เมีย..สั่ง..มา..ว่า..ให้ช่วยเผยแพร่
ภรรยาของผมชื่อครูอ้อย(ชื่อโหล มาก..อุ๊ย..ขอ..อภัยครูอ้อย สิริพร ด้วย) ชื่อจริงชื่อนางลักขณา ใจเที่ยงกุล ตอนนี้ได้ทำผลงานเพื่อส่งเข้ารับการประเมิน เป็นครูชำนาญการพิเศษเสร็จแล้ว ผลงานชื่อ
การพัฒนาแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
ครูอ้อย ได้เผยแพร่นวัตกรรมไปแล้วในหมู่ครู R.T.C. ภาษาไทย และเพื่อนครูในศูนย์เครือข่าย คราวนี้อยากขอเผยแพร่ให้พี่น้องชาว gotoknow ได้ชมได้แสดงความคิดเห็น
ในนามของสามีผู้ซื่อสัตย์ ผมจึงรับงานมาช่วยอีกแรง จึงขอเชิญ ขอชวน ขอวอน เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ช่วยมาแสดงความคิดเห็นกันหน่อย เพื่อให้ผมทำหน้าที่สามีบรรลุผลไปอีกเรื่อง
ผมขอยกบทที่ ๕ ของครูอ้อยมาลงทั้งบทเลยนะครับ เผื่อครูท่านอื่นจะได้แนวทางบ้าง แล้วอย่าลืมแสดงความคิดนะครับแล้วก็แวะไปเยี่ยมที่ blog ของครูลักขณา ใจเที่ยงกุลบ้างนะครับ
เชิญชมผลงานครับ
บทที่ ๕
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจัย เรื่องการพัฒนาแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เป็นการวิจัยในชั้นเรียน มีประเด็นสำคัญดังนี้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐
๒. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ในเรื่องพยัญชนะไทย ตัวสะกด ไตรยางศ์ ตัวการันต์คำควบกล้ำ คำคล้องจอง ก่อนและหลังการเรียนโดยแบบฝึกเอกสาร เรื่องสระในภาษาไทย อักษรนำ คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา ก่อนและหลังการเรียนโดยแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์
๓. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
สมมุติฐานการวิจัย
๑. แบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐
๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ในเรื่องพยัญชนะไทย ตัวสะกด ไตรยางศ์ ตัวการันต์คำควบกล้ำ คำคล้องจอง ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเอกสาร เรื่องสระในภาษาไทย อักษรนำ คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
๓. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ได้รับการพัฒนาโดยแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในระดับมากขึ้นไป
๙๙
๑๐๐
แบบแผนการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ กลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรียน (One group , Pretest – Posttest design)
กลุ่มประชากร
กลุ่มประชากรเป้าหมายที่เป็นหน่วยวิเคราะห์ คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐ ทั้งโรงเรียนของโรงเรียนบ้านบัวขาว ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุพรรณบุรีเขต ๒ ซึ่งเป็นนักเรียนที่ผู้วิจัยสอนประจำชั้นมีอยู่ทั้งสิ้น จำนวน ๗ คน(จากจำนวนเต็ม ๘ คน เพราะเป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ ๑ คน)นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ทั้งหมดนี้นั่งเรียนร่วมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อีก ๑๐ คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
๑. แบบฝึกเอกสารหลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ในเรื่องพยัญชนะไทย(ตั้งชื่อแบบฝึกว่าเรียนรู้พยัญชนะไทย) ตัวสะกด (ตั้งชื่อแบบฝึกว่าสนุกกับตัวสะกด)ไตรยางศ์ ตัวการันต์คำควบกล้ำ คำคล้องจอง รวม ๖ ชุด ทุกชุดจะมีแบบทดสอบประเมินตนเอง ก่อนเรียนหลังเรียนชุดละ ๑๐ ข้อ
๒. แบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์หลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เรื่องสระในภาษาไทย(ตั้งชื่อแบบฝึกว่าเรียนรู้สระไทย) อักษรนำ คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา รวม ๕ ชุด ในแบบฝึกเรื่องเรียนรู้สระไทย อักษรนำ และคำนาม มีแบบทดสอบประเมินตนเอง ก่อนเรียนหลังเรียนชุดละ ๑๐ ข้อ เรื่องคำสรรพนามและกริยา ชุดละ ๕ ข้อ
๓. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียนเรื่องพยัญชนะไทย ตัวสะกด ไตรยางศ์ ตัวการันต์คำควบกล้ำ คำคล้องจอง ตามจุดประสงค์ในแบบฝึกเอกสารทั้ง ๖ ชุด เป็นข้อสอบปรนัยชนิดเลือกตอบมี ๓ ตัวเลือก จำนวน ๓๐ ข้อมีค่าความยากง่าย(p) อยู่ระหว่าง ๐.๗๕-๐.๘๐ มีค่าอำนาจจำแนก(r) ตั้งแต่ ๐.๒๐ -๐.๖๐ และมีค่าความเชื่อมั่น ๐.๗๖
๔. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียนเรื่อง เรื่องสระในภาษาไทย อักษรนำ คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา ตามจุดประสงค์ในแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๕ ชุด เป็นข้อสอบปรนัยชนิดเลือกตอบมี ๓ ตัวเลือก จำนวน ๓๐ ข้อมีค่าความยากง่าย(p) อยู่ระหว่าง ๐.๗๕ – ๐.๘๐ มีค่าอำนาจจำแนก(r) ตั้งแต่ ๐.๒๐- ๐.๘๐ และมีค่าความเชื่อมั่น๐.๗๖
๑๐๑
