ขั้นตอนการทำวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา

ห่างหายไปจากบล็อกร่วมเดือน...คิดถึงจัง...วันนี้ขอมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ...ซึ่งค่อนข้างวิตกกังวลอันเนื่องมาจากได้ข้อมูลจากหลายแหล่งโดยเฉพาะใน internet บางคนสัมภาษณ์ที่สถานกงสุลไม่ผ่านต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมฟรี ๆไปร่วมห้าพันบาท

กรุ๊ปของผู้เขียนที่จะไป summer ที่ oklahoma state university มีกัน 6 คนมีอาจารย์ผู้ควบคุมอีก 1 คนรวมเป็น 7 คน ซึ่งจะเดินทางในวันที่ 10 พ.ค. นี้การทำวีซ่าต้องไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเข้าประเทศ หลังจากที่พวกเราได้รับหนังสือตอบรับและ certificate j-1 จากทาง osu ก็เป็นขั้นตอนที่พวกเราต้องขอวีซ่าเพื่อเข้า usa

 ตอนแรกตกลงกันจะซื้อพินที่ไปรษณีย์แม่ปิงแล้วนัดกันมาคีย์ข้อมูลเพื่อนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานกงสุลอเมริกาพร้อมกัน...แต่พอดูเวลาของแต่ละคนแล้วหาเวลาตรงกันค่อนข้างยากเลยใช้บริการของบริษัทเอกชนข้างๆกงสุลดำเนินการให้ตั้งแต่การซื้อพิน  การถ่ายรูปเพื่อขอวีซ่า(ต้องให้เห็นหู) การจองวันสัมภาษณ์ การกรอกและจัดเตรียมข้อมูลตามแบบ sevis I-901 Fee,DS-156,DS-157,DS-158 โดยให้ทางบริษัทติดต่อทุกคนเองและกล่มพวกเราคีย์พินจองวันที่ 3 มี.ค.ได้วันนัดสัมภาษณ์วันที่ 26 มี.ค. ซึ่งสถานกงสุลจะมีวันสัมภาษณ์เพียงวันจันทร์และวันพุธเท่านั้นส่วนใหญ่จะเต็มด้วย

ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมในวันสัมภาษณ์ต้องเป็นเอกสารตัวจริงเท่านั้น passport ทุกเล่ม,บัตรประจำตัว บัตรข้าราชการและบัตรนักศึกษา หนังสือรับรองเงินเดือนหรือการเป็นข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีเงินฝากหรือการรับรองstatement หนังสือการอนุญาตการลา หลังสือตอบรับจาก osu , J-1 แบบ I-901,DS 2019,DS-156,DS-157,DS-158 หากใครมีคู่สมรสต้องเตรียมข้อมูลเอกสารที่เป็นฉบับจริงด้วหนาปึกเลย

วันนัดหมายกลุ่มพวกเรา 6 คนเตรียมความพร้อมตรวจสอบเอกสารทุกอย่างในบริษัทได้เวลานัดที่สถานกงสุลเวลา 10.00 น.ตอนช่วงเตรียมเอกสารที่บริษัทวุ่นวายมาก...บางคนก็รูปไม่ผ่านต้องให้ร้านถ่ายใหม่ บางคนก็เอกสารไม่ครบ...กลุ่มเราแบ่งกันมารับบัตรคิวตรงหน้าสถานกงสุลก่อน 3 คน เอาเอกสารเฉพาะใบนัดและพาสปอร์ตยื่นเพื่อรับบัตรคิวดิฉันได้หมายเลข 26 เดินเข้าไปเค้าให้เอาเอกสารใส่ในตระกร้าและเราต้องเดินผ่านเครื่อง scan ต้องเอามือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆเก็บไว้ข้างนอก

เข้าไปเจอคนเข้าแถวยาวเพื่อตรวจเอกสารมีคนตรวจเพียงคนเดียว คล่องแคล่วมากบอกเราว่าต้องการเอกสารอะไรบ้างให้เราหยิบให้เห็นน้องคนนี้แล้วเหนื่อยแทนต้องวิ่งไปวิ่งมาพอตรวจของแต่ละคนเสร็จต้องรีบเอาเอกสารไปไว้ในช่องข้างในห้อง...หากของใครมีปัญหาต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลใหม่ในห้องเค้าจะมีเครื่องสำหรับเช็คได้หากมาช้าหรือไม่ครบต้องเลื่อนให้คนต่อไปแล้วต้องไปต่อท้ายแถวใหม่...แล้วเข้าไปรอสัมภาษณ์ในห้องซึ่งจะมี 3 ช่อง ช่องที่ 1 เป็นการเรียกเพื่อเอาเอกสารเพิ่มเติมส่วนช่องที่ 2,3 เป็นการสัมภาษณ์

เท่าที่สังเกตช่องที่ 2 เป็นคนไทยแต่สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนดิฉันเจอช่องที่ 3 เป็นฝรั่งแต่พูดไทยไม่ค่อยชัด..ดให้เราสแกนนิ้ว 4 นิ้วทั้งซ้ายและขวา และนิ้วหัวแม่โป้ง 2 ข้างสแกนพร้อมกันถามว่า...ไปทำอะไร  เมื่อไหร่  ด้วยทุนอะไร ที่ไหน  มีหนังสือจาก มช ไหม อะไรทำนองนี้แล้วบอกว่าจะส่งเอกสารไปให้ทางไปรษณีย์ ใช้เวลาทั้งหมดที่สถานกงสุลประมาณ 1 ชั่วโมง

สัมภาษณ์วันที่ 26 มี.ค. พอเย็นวันที่ 28 มี.ค.กลับมาจากที่ทำงานเห็นซองสีเหลืองจากสถานกงสุล...เปิดดูได้แล้วค่ะวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา Apply  ได้  2 ปีค่ะ

สรุปค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าของแต่ละคน ค่าพินและซอง 500 , ค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,454 ,ค่ารูดบัตร J-1 คนละ 100 $ ประมาณ 3,140 ,ค่าถ่ายรูป แบบฟอร์มและการบริการของร้าน 1,000 บาท รวมทั้งสิ้นคนละ 9,094  บาท

...คุณ คุณ เห็นด้วยไหมคะว่า...ทำวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา...ไม่ยากอย่างที่คิด ?