ผมนับวันนับคืนที่จะกลับไปสู่อ้อมกอดแห่งบ้านเกิด เมืองล้านนา นานพอสมควรแล้วที่จากบ้านมา บรรยากาศของปี๋ใหม่เมืองที่กรุ่นกลิ่นหอมมายังเมืองหลวง ทำให้ผมใจจดจ่อกับวันคืนของความสุข
ฟังเพลง "ปีใหม่เมือง"
ในช่วงวัยเด็กปี๋ใหม่เมือง มีความหมายกับพวกเราคนล้านนามาก กิจกรรมหลากหลาย สีสันของฤดูร้อน ที่สำคัยพวกเราจะได้เล่นสาดน้ำ ไม่นับการขนทรายเข้าวัดที่ผมต้องทำจำนวนรอบขนทรายให้มากที่สุด ป้ออุ้ยแม่อุ้ยบอกผมว่า เจ้าตัวสังขารล่องจะเอาปูยา(กล้องยาสูบ) มาซ่อนไว้ใต้ต้นมะเขือแจ้ ในเช้ามืดของวันสังขารล่อง พวกเราเด็กๆ จะจะไปรอกล้องยาสูบนั้น แต่ไม่เคยได้ซักที แม่พาไปเก็บดอกเอื้องเงินในป่า เพื่อที่จะเตรียมเอาไปวัด เอาไปรดน้ำดำหัว ผมได้เสื้อผ้าใหม่ พร้อมปืนฉีดน้ำ...ภาพในอดีต ความสุขในช่วงปี๋ใหม่เมือง ในตราตรึงในความรู้สึกเสมอ
ปี๋ใหม่เมืองที่มีมากกว่าการเล่นน้ำ นั่นหมายถึงการพบปะพี่น้อง การเริ่มต้นใหม่ของปี พ.ศ. ...
ในปีนี้ที่เมืองปายบ้านผมมีกิจกรรมดีๆ มาประชาสัมพันธ์ เพื่ออาจเป็นทางเลือกในวันหยุดครับ จากบันทึก คนผีบ้าที่ "ไฮ่อุ้ยต๋าคำ" เมืองปาย

ปีใหม่เมืองคนโญน (คนโยนก) * * * ผมเป็นคนโญน หรือคนเมืองล้านนาครับ
---------------------------------------------
มาแอ่วปี๋ใหม่เมืองคนโญน
ที่ "ไฮ่อุ้ยต๋าคำเมืองปาย" 13-16 เมษา 2551
ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
13 เมษา วันสังขารล่อง
ก๋านละเล่นพื้นบ้าน
- แข่งหมากบ้า (สะบ้า)
- แข่งหมากกอน
- แข่งขี่ไม้ก๋างเก๋ง
- แข่งขี่ล้อลงหลิ่ง
- แข่งยิงโก๋งสติก (ยิงหนังสะติ๊ก)
14 เมษา วันดาครัวเกียมขึ้นวัด
15 เมษา วันขึ้นวัดสรงน้ำพระธาตุ ขนทรายเข้าวัด ดาสะตวงลอยเคราะห์
เมื่อแลง(ยามเย็น)ฟังสายเสียงดนตรีจากปกากะญอแห่งวัดจันทร์ กับคุณ ชิ สุวิชาน และสุดที่รัก กล๋างโต้งนา(กลางทุ่งนา) ขับกล่อมไพร
16 เมษา ลอยเคราะห์ตี้แม่น้ำปาย

สายน้ำปิงไหลหลาก จากถิ่นดินแดนวิไล
ปั๊ดปาหัวใจ๋จะใกล้จะไกล๋หื้อเฮามาป๊ะกั๋น
น้ำไหนตึงบ่าเต้า น้ำใจ๋หมู่เฮาคนเมือง
อู้กำเมืองฟังกั๋นฮู้ เรื่อง เฮาคนเมืองอู้ม่วนจ๋าหวาน
*หมู่เฮาฮับฮู้ หมู่เฮาฮู้ใจ๋หมู่เฮาฮักมั่นกั๋นไว้
หมู่เฮาฮ่วมแฮง หมู๋เฮาฮ่วมก๋าย หมู่เฮาบ่ามีเสื่อมคลาย
จ้วยกั๋น อนุรักษ์ฮีตฮอต บ่าดีฮื้อสูญสลาย
ของดีเฮามีมากมาย บ่าดีหื้อหายเหมือนสายน้ำปิง
(บ่าดีหื้อหาย เหมือนสายน้ำปิงๆ)
---------------------------
ฟังเพลง หมู่เฮาคนเมือง ที่นี่ครับ คลิ้ก
รู้จัก "ปีใหม่เมือง " หรือสงกรานต์ชาวเหนือ
ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีสำคัญของชาวเหนือ หรือชาวล้านนา อันสืบเนื่องมากจากอดีตกาลที่จะยึดถือเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ โดยกำหนดจุดที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งมักจะตรงกับวันที่ 13 เมษายน หรือ14 เมษายนของแต่ละปี อย่างไรก็ตามประเพณีปีใหม่เมืองจะกินเวลาประมาณ 4-7 วันยาวนานกว่าสงกรานต์ของภาคอื่นๆ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันสังขารล่อง วันเนา วันพญาวัน วันปากปี หรือบางท้องที่ก็ไปจบที่วันปากเดือน หรือวันปากวัน
ข้อมูลจากหนังสือ "องค์ความรู้ประเพณีปีใหม่เมือง" (2549) ของโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ระบุว่า ปีใหม่เมืองมีความสำคัญต่อคนล้านนา ในฐานะ
1.เป็นการเปลี่ยนปี คนเมืองจะนับปีตามปีใหม่เมือง พอถึงปีใหม่จะกลายเป็นอีกปีหนึ่งไม่ใช่ปีเดิม อายุของเราจะเพิ่มขึ้นอีกปี
2.เป็นการเตือนตน และสำรวจตรวจสอบตนเอง เพราะการที่อายุเพิ่มขึ้นจะเป็นการย้ำเตือนให้คนเมืองรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของวัน วัย และสังขาร นั้นคืออนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา
3. เป็นการชำระสะสางสิ่งที่ไม่ดี ปีใหม่เมืองเป็นช่วงโอกาสที่คนเมืองได้สำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่ล่วงมา เมื่อพบข้อบกพร่องก็มักจะตั้งจิตตั้งใจสะสางสิ่งที่ไม่ดีไม่งามออกไป อันใดที่ร้ายก็ขอให้ดับไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ ล่องไปกับสังขาร
4. เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ปีใหม่เมืองมีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งที่เป็นวัตถุและความเคลื่อนไหว เช่น เสื้อผ้า ข้าวของ มีความคึกคักเคลื่อนไหวในการต้อนรับปีใหม่ จะเกิดการตั้งใจใหม่ ความหวังใหม่ และพยายามใหม่ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามกิจกรรมของคนเมืองในช่วงปีใหม่เมือง อาจสรุปได้พอสังเขปดังนี้
วันสังขารล่อง วันสังขารล่อง หรือสงกรานต์ล่อง หรือสังขานต์ล่อง ถือเป็นวันส่งท้ายศักราชเก่า คนเมืองจะตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ ก่อนตีนฟ้ายก เช้ามืดจะมีการยิงปืน จุดประทัด เพื่อไล่สิ่งที่ไม่ดีไปกับสังกรานต์ สายๆ จะทำความสะอาดบ้านเรือน บ่าย ชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่
"วันเนา หรือ วันเน่า" เป็นวันที่พระอาทิตย์เนาอยู่ระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ ในทางทางโหราศาสตร์ คือไม่ดี ไม่ส่งเสริมสิริมงคล วันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้ามืด เป็นวันจับจ่ายซื้อของจำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่ มีการเตรียมอาหารคาวหวาน เช่น ขนมจ็อก ห่อนึ่ง แกงฮังเล หรืออื่นๆ เพื่อจะเอาเป็นทำบุญที่วัดในวันพญาวัน และเอาไปดำหัวผู้ใหญ่ ช่วงสายๆ จะไปชุมนุมกันเพื่อเล่นน้ำปีใหม่ ที่สำคัญมากของวันนี้ คือ เป็นวันขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นการก่อพระเจดีย์ทราย ขนมที่นิยมทำกันในช่วงปีใหม่ได้แก่ ขนมจ็อก ขนมชั้น ขนมเกลือ ขนมตายลืม ขนมลิ้นหมา ขนมวง และขนมกล้วย
