ครอบครัวผมกำลังจะเริ่มทานอาหารค่ำครับ (เกือบๆ สองทุ่ม) ตูมครับ ดังมาก คิดเบื้องต้น ไม่ใช่หม้อแปลงระเบิดแน่ ผมหันมองลูกๆ ครับ ดีที่ทั้งสองคนยังไม่รู้เรื่องอะไร ภรรยาวิ่งเข้ามาถามผมว่า เกิดอะไร? ผมก็ตอบไปว่า น่าจะระเบิดหน้าปากซอยบ้านเรา (ข้อสันนิฐานครับ) เหตุการณ์ต่อจากนั้นไม่นานคือ เสียงปืนดังติดต่อกัน ผมและภรรยาจับหน้าต่างกันคนละบานครับ เพื่อดูเหตุการณ์หน้าปากซอย บ้านผมอยู่ในซอยครับ ประมาณ 70 เมตร แต่ผมพอจะมองเห็นปากซอยได้เนื่องจากบ้านผมยกสูงพอสมควร แต่ผมไม่ได้ข้อมูลมากนักครับ เพราะมืดมาก เวลาที่เกิดเหตุคือเวลาที่พอดีกับการละหมาดอีซาที่มัสยิดเสร็จครับ แต่สองสามสัปดาห์นี้ผมไม่ได้ไปละหมาดอีซาที่มัสยิดครับ (หลายเหตุผลครับ เหลือแต่ละหมาดมัฆริบเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เป็นประจำเหมือนก่อนครับ)
หลังเหตุการณ์สงบ (โดยการคาดเดาครับ) ผมโทรหาอาจารย์ปิติ ด้วยความเป็นห่วงครับ ไม่ให้ห่วงได้งัยครับ บ้านอาจารย์ปิติน่าจะอยู่ใกล้เหตุการณ์มากกว่าผม แถมการลาออกจากราชการแล้วมาเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยของอ.ปิติ ผมก็เป็นคนชวนมา แถมรับรองกับพ่อแม่อาจารย์เขาไว้อย่างดิบดี ผมถือว่า อ.ปิติเป็นเหมือนน้องผมนั่นแหละครับ ได้คุยกันเลยรู้ว่า อยู่ที่มัสยิดกำลังละหมาดกันอยู่ และคิดว่าวันนี้อีหมามนำละหมาดอีซาได้เร็วมากครับ และได้รู้อีกว่า เสียงปืนนั้นเป็นของตำรวจครับ ยิงขู่เพื่อป้องกันการซ้ำของคนร้าย แต่อาจารย์ปิติ ไม่แน่ใจว่าระเบิดที่ปากซอยบ้านผมหรือที่อู่ใกล้โรงพัก แต่ผมมั่นใจว่า ปากซอยแน่ ผมรับรู้ได้ว่าใกล้มาก
สักครู่ต่อมา ผมก็ได้รับอีกสายหนึ่งจากว่าที่เพื่อนบ้านผม (บ้านกำลังสร้างอยู่ไม่ไกลกันมาก) ถามข่าวและถามถึงบ้านหน้าปากซอย ซึ่งเป็นบ้านของพี่ชายของเธอ แต่ผมต้องบอกไปว่า ผมไม่รู้เหตุการณ์มากนักเพราะไม่กล้าออกไปดู ส่วนเธอนั่นโทรไปที่บ้านพี่แล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย ผมไม่กล้าเล่าให้เธอเป็นห่วงมากกว่านี้ครับว่า อ.ปิติบอกว่า บ้านข้างหน้าประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นกระจกแตกหมดครับ แต่คนข้างในไม่ทราบเป็นอะไรเหมือนกัน
ผมเริ่มมั่นใจในสัญชาตญาณของผมมากขึ้นจากเหตุการณ์นี้ครับ ตอนเที่ยงวันนี้ ผมขับรถเข้าบ้าน ผมเกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นปากซอย เหมือนไม่เป็นปกติ แต่คิดไปว่า คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์มั๊ง คำถามที่เกิดขึ้นตอนนั้นมาพร้อมกับความรู้สึกเสียวๆ ครับ และคิดว่าคงเป็นเพราะเราระแวงไปเอง