ผู้รู้ไม่คิด ผู้คิดไม่รู้ ไม่รู้ต้องคิด ไม่คิดไม่รู้
  • วันก่อนมีโอกาสได้เสวนากับพี่โอ๋ ซึ่งเป็นผู้คอยชี้แนะและคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับธรรมะมาตลอดกว่า 3 ปี
  • พักหลังนี้ นาน ๆ จะได้พบกัน จำได้ว่าพบกันครั้งล่าสุดก็ตั้งแต่ตอนงานปีใหม่ ทุกครั้งที่พบกัน ผมก็จะยกประเด็นธรรมะขึ้นมาปุจฉา วิสัชนา กับพี่เขาเป็นประจำ
  • ตอนที่ศึกษาธรรมะใหม่ ๆ ธรรมะที่ผมเริ่มเข้าใจ (พึ่งค้นพบ) จะชอบนำไปเสวนากับเพื่อน ๆ และคนรู้จักหลายต่อหลายคน พบว่า ร้อยละ 90 จะไม่ค่อยได้ศึกษาธรรมะและจะไม่เข้าใจ (คือจะเหมือนผมตอนที่ยังไม่เข้าใจ) จนได้มีโอกาสเสวนะกับพี่โอ๋ ทุกครั้งที่คุยกันจะอื้งกิมกี่ คือพี่เขาเห็นตามที่ผมเข้าใจ และเห็นธรรมะมากกว่าด้วย
  • จริง ๆ แล้วพี่เขาเคยแนะนำหลายครั้งแล้วแต่ผมเข้าไม่ถึงเอง บางครั้งผมก็เถียงข้าง ๆ คู ๆ อยู่ก็บ่อย ...
  • หลังจากการเสวนะตอนปีใหม่ พี่เค้าได้แนะนำให้อ่านหนังสือของ "ศุภวรรณ กรีน" http://www.supawangreen.in.th/mp3/index_eng.html
  • ตอนนั้นผมก็เริ่มศึกษา ...พุทธ...สายเซน...บ้างแล้ว ก็คุยกันสนุกได้อรรถรสมากทุกครั้ง
  • พบกันล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็บอกพี่เขาว่า อ่านหนังสือของ "ศุภวรรณ กรีน" บ้างแล้ว สุดยอดจริง ๆ แต่พี่เขากลับหันมาคุยโจทย์เก่า คือ ว่า
  • ...คำว่า ฌาน ของ เซน หมายถึง ยาน หรือ เครื่องนำพาไปสู่นิพพาน หรือพุทธะ หรือจิตเดิมแท้
  • อื้งกิมกี่ตามเคยครับ ...
  • จนมาถึงวันนี้ ก่อนนอนได้ทบทวนธรรมะ เกิด อ้อ! ยูเรกา
  • ...ผมอ่านหนังสือ เซน มาจำนวนหนึ่ง เป็นการอ่านแบบไม่เอาเป็นเอาตาย แต่ค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจไป จริง ๆ ตอนแรกอ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ จนมีอยู่วันหนึ่ง นั่ง ๆ อ่านอยู่เกิดเข้าใจขึ้นมา เลยซื้อมาตุนเอาไว้ทุกครั้งที่ไปพบตามร้านหนังสือ
  • ...หนังสือ เซน ส่วนใหญ่ จะเป็นลักษณะ "โกอาน" หรือสอนโดยใช้ปริศนาธรรม แต่ละปริศนาธรรมบางเล่มก็ไม่อธิบายต่อ ต้องให้ทำความเข้าใจเอาเอง
  • แรก ๆ มือใหม่อย่างผมหงุดหงิดมาก เอ! ทำไมไม่เฉลยหรืออธิบายต่อน้อ จะมีสักกี่คนที่บังเอิญเข้าใจ (ผมเข้าใจบางปริศนาธรรมโดยบังเอิญ)
  • พออ่านไปหลาย ๆ เล่ม เอ! บางเล่มมีคำอธิบาย ของคนแปลด้วยแฮะ แต่จะทำตัวเอียง ๆ เอาไว้ท้ายปริศนาธรรม ว่า นี่คือ ความคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้แปล (ส่วนใหญ่จะแปลมา)
  • ยกตัวอย่าง ปริศนาธรรม
  1. ผู้รู้ไม่คิด ผู้คิดไม่รู้ ไม่รู้ต้องคิด ไม่คิดไม่รู้
  2. รูปคือสุญ สุญคือรูป (รูปคือความว่าง ความว่างคือรูป)
  3. จิตคือพุทธะ นิรจิตคือมรรค