บทที่ 3 เลี้ยงผึ้ง+ขายน้ำผึ้ง(รวยซะ)

            ขณะนี้ เดือน เมษายน 2551 ได้มีพี่ที่อยู่ข้างบ้าน เขาเอาลังผึ้งเลี้ยงมาขออาศัยวางไว้หน้าบ้านของเรา จำนวนหลายลัง แล้วให้รู้สึกสนใจยิ่ง จึงไปสอบถาม และประกอบกับที่ศึกษาผ่าน          "เสริชเอ็นจิ้น"พิมพ์คำว่า "เลี้ยงผึ้ง"พบข้อมูลว่าผึ้งเลี้ยง 1 ลัง( "ลัง" นะ ไม่ใช่ "รัง" ) ได้ผลผลิตเป็น น้ำผึ้ง ปีละ 40 กิโลกรัม ถ้าราคากิโลกรัมละ 100 บาท ก็น่าจะมียอดขาย ลังละ 4,000 บาท ต่อปี         เห็นว่าเกษตรกรเลี้ยงผึ้งเพื่อขาย เขาจะเลี้ยงกัน 300 ลังต่อครอบครัว คิดง่ายๆก็ 4,000 x 300 = 1,200,000 บาท ป้าดตีโท้!(โอ้โห!) รวยซะ.........

             จึงเป็นที่มาของมนุษย์เงินเดือน อยากเลี้ยงผึ้งกับเขามั่ง(อีกแล้วครับท่าน) งานนี้ต้องควักทุนอีกแล้ว(กู้สหกรณ์เจ้าเก่า) เดือนนี้ เมษายน 2551 สิ่งที่ต้องทำคือ ทำ หรือหา ลังเลี้ยงผึ้ง มาสัก 50 ลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งเลี้ยง ลังละ 6 คอน ซื้อมาชุดละ 1,200 บาท (ถูกหรือแพงครับนี่)เตรียมให้ขยายพันธ์จนได้เต็ม 10 คอนต่อลัง แล้วขยายต่ออีก 50 ลัง(เอาคอนที่มีผึ้งเต็มแล้ว จากลังเดิม แบ่งมาใส่ลังใหม่) ให้ได้สัก 100 ลัง เพื่อเตรียมไปกินน้ำหวานจากดอกลำไย ประมาณธันวาคม 2551 นี้ ที่ภาคเหนือ (ข้าน้อยอยู่ขอนแก่น จะได้ตามผึ้งไปเหนือ)...ท่านใดจะเลี้ยงผึ้งกับผมบ้าง ก็เตรียมลังไว้เลยนะครับ เห็นราคาซื้อขายกันที่ 350บาทต่อลัง ตอนนี้ผมกำลังต่อเอาเองจากไม้อัด ฯลฯ ให้ลดต้นทุนลงเหลือสัก 200บาทต่อลังก็ยังดี..

             อันว่า ลังเลี้ยงผึ้งนี้ นั้น เดิมต้นฉบับเขาทำจากไม้ฉำฉา พบว่า คนทางเหนือ มาหาซื้อฉำฉาเป็นต้นๆจากอีสาน ไปแปรรูป แล้วตอกเป็นลังเล้ยงผึ้ง ส่งมาขายอีสาน แต่ราคาก็อย่างว่า 350 บาท ถูกจัง แต่ผมไม่ได้เลี้ยงลังเดียวเด้อ...สต้าท 50 ลัง ขยายเป็น 100 ลัง ค่าลังถ้าซื้อมาก็ 350 x 100 =35,000 บาท ค่าผึ้ง 50 ลัง เปิดตัวที่ 1,200x50= 60,000 บาท ค่าคอนให้รวงผึ้งเกาะตัว 10 คอนต่อลัง คอนละ 8 บาท(ถูกสุดเหลือเชื่อแล้ว) ยังไม่รวมค่าน้ำตาลให้ผึ้ง + ค่านมให้ผมอีกล่ะ....จึงเป็นที่มาของ การทำลังจากไม้อัด ให้ต้นทุนลดลงบ้าง...

             เอ้า พี่น้องเร่เข้ามา ทำไปพร้อมๆกันนะครับ จะได้รวย รวย รวย อิ..อิ...(กู้ใครกู้มัน หามาโลดสักแสนก่าๆตามที่คำนวณให้ดูนั่นล่ะ...) 

