เพิ่งดูหนังเรื่อง the Vantage Point มาสดๆ ครับ

หนังเรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ทั้งบวกและลบ เนื้อเรื่องนำเสนอมุมมอง 8 มุมสำหรับเหตุการณ์ความพยายามในการลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐในสเปน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 23 นาที ย้อนไปย้อนมาให้เห็นมุมมองของคน 8 คนที่มีบทบาท หน้าที่ และวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน

ในแต่ละมุมมอง ผู้ที่มองอยู่นั้น รู้สึกว่าเหตุการณ์ช่างจริงและมีเหตุผลในตัวของมันเองเสียเหลือเกิน แต่เมื่อนำข้อมูลอื่นๆมาประมวลด้วยแล้ว กลับเป็นความโง่งมที่หลงใน "ความจริง" และ "ความน่าเชื่อถือ" แบบนั้น (คิดไปเองว่าใช่)

คำว่า Vantage Point เป็นคำนาม หมายถึงที่มั่น หรือมุมมองที่ได้เปรียบ บ่อยมากที่จะเป็นภาพมุมสูงที่มองเห็นเรื่องราวทั้งหมดได้พร้อมกัน เปรียบเสมือนกับมุมมองของการบริหารจัดการเช่นกัน

คนทำงานหาข้อมูลสร้างสรรค์งานแทบตาย กว่าจะได้งานออกมา เขารู้สึกว่ามันจริงจังที่สุดแล้วเพราะกลั่นออกมาจากสมอง+ทำมากับมือ ถ้ามีการปฏิเสธหรือเลือกข้อเสนออื่นโดยไม่มีการชี้แจงจนเข้าใจ บ่อยๆเข้า องค์กรก็จะไม่มีความคิดใหม่ๆ เพราะว่าเสนอมากี่ครั้งก็ไม่ผ่าน แถมไม่รู้ด้วยว่าทำไมจึงไม่ผ่าน จึงไม่สามารถปรับปรุงได้ ไม่มีการเรียนรู้

ในทำนองกลับกัน ภาพมหภาคแม้เห็นในมุมกว้าง แต่ก็มักจะขาดรายละเอียด การตัดสินใจไปโดยความรู้สึกและอารมณ์ ไม่แสวงหาความจริง หรือไม่ตรวจสอบ จึงเป็นเรื่องที่อาจจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อองค์กรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ไม่ควรจะมีการมอบหมายให้ใครทำอะไรโดยไม่ให้อำนาจไปด้วย แต่ในกระบวนการจัดการที่ดี จะต้องมีการตรวจสอบ ไม่มีใครสามารถอยู่หรือทำงานได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่มีใครอีกเช่นกันที่จะอยู่อย่างมีความสุขโดยที่เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก แต่ว่าความไว้วางใจนั้น กลับไม่ใช่การเชื่อถือโดยไม่มีเงื่อนไข (ซึ่งเรียกว่าอคติ) อะไรใช่ อะไรไม่ใช่ ต้องตัดสินหลังจากที่ได้พิจารณาแล้ว -- ไม่ใช่ตัดสินไว้ก่อน

มีกับดักอีกอันหนึ่งซึ่งผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงจะหลงกันมาก คือการหลงในความสำเร็จที่ผ่านมา มักจะตัดสินใจทำตามวิธีซึ่งเคยใช้ได้มาแล้วในอดีต ข้อเท็จจริงก็คือเหตุการณ์ในอดีตกับเรื่องที่ท่านกำลังจะตัดสินใจ เป็นคนละเหตุการณ์กัน มีบริบทที่ต่างกัน มีองค์ประกอบที่ต่างกัน -- การทำแบบที่เคยทำสำเร็จมาในอดีต ไม่ได้รับประกันว่าเรื่องที่ท่านกำลังจะตัดสินใจจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

ยิ่งกว่านั้น การตัดสินใจไม่จำเป็นต้องเป็นการเลือก ท่านผู้บริหารควรตระหนักว่าท่านไม่ได้กำลังทำข้อสอบปรนัย และไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่ดีอยู่ในบรรดาทางเลือกที่เห็นอยู่ข้างหน้า คำตอบที่ดี อาจจะต้องคิดขึ้นมาใหม่ หรือเอาทางเลือกต่างๆ มาปรับปรุง/ผสมปนเปกัน

คำถามต่อมาก็คือคนที่ท่านคิดว่าดีนั้น ดีจริงหรือไม่ ส่วนคนที่ท่านคิดว่าไม่ดีนั้น เป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่าครับ