คืนนี้ได้พบกับศอฮาบะฮฺที่เคยทำงานกิจกรรมศาสนา 2 ท่าน ท่านหนึ่งอยู่ปัตตานีและอีกท่านหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ

คนแรกพบที่มัสยิดซูบูลุสสลามที่ผมไปละหมาดประจำ อับดุลฮาดี อาแว เป็นหนึ่งในสมาชิก ย.ม.ย. (กลุ่มยุวมุสลิมยะลา) ได้มีโอกาสทักทายและคุยกันสั้นๆ แต่ก็ดีใจครับที่ได้เจอเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่เคยลุยงานและทำกิจกรรมร่วมกัน

คนที่สองคือคุณอับดุลกอเดร์ มูซอ จำได้ว่าผมรู้จักกับเขาครั้งแรกตอนที่เข้าร่วมค่ายอบรมเยาวชนที่จัดโดยสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม (สนท.) ที่จังหวัดสตูล และหลังจากนั้นก็ได้พบอีกหลายครั้งในงานประชุมสัมมนาต่างๆที่ กทมฯ นั่นเป็นเรื่องเกือบยี่สิบปีมาแล้ว

คุณอับดุลกอเดร์ มูซอ ต่อมาได้เข้าสู่งานดะวะฮฺและดำเนินชีวิตในฐานะนักเผยแผ่อิสลาม หรือที่รู้จักกันในนามนักดะวะฮฺสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ผมแวะไปละหมาดที่มัสยิดในซอย 8 (สิโรรส 8) ตลาดเก่าซึ่งคุณอัลดุลกอเดร์ มูซอ และคณะพักอยู่เขาบอกว่าได้แวะมาที่บ้านในช่วงเย็นกับคุณรอซีดี เลิศอริยพงษ์กุล แต่ไม่พบผม ซึ่งก็แน่นอนครับผมกลับถึงบ้านเกือบ 18.10 น.ไปแล้ว

ได้มีโอกาสคุยกันหลายเรื่องครับ และแทบทุกครั้งที่เราพบกันมีเรื่องหนึ่งที่เราร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเสมอนั่นคือเรื่องการจัดการศึกษาให้กับอนุชน เยาวชนมุสลิม อาศัยที่ผมเคยดูแลโรงเรียนมาพักหนึ่ง และคุณอับดุลกอเดร์เองก็เปิดโรงเรียนเริ่มตั้งแต่อนุบาล จำได้ว่าช่วงที่อยู่ กทมฯ ผมเคยแวะไปเยี่ยมและสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอนซึ่งตอนนั้นอยู่ที่ซอยสวนหลวง

จากการพูดคุย (บนมัสยิด) ทราบว่าปัจจุบันคุณอับดุลกอเดร์ได้ย้ายโรงเรียนจากซอยสวนหลวงไปอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬา ชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนอิกเราะฮ์สามัญ" เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมและมัธยม

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันก็คือ การจัดการศึกษาให้กับอนุชนและเยาวชนมุสลิมยังมีปัญหาอยู่มากโดยเฉพาะการหล่อหลอมและขัดเกลาด้านศาสนาให้กับกุลบุตรกุลธิดา การเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆอย่างเดียวยังไม่พอครับ ยังต้องทำอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย รวมถึงบ้านหรือการให้คำแนะนำกับบรรดาคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆ และบทบาทของมัสยิดที่น่าจะมีบทบาทเสริมและสนับสนุนก่อเกิดเป็นวงจร "บรม" (บ. คือ บ้าน ร.คือโรงเรียนและ ม.คือ มัสยิด)