             เขียนต่อจากตอนที่แล้ว...

             เมื่อสองสามวันก่อน ได้เข้าพบท่านประธานผึ้งขอนแก่น ท่านเคยรับราชการ เป็นอาจารย์   มาก่อน บัดนี้ลาออก เปลี่ยนต้นสังกัด มาสังกัดอยู่กับผึ้งเรียบร้อยแล้ว (ผึ้งแมลงนะ...ไม่ใช่ผึ้งปากแดงๆ  อิ..อิ...) ท่านได้บอกกล่าวประสบการณ์ พอสรุปได้ดังนี้...

1) เลี้ยงผึ้ง ทำเงินได้เร็วจริง  ตั้งตัวได้เร็วกว่าอย่างอื่น (ให้กำลังใจเด็กใหม่ดีมาก)

2) สต้าทมาก ขยายไว พาไปกินน้ำหวานทัน เก็บน้ำหวานทัน ได้เงินมาก (แปลเอาเองครับว่า....ข้าน้อยต้องลงทุนมากพอ ต้องดูแลมันให้ดีๆมันถึงจะขยายไว ต้องพาหล่อนไปหากินน้ำหวานเกษรดอกไม้ให้ทันฤดูกาล ต้องเก็บน้ำหวานให้ทันก่อนที่มันจะกินน้ำหวานหนีจากหมด...แล้วเอาไปขาย+แปรรูปขาย โน่นเด้อ  ข้าน้อยถึงจะได้เงิน)                       

3) การเข้าร่วมในสมาคมผึ้ง จะได้รับการเกื้อกูลตามสิทธิ์สมาชิก (อันนี้ กระผมก็สนใจ)

4) อบรมเลี้ยงผึ้ง ที่ศูนย์ผึ้งขอนแก่น คาดว่าจะจัดประมาณหลังสงกรานต์2551 (ผมก็สมัครค้าบ อาจารย์  ก็ผมอยากเลี้ยงถูกวิธีอยู่แล้ว)

               หลังจากนั้น กระผมก็เดินทางด้วยพาหนะนอกราชการ เวลา 14.00 น.จากที่พัก(บ้านบะขาม เมืองขอนแก่น)ไปถึงเชิงภูผานกเค้า จังหวัดเลย เพื่อดูงานที่ท่านอาจารย์ประธานผึ้งขอนแก่น ท่านเลี้ยงแยกกลุ่มเอาไว้ กลุ่มละ 100 รัง 5 กลุ่มได้มัง  ผมสังเกตดูแล้ว ท่าทางจะไม่ได้เข้าอินเตอร์เน็ตอีกโดน(นานมากๆ) เพราะต้องสละชีพเพื่อผึ้งเหมือนท่านอาจารย์ จากการสังเกตพบว่า โลเคชั่นที่ท่านวางลังผึ้งหย่ายเป็นจุ้มๆ(กระจายเป็นกลุ่มๆ)นั้น อยู่ใกล้ห้วย(ลำธารน้ำ) แต่ไม่ค่อยเห็นมีดอกอะไรโผล่ให้เห็นเลย สอบถามได้ความว่า ไม่ได้วางให้หากินแถวนี้หรอก พวกนี้น่ะเพิ่งจะเดินทางลงมาจากภาคเหนือ....แล้วมาพักไว้บริเวณนี้ เนื่องจากที่บ้านท่าน(ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น) ท่านก็วางไว้แล้วกว่า300ลัง ที่ไม่พอ...ว่างั้น   แล้วก็สังเกตพบว่า ท่านอาจารย์หญิง(ภรรยาของท่านอาจารย์ ปัจจุบันยังไม่ยอมลาออกจากราชการ กลัวไม่ได้สิทธิ์ราชการมั๊ง..อิ...อิ..นินทาผู้ใหญ่ได้ไง) กำลังเอาแปรง ปัดตัวผึ้งจากคอนลงไปในลัง เพื่อเก็บคอนลงกล่องเปล่า ถามว่าจะเอาไปสลัดน้ำผึ้งเหรอครับ  ท่านตอบว่า ใช่แล้ว ผมถามต่ออีกว่า คงได้มากเนอะอาจารย์  ท่านตอบว่าเปล่าหรอก พอดีมาเก็บไม่ทัน ผึ้งดูดน้ำผึ้งกินไปมากแล้ว (อ้าว.....เป็นงั้น  สอบถามต่อว่าทำไม อาจารย์ว่าท่านไม่สบาย เลยมาเก็บน้ำหวานไม่ทัน)ตอนนี้จะต้องเตรียมขยายจำนวนผึ้ง เพื่อเอาไปขายเป็นผึ้งพันธ์(อ๋อ...สงกะสัย ผมคงได้เจ้าพวกที่ดูดน้ำหวานหนีจากเร็วๆนี้ละมั้ง.....แหม....ส่อแววรวยเละขนานแท้...อิ...อิ..).......เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับที่พักด้วยรถนอกราชการ ถึงที่พักเวลา 20.00 น.