"วันพญาวัน หรือ พระญาวัน"เป็นวันที่มีความหมายต่อคนเมืองมาก เป็นวันยอดม้อน เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบปี มีกิจกรรมตามความเชื่อในวิถีชีวิต ความเชื่อในพิธีกรรม ไสยศาสตร์ เช่นการเลี้ยงผีครู การนำเครื่องรางมาล้างนำสิ่งที่ไม่ดีออกไป การสักคาถา ยันต์ต่างๆ ตามร่างกาย ถือเป็นการเพิ่มความขลัง วันนี้เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาตั้งแต่เช้าตรู่ มีการถวายภัตตาหารให้กับคนตาย ที่เรียกว่า ทานขันข้าว ทานตุง หรือถวายตุงปักเจดีย์ทราย ดำหัว คารวะผู้ใหญ่ การส่งน้ำพระธาตุ พระสถูปเจดีย์ พระพุทธรูป การทานไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการค้ำจุนพระศาสนา มีการทำบุญใจบ้าน คือบริเวณที่ตั้งของเสาบ้าน หรือ สะดือบ้าน
"วันปากปี" กิจกรรมเริ่มที่วัดของแต่ละหมู่บ้าน มีการบูชาข้าวลดเคราะห์ ช่วงสายเป็นการทำพิธีส่งเคราะห์บ้าน และสืบชะตาบ้าน กระทำที่กลางหมู่บ้าน ในช่วงสายๆ 8-9 โมงเป็นต้นไป ช่วงค่ำ กระทำที่บ้านเรือนของตน มีการจุดเทียนบูชาบ้านเรือน หรือเรียกว่าต๋ามเตียนปู่จาพระเจ้า ใช้เทียนสามเล่ม คือเทียนบูชาลดเคราะห์ เทียนบูชาสืบชะตา และเทียนบูชาโชคลาภ บาง ท้องถิ่นจะมีการต๋ามขี้สายเท่าอายุ (การจุดเส้นไฟเท่าจำนวนอายุ)
"วันปากเดือน และวันปากวัน" ดังที่กล่าวแล้วว่ากิจกรรมของคนเมืองในห้วงเวลาปีใหม่เมืองนั้นมีมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในรอบปี ลำพังเฉพาะการดำหัวอย่างเดียวไม่อาจกระทำให้จบสิ้นได้ภายในวันเดียว ดังนั้นจึงมีวันปากปีเพิ่มขึ้นมาเพื่อจะได้ไปดำหัวผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือให้ครบถ้วน แต่กระนั้นเมื่อเพิ่มวันปากปีก็อาจไม่พอ จึงต้องเพิ่มวันปากเดือนและวันปากวันเข้ามาด้วย
อย่างไรก็ตามกิจกรรมในวันปากเดือนและปากวันคือการเดินทางไปดำหัวเพียงอย่างเดียว ไม่มีพิธีกรรมอื่นๆ โดยหลังจากวันปากปีกิจกรรมของคนเมืองในประเพณีปีใหม่ก็จะเริ่มจางลงไปเรื่อยๆ ชีวิตปกติเริ่มต้นขึ้นปีใหม่ผ่านไปแล้ว แต่ทิ้งรอยจดจำรำลึกไปอีกนาน

สถานที่จัดงาน สามารถเดินข้ามทุ่งนาหลังบ้านนายเอกไปประมาณ 100 เมตรครับ
มาฟังดนตรีบรรเลงของ คุณชิ สุวิชาน ด้วยกัน ในวันที่ 15 เมษายน 2551 และรวมรดน้ำดำหัวป้ออุ้ย แม่อุ้ยในวันเดียวกัน
-------------------------
* * * ศิษย์เก่า โรงเรียนปายวิทยาคาร อย่าลืมว่าพวกเรามีนัด รดน้ำดำหัว คุณครูที่โรงเรียนปายวิทยาคาร โดย คุณ mr.kraton (หมอรอน) เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในงานนี้ ขอปรบมือให้พี่รอนดังๆครับ
สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้าค่ะ น้องเอก
เพลงไพเราะมากครับ...
