วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๑ ซึ่งผมรับทราบว่าต้องไปเข้าประชุมผู้บริหาร กศน.จังหวัดทั่วประเทศ ที่โรงแรมราชศุภมิตร จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับทราบนโยบายจาก ท่านเลขาธิการ กศน.  (อภิชาติ จีระวุฒิ) เลขาธิการคนแรกของเราจากการปรับเปลี่ยนองค์การตาม พรบ.กศน.  แต่พอจวนแจใกล้จะเดินทางไป ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ท่านเลขาธิการ ต้องการความเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาข้อจำกัดการดำเนินงานตลอดจนการคิดแนวทางพัฒนา กศน. จึงขอให้ผมไปประชุมกลุ่ม ย่อยกับท่าน ในวันที่ ๖ เมษาฯ เวลา ห้าโมงเย็น ที่ สำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี การประชุมนี้มีตัวแทนผอ.กศน.จังหวัดจากภาคต่าง ๆ ที่ท่านเลือกไว้ไม่ถึงสิบคน ตั้งต้นคิดกิจกรรมที่ที่ทำอยู่จะปรับให้ดูดีอย่างไร ระบบบริหารซึ่งรวมถึง โครงสร้าง บุคลากร การเงินงบประมาณ  ต่อมาคิดงานที่เร่งด่วนที่ควรจะทำ   ท่านเลขาฯได้รับฟังความคิดเห็น เป็นกรอบความคิดซึ่งไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ท่านได้ทำการบ้านไว้ล่วงหน้า เปรียบดังว่าเสียงสะท้อนจากภูมิภาคซึ่งท่านถือว่าเป็นทหารเอกซึ่งทำงานให้ท่านในพื้นที่มีความสำคัญ สิ่งเหล่านั้นได้นำไปขยายความคิดในการประชุมผู้บริหาร กศน.จังหวัดทั่วประเทศในวันที่ ๗ เมษาฯ ก็ได้มาซึ่งแผนที่ความคิดเชิงนโยบายในการบริหาร กศน. ที่สานต่ออย่างมีคุณค่า เป็นสัญญาในการทำงานที่เมืองกาญจนบุรี ที่นำสู่การเปลี่ยนแปลงต่อไป

             ในส่วนที่น่ายินดีที่เกี่ยวกับบุคลากรอาทิ

๑.     การให้ตำแหน่งข้าราชการครู ผู้มีผลกระทบจาก กศน.จังหวัด ย้ายตำแหน่งไปอยู่ ศูนย์ กศน.อำเภอ และให้ทำงานที่ กศน.อำเภอ ๑ วัน มาช่วยงาน กศน.จังหวัด ๔ วัน ในหนึ่งสัปดาห์

๒.   การขอยกเว้นคุณสมบัติ ศึกษานิเทศก์ กศน. จากจบปริญญาโท เหลือเพียงปริญญาตรี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

๓.   การจ้างครู ศรช. ให้เป็นแบบค่าตอบแทนรายเดือน โดยไม่ต้องอิงจำนวนนักศึกษา

๔.   การประเมินหรือคัดเลือกครู ศรช. เป็นพนักงานราชการ

 

สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ ที่เป็นแผนที่ความคิดเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ จะมีการแจ้งอย่างชัดเจนจาก สำนักงาน กศน. อีกที ซึ่งจุดที่สำคัญที่อยากจะบอกก็คือ เป็นกรอบคิดจากพื้นที่นำนโยบายที่ดีสู่การปฏิบัติ