            เรียน ผู้บังคับบัญชาที่บ้าน จากการศึกษาดูงาน ข้าพเจ้าขอรายงานสรุปดังต่อไปนี้

1) ค่าน้ำมัน 1,000 บาท(ดีเซลลิตรละ30กว่าๆ) ค่าขนม ค่านม(ขาดไม่ได้) 128.บาท

2) จาก 7'S โมเดลของ Mckinsey การเลี้ยงผึ้งของท่านอาจารย์ประธานผึ้งขอนแก่นเป็นดังนี้

    2.1 โครงสร้างองค์การ ใช้โครงสร้างแบบ ก.ม.(KuกับMung....ฉันกับเธอ...สองเฒ่าช่วยกันทำ)

    2.2 กลยุทธ์ ด้านการผลิตใช้กลยุทธ์ค่าใช้จ่ายต่ำคือทำเอง เข้าใช้ประโยชน์ด้านการขนส่ง ที่ภาคเหนือโดยพาหนะของสมาคม ใช้สถานที่วางลังผึ้งแถวผานกเค้าโดยแบ่งน้ำผึ้งให้ตอบแทน ด้านการจำหน่ายยังไม่ทราบแน่ชัด(ผมกำลังหาข้อมูล)

    2.3 ระบบ  ผลิตและจำหน่ายเป็นแนวทางชัดเจนมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่พัฒนาการแปรรูป และการจำหน่ายในส่วนของเกษรผึ้งและนมผึ้ง(ผมเข้าใจเอาเองว่าเขาคงรู้จักพอ...แค่นี้)

    2.4 สไตล์การบริหาร บริหารในครอบครัว  

    2.5 บุคลากร           2 คนหลัก ลูกมือ หาเอาในพื้นที่ แบ่งน้ำผึ้งเป็นค่าจ้าง

    2.6 ทักษะ              ฝึกและเรียนรู้เอง และถ่ายทอดให้แก่ผู้มาซื้อพันธ์ผึ้ง(อย่างผมนี่ไง)

    2.7 ค่านิยมร่วม       ....ทำแต่ผึ้งอย่างเดียวก็รวยได้....

3) เห็นควรอนุมัติให้ดำเนินการต่อไป ... และโปรดพิจารณากู้สหกรณ์ด้วย จะเป็นพระคุณ

            จบการนำเสนอสำหรับวันนี้ไว้ก่อน ขอเรียนเชิญท่านผู้ชี้แนะครับ

 เขียนเพิ่ม เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551

            ในที่สุด ได้เข้าอบรมการเลี้ยงผึ้งที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีพการเกษตร(ผึ้ง) ต.บ้านทุ่ม

อ.เมืองขอนแก่น ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2551 ได้เพื่อนคนชอบผึ้ง

คนเลี้ยงผึ้งมาเยอะเลย   จากหลายจังหวัด เดี๋ยวจะเอาชื่อมาลงไว้เพือสะดวกในการติดต่อ

ติดตามความก้าวหน้าหลังอบรมไปแล้ว

           ได้ทราบว่า ผึ้งเลี้ยง ไม่ดุเลย เชื่องมาก ไปลูบๆคลำๆอยู่ 5 วัน ไม่ถูกผึ้งต่อยเลยสักจิ๊ก...

ใครว่าผึ้งดุ  เข้าใจผิดมากๆ   เพราะผึ้งที่เลี้ยงเป็นธุรกิจนั้น เขาเลี้ยงผึ้งพันธุ์(พันธ์ผสมจากผึ้งพันธุ์

อิตาลี่ เดิม)  ส่วนผึ้งหลวง ผึ้งมิ้ม และผึ้งโพรงนั้น ไม่เกี่ยวข้องด้วย....

