คนใกล้ชิดและอาคันตุกะ
ตอนหลังๆนี่ เคยสังเกตไหมครับ ว่าตกลงวลีเตือนใจ มันควรจะเป็น "พึงดูแลอาคันตุกะดั่งญาติ" หรือว่า "พึงดูแลคนใกล้ชิด ดุจดั่งอาคันตุกะ" ถึงจะเหมาะสม
บางคนอาจจะรำพึง "อารายกันฟะ?... ก็ต้องดูแลอาคันตุกะ ดั่งญาติสิ ถึงจะถูกต้อง"
จริงๆก็คงจะเป็นเช่นนั้นนะครับ โรงพยาบาลไหนจะทำ Humanized health care หรือบริการสุขภาพด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์นั้น ง่ายสุดก็แค่ถามตัวเองว่า เราดูแลพ่อแม่ญาติพี่น้องเรายังไง ก็ทำไปยังงั้นแหละ ไม่เห็นต้องมาคิด มาวิเคราะห์ มาเขียนระเบียบ guidelines อะไรกันมากมายเลย (บางคนอาจจะจำเป็น เพราะยังมีความสับสนระหว่างการดูแลแม่ตัว และแม่ยาย ระหว่างการดูแลภรรยา และน้องสาวภรรยาอยู่ แต่นั่นคงเป็นข้อยกเว้น!!!)
แต่การที่ได้มาอยู่ใน "วงการ" คือ วงการหมอ พยาบาล อาสาสมัคร และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการบริการนะครับ มันมีปรากฏการณ์อะไรบางอย่าง ที่ทำให้ผมคิดคำนึงถึงวลีที่สองออกมาด้วย และเมื่อนำไปพูดคุย ปรากฏว่าประเด็นนี้ ในวงการอื่นๆ ก็พบปรากฏการณ์คล้ายๆกันไม่น้อย
"นั่นคือ บางทีเราอาจจะไม่ได้ดูแลคนใกล้ชิดมากอย่างที่เราเคยคิด หรือ assume ไว้.... รึเปล่าหนอ?"
ถ้าจะโทษ จะ blame ผมขอยกความดีความชอบ (หรือความเลว) ให้ "ระบบการประเมินการทำงาน" ครับ
เดี๋ยวนี้เราเชิดชู "งาน" และเดี๋ยวนี้ (อีกเช่นกัน) งานเริ่มแยกออกจากชีวิตส่วนตัว (หรือชีวิตส่วนตัวแยกจากงานก็ไม่ทราบ มันเป็นสัมพัทธ์กัน แต่ผลสุดท้ายก็เหมือนกันแหละ) มีมาแต่ไหนก็ไม่ทราบ อาจจะเริ่มตั้งแต่คำขวัญวันเด็ก "งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข" รึเปล่าก็ไม่รู้ กอปรกับ "งาน" เริ่มมีความหมายชัดมากขึ้นๆไปทางที่ที่ทำงาน ที่ที่ไม่ใช่บ้าน ส่วนงานบ้านกลายเป็นอีกมิติหนึ่ง แยกตัวออกมาจาก "งาน" ไปโรงเรียนก็จะมี "การบ้าน" คืองานที่มอบหมายให้มาทำต่อที่บ้าน ที่ที่บริษัทก็จะมี OT (overtime) หมายถึง "งานที่บริษัท" แต่หิ้วมาทำ extra ที่บ้าน (และเกิด sense ว่าเป็นเรื่องที่ดี มีค่าตอบแทน แสดงถึง attitude ที่ดี [ต่อบริษัท... ไม่ใช่ต่อสมาชิกที่บ้าน]) คนที่ทำ OT หรือหิ้วงานมาทำต่อที่บ้าน จะไม่ค่อยถูกมองว่าเป็นคนไม่ดูแลเอาใจใส่คนในครอบครัว แต่กลับกันคือจะเกิด image ว่าเป็นคนขยันทำงาน รับผิดชอบงานสูงมาก อาจจะไม่ใช่ทุกที่ แต่มีที่ที่คิดแบบนี้แน่ๆ
ไม่ยักกะมีการคิดว่า เอ.. ถ้าคนในบริษัทเรา หิ้วงานไปทำนอกเวลา ไปทำที่บ้าน แล้ว quality time ทีบ้านจะถูกกระทบบ้างไหม? และถ้า quality time ทีบ้านถูกกระทบ performance โดยรวมจะเป็นอย่างไร
อย่างมากพอคิดถึงตรงนี้ เราก็มักจะเอาง่ายๆ ปัดไปว่า "คนที่ทำ OT คงจะจัดสรรเวลาเองเป็นล่ะน่า โตๆกันแล้ว เขาเลือกทำ OT หรือหิ้วงานกลับไปบ้านทำ น่าจะเป็นเวลาที่พอเจียดได้ ไม่กระทบกระเทือนอะไรต่อความสัมพันธ์ที่บ้านหรอก"
