เค้าบอกว่าเรายังมีการทำ KM ที่สนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ไม่ครบขั้นตอน

     ในการสัมมนาเรื่อง การวิเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกองการเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าภาพ  จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2551 ใช้เวลา 3 ชั่วโมง มีผู้เข้าสัมมนาเป็น CKO และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้าน KM ของคณะและหน่วยงานใน มช. อีก 1 รวมเป็น 2 คนต่อ 1 หน่วยงาน  (ไม่รู้ว่ามีมั้ย การจับไม้สั้นไม้ยาว (ในใจ ผู้ใหญ่)) เราโชคดีได้เสียสละวันหยุด ไปเข้าสัมมนาครั้งนี้ด้วย สัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าประมาณ 50 คน

     กองการเจ้าหน้าที่ชี้แจงเหตุแห่งการจัดสัมมนาเพราะว่า หลังจากที่ สมศ. และ กพร. มาทำการ Site Visit มช. แล้วให้ข้อสรุปการจัดการความรู้(KM) ของ มช.  ว่า ยังมีการทำ KM ที่สนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ไม่ครบขั้นตอน ดังนั้น มหาวิทยาลัยได้เรียนเชิญ นาวาตรีหญิง ดร.กิตติยา เอ็ฟฟรานส์ รองผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มาบรรยายและเป็นวิทยากรขับเคลื่อนเรื่อง “การวิเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์”

     ก่อนเข้าสัมมนาในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แค่ฟังชื่อก็หนาวร้อน เรื่องนี้คงยาก เครียดด้วย

     ในระหว่างการสัมมนา เราได้รับแจกเอกสาร 2 รายการ เหมือนโจทย์กับจำเลย เจอกันในชั้นศาล คือ

  1. แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ฉบับเผยแพร่ เดือนตุลาคม 2549 ประกอบด้วยรายละเอียด ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ และเป้าหมายในยุทธศาสตร์ทั้ง 5 พร้อมด้วยกรอบการบริหารแผน และการติดตามประเมินผล
  2. ตัวชี้วัดที่ 20 ระดับความสำเร็จของการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย แนวทางและขั้นตอนการดำเนินการตามตัวชี้วัดการจัดการความรู้ เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ รวมทั้งสิ้น 5 ขั้นตอน

     จากนั้น วิทยากรได้ชี้แนะการดำเนินการจัดการความรู้ที่มหาวิทยาลัยจะต้องลงมือทำอย่างน้อย 2 แผน และหากทำได้มากกว่านี้ ถือเป็นเรื่องวิเศษสุดยอด วิทยากรพูดพร้อมยกนิ้วให้ 

     สมศ. เองกำหนดแนวทางให้เลือกแผนที่สามารถดำเนินการได้ดีที่สุดไปรับการประเมินเพียง 2 แผน โดยทั้ง 2 แผน ต้องเกิดจากการคัดเลือกความรู้โดยการวิเคราะห์จากประเด็นยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งจัดทำแผนการจัดการความรู้ในรูป Gantt Chart  เพื่อให้สามารถติดตาม ประเมินความก้าวหน้า และความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธภาพ ส่วนแนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ในการจัดการความรู้นั้น มหาวิทยาลัยของเราสามารเลือกใช้ได้ตามที่เห็นควร

     ในขั้นตอนการดำเนินการตามตัวชี้วัด 5 ขั้นตอน ที่วิทยากรกรุณาถ่ายทอดให้ผู้เข้าสัมมนาฟัง สามหรือสี่รอบไม่แน่ใจ ทุกคนฟังไปแต่จะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน ที่แน่ ๆ อธิบายรอบที่หนึ่ง ไม่มีใครรู้เรื่องเลย  แต่พอได้ลงมือปฏิบัติจากการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 5 กลุ่ม ความเข้าใจก็มีเพิ่มมากขึ้น  และด้วยความที่เป็นคนความจำสั้น นานไปคงลืมขั้นตอนการดำเนินการนี้แน่ ๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องไกลจากตัวเรามากกว่าผู้บริหาร  แต่เรามองเห็นหนทางนำไปประยุกต์ใช้อยู่เหมือนกัน เลยนำมาสรุป รวมไว้ที่นี้  แม้ว่าอาจเก็บมาได้ไม่หมด