            เกร็ดความรู้  เมื่อผึ้งต่อย อย่าบีบ ให้เอาเล็บหรือไม้บรรทัด หรือสันมีด เขี่ยออกเบาๆ

เข็มเหล็กในก็หลุดออกโดยง่าย    เหตุผลเพราะ เหล็กในผึ้งที่ติดอยู่บนผิวชั้นนอก จะมีต่อมพิษ

ติดอยู่ด้วย ถ้าบีบหรือกด ต่อมพิษจะแตก พิษจะแทรกซึมลงในผิวหนัง มีผลให้เจ็บปวดมากขึ้น

ถ้าเขี่ยออกแล้ว ให้เอาน้ำมันหอมระเหยทา เช่น มะกรูด ฯลฯ น้ำมันหอมจะกลบกลิ่นเหล็กใน

ซึ่งเป็นสัญญาณ เรียกให้ผึ้งตัวอื่นๆมาต่อยซ้ำๆกันในบริเวณเดิม .....ให้เจือจางลง

หรือล้างแผลฟอกสบู่ก็ได้เหมือนกัน

          ผึ้งที่ต่อยเป็นผึ้งงาน(ผึ้งงานมีแต่เพศเมีย) มีเหล็กใน ผึ้งตัวใดต่อยแล้วผึ้งตัวนั้นจะตาย

เพราะอวัยวะสำคัญจะหลุดติดเหล็กในออกมาด้วย    

          ขณะนี้กำลังสืบราคาในการติดต่อซื้อกล่องรังผึ้ง(ลัง) ฯลฯ รวมทั้งตัวผึ้ง ทำขาตั้ง หาอุปกรณ์

สำคัญเช่นตัวพ่นควัน(เขาเรียกว่า"สโม๊ค" มีลักษณะเหมือนกาน้ำ เหยือกน้ำ แต่ภายในมีไว้บรรจุ

เชื้อเพลิงจำพวก กาบมะพร้าว แกลบ ที่จุดไฟให้ควัน) เหล็กงัดรัง(ตรวจคอนผึ้ง)

          ตั้งใจว่า จะStart ที่ 60ลัง ให้ขยายออกเป็น 300 ลัง(แข็งๆ) ประมาณ 11 กุมภาพันธ์ 2552

(เป็นไงท่าน..ผมฝันไปไม๊....แต่....บังเอิญผมมีโอกาสรู้จักพี่เลี้ยงเก่งๆ ทั้งที่เป็นอาจารย์ในศูนย์ผึ้ง

และเป็นสมาชิกกลุ่มสมาคมผู้เลี้ยงผึ้งภาคอีสาน ผมเลยไม่กังวลเรื่องการขยายผึ้ง และทำผึ้งให้แข็ง

คือพร้อมที่จะออกหาน้ำหวาน) กะว่าจะเอาไปเก็บน้ำหวานลำไย ที่เมืองลี้ จังหวัดลำพูน   อาจจ้าง

เขาสลัดน้ำหวาน จะได้ไม่ต้องซื้อถังสลัด เพราะ(ตรงนี้ดูข้อมูลอยู่ยังไม่ตัดสินใจ )

         ขยายความ คำว่า"ผึ้งแข็ง"ผมหมายถึง ในลังเลี้ยงผึ้ง มีผึ้งงาน วัยพร้อมทำงาน(21วัน) อยู่เต็ม

ทั้ง 6-7 คอน มีดักแด้แก่ พร้อมฟักเป็นตัวอยู่เต็มที่ มีนางพญาใหม่ๆ ไม่มีการสร้างนางพญาทดแทน

หรือฉุกเฉิน หรือแยกรัง ในลัง และมีสภาพสังคมในลังเรียบร้อย ไม่ก่อจราจลวุ่นวาย โดยมีคอนอาหาร

ลักษณะดี ว่าง สะอาด เตรียมไว้ให้ผึ้งหาน้ำหวานมาบรรจุไว้ 2-3คอน รวมแล้ว ไม่เกิน 9 คอนต่อลัง 

ถ้าได้อย่างนี้ ท่านว่าผึ้งแข็ง พร้อมเก็บน้ำหวานครับ

         หยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ จะหาข้อมูลเพิ่มหน่อย สวัสดีครับ          