อันเนื่องจากวันนี้ อาของผม (ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า น้องชายของพ่อครับ) แวะมาเยี่ยมที่บ้าน ท่านตั้งใจจะมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ประชุมเสร็จเย็น เลยมาตอนเช้าวันนี้แทน แต่ก็ไม่เจอผมครับ เจอแต่ภรรยากับลูก เนื่องจากผมไปสอน แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะท่านบอกว่าคิดถึงอิลฮามกับเตาฟิกมากกว่า ฮิฮิ ไม่ได้เจอกันนานมากครับ เหตุผลเพราะท่านย้ายไปเป็นนายอำเภอเบตง เลยเหมือนจะไกลมาก
นึกถึงอาแล้วทำให้เห็นใจผู้หลักผู้ใหญ่ในสามจังหวัดครับ อยู่คนเดียวไปไหนคนเดียวไม่ได้ครับ อันตราย เป็นเป้าได้ง่ายๆ อย่างอาผมนี้ อส.สองคนติดตามตลอดครับ (ไม่ใช่เพื่อความเท่หรอกครับ) สมัยอยู่อ.ยะหริ่ง มากกว่านี้อีกครับ แถมท่านมักจะชวนนักการเมืองท้องถิ่นไปด้วย จนคนหลายคนในพื้นที่ไม่พอใจเท่าไร แต่อาตอบผมว่า อย่างนี้ปลอดภัยกว่า เพราะจะได้ตายด้วยกัน ฮาฮาฮา
นี้แหละครับเหตุการณ์สดๆ ร้อน ของคืนนี้ ขอทุกท่านปลอดภัยครับ
โอย.. เหตุการณ์ใกล้ตัวเหลือเกินครับ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์1. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์
ปีที่แล้วผมฟังเรื่องเล่าของพี่สาวผมซึ่งอยู่ที่อ.บันนังสตา อันนั้นเหตุเกิดประตูบ้านเลยครับ หน่วยไล่ล่าของทหารบุกเข้าไปค้นในบ้านครับ ฟังแล้วยังตืนเต้นไปด้วย เปรียบเทียบกับเหตุการณ์คืนนี้ผมว่า ผมยังดีกว่าพี่สาวผมครับ
ครบรอบ The Peace Symbol's 50th Anniversary ค่ะ
ขอให้ปลอดภัยค่ะ เป็นกำลังใจให้คนสามจังหวัดชายแดนค่ะ
ขอบคุณครับ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
ขอให้การใช้ชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัยเป็นสิทธิและเกิดขึ้นสำหรับทุกคนครับ
ขอให้ความสงบสุขเกิดขึ้นที่ทุกทีของโลกใบนี้ครับ
เหตุการณ์เหล่านี้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ขอให้สงบเสียที ขอสันติสุขคืนมาเร็วๆ
ขอบคูณมากครับ
ขอบคุณครับ เกษตรยะลา
ผมว่าเป็นความปราถนาร่วมกันในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นครับ
ผมเพิ่งตอบคำถามที่บ้านไปเมื่อกี้(กรุงเทพ)ว่าที่ ม.อ.ย.ของเราปลอดภัยไม่ต้องห่วงแต่พอฟังจากอาจารย์แล้วมันใกล้เหลือเกิน ขอให้อัลลอฮคุ้มครองทุกคนครับ ขออัลลอฮฺคุ้มครองอาจารย์และครอบครัวด้วยครับ
ถ้าใครถามว่า ที่ มอย.ปลอดภัยมัย ผมก็ตอบเหมือนอาจารย์7. เสียงเล็กๆ ครับ ยังปลอดภัยเหมือนๆ กับทุกๆ ที่นั่นแหละ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีความเสี่ยงได้ทุกที่
ขอบคุณครับอาจารย์7. เสียงเล็กๆ