กิจกรรมก็น่าสนใจมาก ๆ ครับ...
ส่วนผมก็สำนึกรักบ้านเกิดกลับปักษ์ใต้เหมือนกันครับ...
...กลับบ้านเรา รักรออยู่...
ฝากกราบคุณแม่และฝากกอดเจ้าคราเบรียลด้วยนะเพื่อน...
ขอบคุณครับ...
สวัสดีครับ
มาตามคำขอครับ
เพลงเพราะจริง ครับ
สวัสดีครับ เจ้าปี้ นายน้อง มิตรแก้ว สหายคำ
กระผมเอาเพลงกำเมืองม่วนมาฝากครับ มาฟังโดตยกั๋นเน้อครับ ได้บรรยากาศเมืองเหนือ ปีใหม่เมืองแต่ๆเลยครับ
เพลง "ปีใหม่เมือง"
"ปี๋ใหม่เมืองเฮากะมาถึงแล้วน่อ ดำหัวแม่ป้อป้าลุงอุ้ยเฮาดีกว่า
ประเพณีบะเก่าของเฮาสืบมา เข้าวัดเข้าวาตักบาตรทำบุญ
ก๋ำสะหลุงใส่ข้าวตอกดอกไม้ ฮื้อเปิ้นได้จื่นใจ๋ตี้หมู่เฮาฮู้คุณ
เตวะบุตรเตวะดาเปิ้นมาอุดหนุน อันก๋านทำบุญตึงบ่อมีวันปุ๊ดตึน เปิ้นปั๋นปอน เฮาก่อยกมือไหว้ เย็นอ๊กเย็นใจ๋อายุมั่นขวัญยืน
อยู่ดีกิ๋นดี ตึงยามนอนยามตื่น ใจ๋บานใจ๋จื่นปันใหญ่ปันสูง
ปี๋ใหม่เมืองเฮาก่อมาถึงแฮ๋มแล้ว งามตึงดอกแก้ว งามตึงดอกหางนกยูง ชุดผ้าเมืองเฮาก่อปากั๋นนุ่ง ก๋ำขันสะหลุงน้ำส้มป่อยไปดำหัว ๆ"
ภาพเก่าๆหาชมยากครับ เป็นพิธีการรดน้ำดำหัวแบบคนล้านนาดั้งเดิม
ตำนานวันสงกรานต์
นานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง มีสมบัติเงินทองมากมาย แต่ไม่มีทายาทสืบสกุล จึงถูกยาจกผู้มีบุตรมากซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กัน พูดจาดูถูก ว่าสมบัติของท่านแม้มีมากมาย ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีทายาทไว้สืบสกุล เศรษฐีผู้นั้นจึงได้บวงสรวงทำพิธีขอบุตร แต่ผ่านมาเนิ่นนาน ก็ยังไม่สามารถมีบุตรได้ จนในที่สุด เศรษฐีก็ได้มาขอบุตรจากพระไทร พระไทรรู้สึกสงสาร จึงได้มาทูลขอจากพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรจุติลงมาเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้นั้น
ธรรมบาลกุมารเติบโตมาเป็นเด็กฉลาดเฉลียว สามารถเรียนไตรเทพจบตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานก ความดังกล่าวรู้ถึงท้าวกบิลพรหม จึงต้องการทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร จึงเสด็จมาโลกมนุษย์ ตั้งคำถามธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ คือ ตอนเช้าราศีอยู่ที่ใด กลางวันราศีอยู่ที่ใด ตอนเย็นราศีอยู่ที่ใด โดยตกลงกันว่า ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบคำถามได้ภายใน 7 วัน จะต้องตัดศีรษะบูชาท้าวกบิลพรหม แต่ถ้าสามารถตอบได้ ท้าวกบิลพรหม จะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมารเช่นกัน
จนเวลาผ่านไปได้ 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ แต่ระหว่างที่นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ได้ยินพวกนกคุยกัน ว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องออกหาอาหารแล้ว จะรอกินร่างกายของธรรมบาลกุมารที่ไม่สามารถตอบคำถามของท้าวกบิลพรหมได้ และนกยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องคำถามคำตอบว่า ตอนเช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องเอาน้ำล้างหน้า กลางวันราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาน้ำพรมอก ตอนเย็นราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงเอาน้ำล้างเท้า ธรรมบาลกุมารจึงจดจำคำตอบไว้
พอธรรมบาลกุมารสามารถตอบคำถามได้ ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรตามคำสัญญา แต่ด้วยว่าเศียรของท้าวกบิลพรหมนั้น หากตกต้องพื้นดิน พื้นดินก็จะลุกเป็นไฟ หากตกลงในมหาสมุทร น้ำก็จะเหือดแห้งหมด หากโยนขึ้นไปในอากาศ ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท้าวกบิลพรหมจึงเรียกธิดาทั้งเจ็ดมา โดยให้นำพานมารองรับเศียร แล้วนำไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ แล้วนำเข้าไปเก็บในมณฑปถ้ำธุลีที่เขาไกรลาศ พอครบกำหนดพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ก็ให้ธิดาทั้ง 7 ผลัดกันนำเศียรมาแห่เวียนรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี...