  1. วิเคราะห์องค์ความรู้ที่สนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์
    • ประเด็นยุทธศาสตร์ (ที่)
    • ความรู้ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามประเด็นยุทธศาสตร์
    • เรารู้อะไรเกี่ยวกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์นี้ (X)
    • อะไรที่เราจำเป็นต้องรู้ เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาตร์ (Y)
    • ความแตกต่างหรือช่องว่างระหว่าง Y กับ X (=Y-X)
  2. วิเคราะห์ความสำคัญของความรู้ที่เกิดขึ้น โดยทำการให้ค่าตัวเลขของ GAP ที่เกิดขึ้น
  3. ให้นำประเด็นความรู้ที่อยู่ในลำดับต้น ๆ จำนวน 2 ประเด็นความรู้ มาทำแผนการจัดการความรู้ 2 ประเด็นความรู้สามารถใช้ทฤษฎีการจัดการความรู้ที่ มช. เลือก ที่แตกต่างกันได้
  4. มหาวิทยาลัยต้องมีการประเมินความก้าวหน้าของแผนการจัดการความรู้ที่นำเสนอว่า มีความก้าวหน้าตามแผนที่วางไว้ คิดเป็นร้อยละเท่าใดของแผน
  5. เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ต้องประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ โดยแสดงให้เห็นว่า ได้นำผลการประเมินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการทำงานปกติอย่างไร และนำผลการประเมินดังกล่าวไปใช้เพื่อวางแผนในการจัดการความรู้ในประเด็นหรือแง่มุมใดบ้าง

     "ในความเห็นของตัวเราเอง คิดว่าหลังจากการสัมมนาเรื่องนี้ ทุกคณะและหน่วยงานยังคงเดินหน้างานการจัดการความรู้ต่อไป แต่ กระบวนการภายในจะกระชับ ชัดเจนยิ่งขึ้น เครื่องมือ KM ที่จะถูกดึงเข้าไปโลดแล่นในยุทธจักรงานที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จะประสบความสำเร็จในระดับไหน ต้องดูต่อไปในระยะทางที่ยาวไกล"

     แต่ห้องสมุดไม่หยุดนิ่งเรื่องนี้อย่างแน่นอนค่ะ วันที่ 9 เมษายน 2551 สำนักหอสมุดเรียนเชิญ คุณกฤษณา สุขบุญญสถิตย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Business Excellence Consulting Co.Ltd. เป็นวิทยากรการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง  Service Quality  ดูจากวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการจัดสัมมนาครั้งนี้  มุ่งเตรียมจัดทำ Best Practice ในด้านบริการสารนิเทศ เป็นกลยุทธ์หนึ่งในยุทธศาสตร์ของสำนักหอสมุด 

     บรรณารักษ์ทำงานหนักขึ้นมาอีกหน่อยแล้วค่ะ(เดินช้าบ้างแต่หนักแน่น) แต่มีไกด์นำทางเป็นผลดีในบั้นปลาย...แน่นอน คงมีอะไรมาบันทึกต่อ เพื่อแก้โรคความจำสั้นของตัวเราเองต่อไปค่ะ...

     และอีกสิ่ง 1 ที่ได้ คือเรื่องของ Gantt chart จำได้ว่าเคยด้อมๆ มอง ๆ โปรแกรมการทำ Chart อยู่เหมือนกัน เห็นทีจะต้องลิสต์ไว้ในระบบ เผื่อมีเวลาศึกษา...เรียนรู้เท่าที่มีเวลาและโอกาสให้รู้ค่ะ