เขียนต่อครับ    วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2551

วันนี้ เดินทางไปซื้อผึ้ง พร้อมลัง ราคา 1,200 บาท ต่อลัง (ดูผึ้งแล้ว แข็งมาก ขึ้นฝาลังเกือบทั้งหมด)

แต่ละลังมี 8 คอน จำนวน 30 ลัง ได้มาแล้ววันนี้ จากคุณโฆษิต อุปนายกสมามผึ้งภาคอิสาน

ที่อำเภอหนองบุญมาก(หนองมูลนาค เดิม) จ.นครราชสีมา เอามาตั้งไว้แล้ว(ทำขาตั้งรอไว้ก่อนแล้ว)

ที่บ้านสวน  คุณโฆษิตบอกว่า สามารถขยายเป็นสองเท่าได้เลย นั่นหมายถึงคงจะขยายในสัปดาต่อไป

เพื่อให้ได้ 60 ลัง แต่ลังที่จะใส่ยังไม่เสร็จ คงต้องไปติดตาม

            ตอนนี้ทราบว่าไม้ทำฝาลัง หายาก จึงขอให้น้องชายช่วยหาโรลไม้ ที่เขาม้วนเก็บสายไฟ

มาไว้ให้ เพราะเพื่อนที่ขอให้ทำลังให้เขาจะเอาไปฝานทำขอบฝาลังได้พอดี และราคาถูกที่สุดแล้ว

            ต่อไปเรียกว่า อาจารย์โฆษิต  ดีกว่า เพราะยังไงท่านก็สอนผมเลี้ยงผึ้งล่ะ   ท่านว่าการจ้าง

แรงงานทางเมืองลี้ ลำพูน สลัดน้ำหวานนั้นดี เพราะหาแรงงานไม่ยาก วันละ140 บาทต่อคน แต่เรา

ต้งหาถังสลัดไปให้เขา สรุปว่าต้องซื้อถังสลัด.... เลยกำลังติดต่อขอซื้อจากเจ้าเก่าที่เขาเลิกทำ

เพราะถังใหม่ก็ประมาณ 14,000 ซื้อของเก่าสัก 4,000 - 6,000 น่าจะเวิร์ค  

            ก่อนพาผึ้งไปเมืองลี้ น่าจะลองวิชาที่เมืองอัมพวา สมุทรสงคราม เก็บน้ำหวานจากลิ้นจี่ดูก่อน

ประมาณเดือนธันวาคม  ก็น่าลองดูครับ ... คงตามอาจารย์โฆษิตไปนี่ล่ะ

 

 เขียนวันที่ 17 กันยายน 2551

         รายงานความคืบหน้า ณ วันนี้ ผมได้นำลังผึ้งจำนวน80ลัง+

ไปไว้ที่เชิงผานกเค้า จังหวัดเลย เพื่อวอร์มตัวเองและให้คุณผึ้งได้วอร์มด้วย

ตั้งแต่ประมาณ 2 เดือนมาแล้ว(ไม่มีโอกาสมาเขียนรายงานครับ)

         พบปัญหารบกวนคุณผึ้งคือ มดดำ....

ต้องจัดการโดยเอาผ้าพันขาตั้งลังชุบน้ำมันไว้ ตัดต้นหญ้าที่มักจะชอบ

ขึ้นมาเป็นสะพานให้มดดำขึ้นลัง และดูแลพวกคุณต่อหัวเสือ...มิให้มารบกวน

         เรียนรู้จากการทำงานนี้ว่า คุณผึ้งไม่ชอบการรบกวนจากมด จากต่อ ฯลฯ   และต้องการอาหารเสริม(น้ำตาล)ในบางช่วง ครับ

         ยังไม่ก้าวไปไหนสักเท่าไร พยายามรักษาสถาณภาพไม่ให้ทรุด

ด้วยการดูแลทุกสัปดาห์ครับ..........จบบันทึกวันนี้ก่อน

เขียนอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2552

รายงาน....ก่อนอื่นขอเขียนรายงานตัวไว้ถึงความคืบหน้า......

จากที่เขียนไว้ว่า ผึ้งจำนวนท่ขยายไปมากๆ จนหกลงเหลือ 30 ลัง

และขาดการดูแลสม่ำเสมอ + ไวรัสลงมารบกวน ทำให้ปริมาณผึ้งที่จะส่งไปลำพูน

เหลือเพียง 8 ลัง......