http://www.khonmuang.com/songgran.htm
นอกเหนือจากกิจกรรมด้านเยาวชนในปายที่คุณเอก กับคุณหมอรอนได้เริ่มต้นทำไปบ้างแล้ว ก็เห็นจะมีกิจกรรมนี้แหละค่ะ ที่พอจะกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีน และสร้างแรงจูงใจให้การดำเนินชีวิตอยู่ในปายมีความหมายมากขึ้น
และแอบดีใจอยู่เงียบๆ ที่รู้ว่า เป็นงานที่คนเมืองทำกันเอง เพราะหลายๆ งาน ที่จัดโดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว มักมีรูปแบบ และแนวทางที่ก้าวไกลออกไปจากขนบ ประเพณี มากยิ่งขึ้นทุกที ซึ่งรูปแบบดังกล่าว มักสะท้อนทัศนคติ และมุมมองของผู้จัดได้ในระดับหนึ่งว่ามีความคิด เห็น และ รู้สึก กับสิ่งที่เป็นอยู่ และควรเป็นไปอย่างไร
หากชาวบ้าน และบริวาร (อันได้แก่ ผู้ให้การสนับสนุนทั้งหลาย - ขอใช้ความหมายในทางกลับกันจากความหมายที่เข้าใจกันโดยทั่วไป) จะสามารถทำให้การท่องเที่ยว (ที่ไม่อาจหนีกระแส) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชุน (อันเป็นวิถีดั้งเดิม) ด้วยความพินอบพิเทา และรู้คารวะ มากกว่าการจับวิถี และขนบประเพณีดั้งเดิม มาแต่งตัวใหม่ ใส่จริตใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับกระแสการท่องเที่ยวที่ถ่าโถม เสมือนดั่งนั่งอยู่หน้าบ้านตัวเอง ริมถนนในวันฝนตก แล้วโดนสาดโคลนจากล้อรถเบียดถนน ที่เพียงวิ่งผ่านมา แล้วก็ผ่านไป มิได้อนาทรร้อนใจว่าเจ้าของบ้านจะเปียกปอนแปดเปื้อนเช่นไร... หากทำได้เช่นนี้ เมืองปาย และอีกหลายๆ เมืองที่กำลังถูกทึ้ง คงจะบอบช้ำน้อยลง
ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า “ทำดี เริ่มที่ตัวเอง” เพราะ “ดวงอาทิตย์มิได้รอให้โลกสะอาดเสียก่อน จึงจะส่องแสง” ฮะแฮ่ม... ประโยคนี้ไม่ได้คิดเองจ้า เอามาจาก “Tropic of cancer” ของคุณ Herry Miller เค้าจ้า...