๕. แบบสำรวจความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่เรียนโดยแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์หลักเกณฑ์ทางภาษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีคำถาม ประเภทแบบฝึกละ ๑๐ คำถาม ระดับความพึงพอใจ ๕ ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด
การดำเนินการทดลอง
ผู้วิจัยดำเนินการทดลองด้วยตนเอง ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐ ใช้เวลาในการฝึกสำหรับแบบฝึกที่เป็นเอกสาร แบบฝึกละ ๒ ชั่วโมง สำหรับแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์แบบฝึกละ ๑ ชั่วโมง โดยดำเนินการดังนี้
๑. ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลักเกณฑ์ทางภาษาทั้ง ๖ เรื่องคือ เรื่องพยัญชนะไทย(ตั้งชื่อชุดแบบฝึกว่าเรียนรู้พยัญชนะไทย) ตัวสะกด (ตั้งชื่อชุดแบบฝึกว่าสนุกกับตัวสะกด)ไตรยางศ์ ตัวการันต์คำควบกล้ำ คำคล้องจอง จำนวน ๓๐ ข้อตามจุดประสงค์และเนื้อหาในแบบฝึกเอกสารทั้ง ๖ ชุด แล้วให้นักเรียนทำแบบฝึกแต่ละชุด เริ่มจาก เรียนรู้พยัญชนะไทย ตัวสะกด ไตรยางศ์ ตัวการันต์ คำควบกล้ำ คำคล้องจอง เมื่อครบแล้ว จึงทดสอบหลังเรียนด้วยข้อสอบชุดเดียวกับการทดสอบก่อนเรียนใช้เวลาในการสอบ ๖๐ ครั้งละนาที
๒. ให้นักเรียนทำแบบสำรวจความพึงพอใจหลังจากการเรียนโดยแบบฝึกเอกสารทั้ง ๖ ชุด
๓. ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลักเกณฑ์ทางภาษาทั้ง ๕ เรื่องคือ เรื่องสระในภาษาไทย(ตั้งชื่อแบบฝึกว่าเรียนรู้สระไทย) อักษรนำ คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา จำนวน ๓๐ ข้อตามจุดประสงค์และเนื้อหาในแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๕ ชุด แล้วให้นักเรียนทำแบบฝึกแต่ละชุดเริ่มจาก เรียนรู้สระไทย อักษรนำ คำนาม คำสรรพนามและคำกริยา เมื่อครบแล้วจึงทดสอบหลังเรียนด้วยข้อสอบชุดเดียวกับการทดสอบก่อนเรียน ใช้เวลาในการสอบครั้งละ ๖๐ นาที
๔. ให้นักเรียนทำแบบสำรวจความพึงพอใจหลังจากการเรียนโดยแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๕ ชุด
๕. การวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบสมมุติฐานดังนี้
๕.๑ นำผลการใช้แบบฝึกทั้ง ๒ ประเภท มาคำนวณหาประสิทธิภาพของแบบฝึกตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐
๕.๒. วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทั้ง ๒ ประเภท โดยใช้ ค่าเฉลี่ย X ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ นำคะแนนมาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการทดสอบ t-test
๑๐๓
๕.๓. วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ ค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
สรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัยมีดังนี้
๑. ประสิทธิภาพของแบบฝึกเอกสาร หลักเกณฑ์ทางภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
E1 / E2 = ๘๖.๙๐ / ๘๔.๗๖ สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้ง
๒. ประสิทธิภาพของแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษา ชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๒ E1 / E2 = ๘๖.๔๓ / ๘๕.๒๔ สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้ง
๓. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกเอกสาร หลักเกณฑ์ทางภาษาไทย ชั้นประถมปีที่ ๒ สูงกว่าก่อนเรียน โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑
๔. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษาไทย ชั้นประถมปีที่ ๒ สูงกว่าก่อนเรียน โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑
๕. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกเอกสาร หลักเกณฑ์ทางภาษาไทย ในภาพรวม ในลำดับความพึงพอใจมากที่สุด( X = ๔.๗๒ , S.D. = ๐.๔๙ )
๖. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษาไทย ในภาพรวม ในลำดับความพึงพอใจมากที่สุด
( X = ๔.๗๔ , S.D. = ๐.๔๘ )
อภิปรายผล
การวิจัยการพัฒนาแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เป็นการวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งเป็นการวิจัยจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนในชั้นเรียน เกี่ยวกับการเรียนการสอน เป็นการวิจัยเพื่อนำผลวิจัยไปพัฒนาการเรียนการสอนและเป็นการวิจัยควบคู่กับการเรียนการสอนคือสอนไปวิจัยไปแล้วนำผลการวิจัยไปใช้แก้ปัญหาในชั้นเรียนและทำการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ผู้อื่น ( กาญจนา วัฒายุ ๒๕๔๔ : ๒๓ ) การวิจัยในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะผู้วิจัยมีปัญหาในการสอนหลักเกณฑ์ทางภาษาแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านบัวขาว ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นชั้นเรียนที่ผู้วิจัยรับผิดชอบสอนอยู่ จากการวัดผลในระหว่างเรียนหลักเกณฑ์ทางภาษาหลายเรื่องตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านบัวขาว
ผมคัดลอกได้แค่นี้..คงต้องดูต่อที่ ลักขณา ใจเที่ยงกุล
เมีย..สั่ง..มา..ว่า..ให้ช่วยเผยแพร่
555...555 เอิ๊ก..