ขอย้ำ.......8 ลัง......ได้มีการนำไปกินน้ำหวานดอกลำไยที่ลำพูนโดยวิธีการฝากไปกับ

ศูนย์ผึงขอนแก่น......ซึ่งไปอยู่ที่เมืองลี้ ....จนวันนี้กระผมยังไม่ได้ไปถึงเมืองลี้เลย...

แต่โทร.ติดต่อกับอาจารย์ผู้ที่รับฝากไป ท่านบอกว่า ได้น้ำผึ้งประมาณ 8 กระป๋อง

กระป๋องละ 20 ลิตร = 30 กิโลกรัม x 8 = 240 กิโลกรัม !!!!!!!

โอ้ว....แล้วนี่ของอาจารย์ผม 800 ลัง จะได้น้ำผึ้งเท่าไร.....

  บัดนี้.....มีผู้สนใจสอบถามเข้ามาว่า จะเลี้ยงผึ้งควรเริ่มต้นอย่้างไรดี

ตอบครับ... ผู้สนใจเลี้ยงผึ้ง

อันดับแรก ควรเอาตัวไปศึกษาอบรมวิธีการเลี้ยงผึ้งเบื้องต้นที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร(ผึ้ง)ซึ่งมี 5 แห่ง ที่ เชียงใหม่ พิษณุโลก จันทบุรี ขอนแก่น ชุมพรครับ

อันดับ 2 ควรลงทุนเลี้ยงผึ้งในปีแรกประมาณ 10 - 20 ลังครับโดยต้องเอาผึ้งของเราไปตั้งเลี้ยง

ในสถานที่ใกล้ๆกับฟาร์มผึ้งที่มีขนาดใหญ่นะครับ ถ้าไปอยู่เดี่ยวๆผึ้งอาจหายหมดนะครับ

เหตุผลครับ การเลี้ยงในปีแรกจะยังไม่มีกำไร เพราะต้องลงทุนกล่อง(ลัง)  แผ่นเฟรม(รวงเทียม)

คอน(ยึดเฟรม)ลังละ 10 คอน อาหารผึ้ง และอุปกรณ์อื่นๆเช่น กาทำควัน(สโมกเกอร์) ฯลฯ

ตกแล้วลังละ2000ถึง3000บาทต่อปี ครับ ส่วนการเอาผึ้งไปอยู่ใกล้ฟาร์มใหญ่กว่านั้นเพื่อเป็น

ภูมิคุ้มกันพวกนกกินผึ้ง + รู้จักอยู่ใกล้แหล่งอาหารธรรมชาติ(ฟาร์มใหญ่เขาชำนาญกว่าเรา)+

นางพญาผึ้งขึ้นผสมหรือหนีจากลังจะไม่หายไปหมดเพราะมีผึ้งผู้(จากฟาร์มคนอื่น)มาช่วยผสม..อิ...อิ

อันดับ 3   เตรียมผึ้งให้แข็งทุกเวลา เพื่อต่อสู้กับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น มดมากวน ตัวต่อมากวน

นกมากวน แม้แต่ไวรัส(ดันมาปีนี้ปีแรก...ไม่เคยรู้มาก่อนเลย...) ผึ้งแข็งขึ้นฝาลังถึงขยายลังนะ

อย่าทำอย่างผม อยากมีลังมากๆก็ขยาย 3 คอนก็มี ผึ้งไม่แข็งก็หนีละทีนี้....

อันดับ 4 ประสานงานกลุ่มสมาคมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล แล้วไปเก็บน้ำหวาน

ให้ทันฤดูกาล เช่นเดือนกุมภาพันธ์ กลางเดือน ดอกลำไยบานที่ภาคเหนือ ต้องรีบไปเก็บน้ำหวาน

ขอสรุปตามประสาคนไม่มีประสบการณ์ไว้เท่านี้ ให้คนที่สนใจมือใหม่พิจารณาลงมือทำตามได้สะดวก

ผมเองกะว่าจะเลี้ยงผึ้งต่อไป เขาบอกว่าปีแรกเป็นประสบการณ์ ปีที่ 5 จะเห็นว่าเรามีพร้อมทุกอย่างครับ

...............................