผมไปห้าง ETOILE  อ่านไทยว่าไคโตะ  ของมาดามไคโตะ  เป็นห้างใหญ่แบบครื่องดิสเค้าสโตร์  มีหลายอาคารแต่ไม่ติดต่อกันไปแบบห้างบ้านเรา  ไปมาสองอาคารเท่านั้นใช้เวลาครึ่งวัน 

เขาว่าบางคนเดินได้ทั้งวันไม่ต้องทานข้าว  เขาจะมีเมมเบอร์แบบแมคโคร์เพราะเขาขายส่ง  แต่ของมีระดับและมีแบรนด์เนม  คุณนายบ้านผมแกไปกับผมด้วยเลยสนุกสนานบานฤทัย  ปกติคนไทยจะเข้าทางสถานทูตไทยมีโควต้าวันละห้าคน  ของขายลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์  หรือขายสองในสามของราคา