เขียนมาด้วยคารวะ และขอเป็นแรงใจสนับสนุนคนทำดีค่ะ... อาจจะมองเห็นภาพความรุนแรงไปบ้าง แต่ก็เขียนตามมาตามที่ใจคิด เห็นจริงค่ะ ถูก ผิด ขออภัย วานแก้ไข และแลกเปลี่ยนกันค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเอก
Ka-Poom ------>.... says:
อยากไปอยากไป
Ka-Poom ------>.... says:
อิอิ
Ka-Poom ------>.... says:
ทำงัย นี่
Ka-Poom ------>.... says:
จะแบ่งร่างได้งัย
Mr.Ake says:
เวลา มันซ้อนนะครับ
Ka-Poom ------>.... says:
น้านดิ ไปหลัง 16 ก็ ไม่ได้อีก..เพราะงานเลิกไปแล้ว
Mr.Ake says:
ฮา
Ka-Poom ------>.... says:
12 - 17 เม.ย. นี้กะปุ๋ม...จะไปเวียงจันทร์ - วังเวียง หากมีเวลา ก็จะไปถึงหลวงพระบาง...
Mr.Ake says:
โอ้
Ka-Poom ------>.... says:
ปั่นจักรยานไปกะเพื่อน ๆ
Mr.Ake says:
ว้าว
Mr.Ake says:
อุทานอย่างเดียว
Mr.Ake says:
อยากไป
Ka-Poom ------>.... says:
ทีแรกกะจะสองคน
Ka-Poom ------>.... says:
แต่ตอนนี้รวมได้ เป็น 10 กว่าแล้วค่ะ
Ka-Poom ------>.... says:
คละกันไปทั้งเสือพับ และเสือภูเขา..เสือหมอบ..
Ka-Poom ------>.... says:
ไปแบบ slow down
ม่วนขนาด
แวะมาทักทายค่ะ "สุขสันต์วันสงกรานต์" นะคะ
สวัสดีปี๋ใหม่เมืองครับพี่อุบลอุบล จ๋วงพานิช
ยินดีนักๆครับ ตี้มาแอ่วมาใจนายเอก
ปี๋ใหม่เมืองนี้ ผมถือโอกาสได้กลับบ้านเมืองเหนือ กิจกรรมดีๆที่เมืองปายเพียบเลยครับ หวนรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆแล้วมีความสุขครับ
มาแอ่วเมืองเหนือตามเพลงที่ผมเปิดให้ฟังใน blog นี้โตยกั๋นครับและอยากให้ฟังเพลงนี้ครับ "ปีใหม่เมือง"
ขอหื้อปี้อุบล ม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋ วันปีใหม่เน้อครับผม
ขอบคุณมากครับ เพื่อนดิเรก Mr.Direct
เสียดายนะครับ หากมีโอกาสจะชวนไปที่บ้านอีกครา สถานที่จัดงานไม่ไกลจากบ้านผมครับ ก็เป็นทุ่งนาหลังบ้านผมเองครับ เราจัดแบบบ้านทุ่ง แบบดั้งเดิมจริงๆ
ขอให้มีความสุขกับการเดินทางไปปักษ์ใต้ พัทลุงนะครับ
หลังสงกรานต์จะตามลงไป
นำภาพสาวสวยมาฝากครับ
สวัสดีค่ะคุณเอก
สวัสดีครับน้องเอก
เพลงเพราะมาก...ผมชอบฟังเพลงเหนือ สมัยเป็นวัยรุ่นร้องเพลงของคุณจรัล มโนเพชร ได้ทุกเพลงครับ
สวัสดีปี๋ใหม่ครับ
ช่วงสงกรานต์พี่คิดถึง มช.ค่ะ ไม่ได้กลับไปอีกเลยหลังจากจบมาเกือบ 25 ปี
น่าสนุกนะคะวันสงกรานต์ที่ปาย ฝากความคิดถึงคุณแม่และคุณพ่อของน้องจตุพรด้วย(เห็นแต่ภาพคุณแม่ คุณพ่อไม่เคยเห็นเลยค่ะ)
ส่วนพี่คงอยู่แต่ที่กรุงเทพฯเพราะคุณพ่อคุณแม่ของพี่ท่านมาอยู่ในกรุงเทพฯกันหมดแล้ว
เอ๋ สงกรานต์เมืองปาย จะเหมือนเชียงใหม่ไหมค่ะ
เพราะเมื่อถึงสงกรานต์ก็ไม่เคยไปที่อื่นเลย นอกจากเชียงใหม่ค่ะ