เอาใจช่วยให้ครูพี่อ้อยประสบความสำเร็จนะคะ ^_^
ใจสั่งมาค่ะ....
ขอบใจครูตุ๊กแก..อย่างน้อยก็มีคนให้กำลังใจครูอ้อยแล้ว
สวัสดีเจ้าค่ะ ครูพิสูจน์
เที่ยวสนุกหรือเปล่า ของฝากอ่ะซื้อติดไม้ติดมือมาหรือเปล่าเจ้าค่ะ 5555++ ก๊ากๆๆๆ ฝากบอกครูอ้อยด้วย น้องจิเป็นกำลังใจให้ (ได้ดีแล้วอย่าลืมน้องจินะเจ้าค่ะ) 555++
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---> น้องจิ ^_^
ขอบใจแทนครูอ้อยด้วย..จ้ะ..น้องจิ
สวัสดีเจ้าค่ะ ครูพิสูจน์
หนูมีอะไรมาให้ดูด้วย 2 บันทึก
วันที่ 5 เจอกันเด้อคุณครู ----> น้องจิ ^_^
ชาวโรงเรียนอุตรดิตถ์เข้ามารับการเผยแพร่ทางวิชาการเรียบร้อยแล้ว ผลงานน่าจะเป็นครูเชี่ยวชาญเลยมีอ้างวิจัยด้วย ขอขอบคุณทั้งครอบครัวเลยนะครับครูพิสูจน์
ช่วงนี้ห่างๆสังคม G2Kไปหน่อย เพราะภารกิจรัดตัวและเร่งรีบหลายภารกิจ และตอนนี้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้านจำเป็นต้องขัดข้อง (เทศกาลฝากเด็ก)
น้องจิ...จงรักษา..สิ่งดีๆ.ในตัวหนู...ไว้...หนู..เริ่มเป็นคนที่สังคมจับตามอง
นับวัน..จะขาดอิสระมากขึ้น..คือทำอะไรก็ต้อง..ระวัง..เพราะหนูกำลังจะต้องเป็นแบบอย่างแก่เยาวชน...แต่ครูเชื่อว่าลูกสาวของครู..ทำได้..ที่พูดไม่ใช่ให้เปลี่ยนบุคลิก..เคยเป็นอย่างไร...ก็เป็นอย่างนั้น..ดีแล้ว...แต่คำว่าแบบอย่าง..ทำให้ต้องพิถีพิถัน...เช่นการเขียนสะกดการันต์..อยากให้น้องจิมีพจนานุกรมไว้ใกล้ๆตัวเพราะต่อไปเราต้องเรียน อักษรศาสตร์...แล้วครูจะซื้อมาฝากก็แล้วกัน
ขอบคุณรองโต..มาก..ผมเองก็กำลังมีภารกิจ
ตั้งใจว่าจะฝาก..เด็กเข้าโรงเรียนอุตรดิตถ์ สักคน..แหมรองโต..ก็ปิดโทรศัพท์เสียแล้ว
เรื่องนี้แสดงว่า โรงเรียนอุตรดิตถ์เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ เพราะมีผู้บริหารที่มีคุณภาพ
เข้ามาแอบชื่นชม และอ่านอย่างตั้งใจ เพราะครู ป.1 กำลังปรับปรุงผลงานอยู่ค่ะ
ขอบคุณนะที่โดนเมียสั่ง
ขอบคุณ ครูป.๑ ขอให้โชคดีนะครับ
ขอบคุณ ครูไทย มีสุภาษิตว่า...บุคคลใดเชื่อฟังเมียที่ดี...บุคคลนั้น..จะเจริญครับ
มาช่วยเชียร์และเป็นกำลังใจให้นะคะ
การพัฒนาแบบฝึกเอกสารและแบบฝึกอิเล็กทรอนิกส์ หลักเกณฑ์ทางภาษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