เดิน : วิถีแห่งสติ

   

เดิน  เดิน  เดิน  เรามาเดินกันเถอะ

             ผมเคยอ่าน เดิน : วิถีแห่งมีสติ ของ ติช นัท ฮันห์ แปลโดย รสนา โตสิตระกูล ส.ว.คนปัจจุบัน ครับ เป็นเรื่องราวที่อยากให้ร่วมสมัยกลับมาใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในชีวิต สามัญธรรมดาที่เราต้องเรียนรู้อย่าไปมองข้าม เพียงแค่การเดิน ย่อมนำทางวิถีไปสู่หนทางที่เรียบง่ายอย่างรู้เท่านทัน มีสติ ครับ 

             แล้วหากเป็นทางวิทยาศาสตร์การกีฬา หละครับ เขามีมุมมองอย่างๆไรบ้างครับ  
             ถึงแม้ว่า
ารออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  สังเกตได้จากการมีสถานบริการออกกำลังกายเปิดตัวขึ้นมากมาย  ซึ่งสถานบริการเหล่านั้นบางแห่งต้องสมัครสมาชิก  บางแห่งคิดค่าใช้บริการเป็นครั้ง ๆ ไป  สำหรับในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน  ผมมีทางเลือกอีกทางหนึ่งนำเสนอผู้อ่านให้มาออกกำลังกันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพง ๆ  การออกกำลังกายที่ว่านี้คือ  การเดิน นั่นเองครับ

           จากผลวิจัยการเดินนั้นจะสามารถลดความเครียด  เพิ่มความกระชับกล้ามเนื้อ  มีผลดีต่อระบบหัวใจ  หลอดเลือด  ระดับคลอเลสเตอ
รอล  การเดินอย่าง 
กระฉับกระเฉง   30 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานถึง 160 แคลลอรี่ และไม่ทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป

   การเดินที่ถูกต้องนั้นควรแบ่งเป็น  3  ช่วง  โดยช่วงแรกเริ่มเดินช้า    ประมาณ  5  นาที  จากนั้นช่วงที่  2  จะเดินให้เร็วขึ้น  และช่วงที่  3  ช่วงสุดท้ายจะเป็นการเดินช้า  เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพได้ทัน

  ดร.เควิน  แคลนเนอร์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ  ที่สถาบันโรยัล  ฮัลแลมเชียร์  กล่าวไว้ว่า  ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย  คุณก็จะเสี่ยงกับปัญหาหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนที่บริหารร่างกาย  แต่ถ้าคุณหมกมุ่นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย  และวิ่งวันละ  15  ไมล์  ทุกวันล่ะก็  คุณก็จะเสี่ยงกับโรคหัวใจเหมือนกัน  ดังนั้นการเดินออกกำลังกายนั้นควรเดินอย่างน้อยวันละ  30  นาที  อย่างน้อย  3-5  ครั้งต่อสัปดาห์  ก็จะช่วยให้เราสุขภาพดี  หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะมีสุขภาพที่ดี  เดินกันรวดเร็วคล่องแคล่ว  ไปเรียนหรือทำงานทันเวลากันทุกคนนะครับ

   ดังนั้น  การเดิน จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ไปด้วยในตัว ครับ ไม่เชื่อก็ต้องลองดู ครับ