อันนั้นผมอยากจะเรียกว่า "artificial blindspot" คือ blindspot ที่หยิบยกมาอ้าง ปกป้อง conscience ของตัวเองไปพลางๆส่วนหนึ่ง
เมื่อเราพิจารณาถึง "quality time" มันเป็นการต่อยอด เป็นทั้งคุณภาพด้วย และที่แน่ๆเป็น "ปริมาณ" ด้วย quality time 1 ชั่วโมง ก็จะน้อยกว่า quality time 2 ชั่วโมง ถ้าคุณภาพเหมือนกัน ถ้าเราเล่นกับลูก 1 ชั่วโมงเกิดความสุขดี เล่น 1 ชั่วโมงครึ่งก็ยิ่งสุขมากขึ้น (ไม่นับว่าเริ่มเบื่อแล้ว นั่น "คุณภาพ" เปลี่ยน)
และการสะสม quality time เป็นเสมือนการฝากธนาคาร หรือซื้อ package insurance ประกัน "ความสัมพันธ์" ที่เราจะพบภายหลังว่าเราจะมีความจำเป็นที่ต้อง "เบิกเอามาใช้" หรือ "claim ประกัน" เป็นครั้งคราวในรอบชีวิตของเราในอนาคต เพราะ bonding หรือความสัมพันธ์นั้น มัน dynamic เป็นพลวัตรที่แปรเปลี่ยนตามบริบท ตามเหตุการณ์ ตามอารมณ์ ทั้งสามอย่างเป็นอะไรที่ volatile และเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวตลอดเวลา
จึงมีปรากฏการณ์ roller-coaster ขึ้นๆลงๆเหมือนนั่งรถไฟเหาะได้เสมอ
ถ้าเราฝากธนาคาร quality time ไว้น้อยเกินไป หรือ insure ไว้น้อยเกินไป เมื่อความสัมพันธ์เริ่มเปราะบาง หรือมีอะไรมากระทบ ต้องการการซ่อมแซม ภูมิคุ้มกันตรงนี้ก็จะมาช่วยเหลือได้บางส่วน
แต่อาจจะไม่เพียงพอก็ได้
ผมอยากจะเรียก syndrome นี้เป็นการ "ติดดี" เป็นการติดดีที่ทำงาน บางคนตอนทำงาน จะสุภาพ เรียบร้อย เอื้อเฟื้อ ดีมาก แต่ทำไมหนอ กับคนใกล้ชิด เช่น เลขาส่วนตัว หรือบางทีก็กับคนในครอบครัวเอง กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน priority ของคนใกล้ชิดดูจะถูกจัดไว้ท้ายๆ คล้ายๆกับ "sure thing" หรือ "ของตาย" ยังไงยังงั้น
เวลาเราถูกคิดว่าเป็น "ของตาย หรือ sure thing" เราคงจะไม่ค่อยภาคภูมิใจสักเท่าไหร่หรอกนะ
ที่จริงแล้ว เราควรจะดูแล ทะนุถนอม sure thing นี้ไว้ให้มากๆ เพราะนี่แหละสุดท้ายแล้วจะเป็นแหล่ง reserve ของเราที่สำคัญที่สุด ถ้าเราดูแลดีๆ แหล่ง reserve นี้จะอยู่ไปกับเรา จนถึงที่สุดแห่งชีวิต ที่เดียวเจียว
อาจจะเป็นเพราะวิธีที่เราถูกเลี้ยงดูมาด้วยก็ได้ ที่การแสดงออกซึ่งทะนุถนอมน้ำใจ โรแมนติก หรือน่ารักๆ เป็นอะไรที่เราจะขวยเขิน กระอักกระอ่วน ประเภทดูในหนังได้ แต่ทำเอง ม่ายอาวอ่ะ มันจั๊กจี้ อะไรทำนองนั้น
เราอาจจะถามคำถามต่อตัวเองประเภท
- ระหว่างคนแปลกหน้า กับ คนใกล้ชิด เรา "ปฏิเสธ" คำร้องขอของใครมากกว่ากัน ถ้าบางคนยังดื้อดึงเถียงว่า ก็คนใกล้ชิดมีโอกาสขอมากกว่า ก็ต้องถูกปฏิเสธมากกว่าอยู่แล้ว ก็เปลี่ยนเป็นเปอร์เซนต์ หรือ ratio of refusal ก็ได้
- เรา "นัด" ใครเพื่อสนใจใคร่รู้จักมากขึ้น มากกว่ากัน ระหว่างคนแปลกหน้าและคนใกล้ชิด
- เรา "เกรี้ยวกราด" หรือ "ใช้ภาษาดอกไม้" กับใครมากกว่ากัน?
- เรา "รู้สึกผิด" หรือ guilt กับใครมากกว่ากัน เวลาเราทำผิดต่อเขา?
- เรา "empathize" ใครมากกว่ากัน?
- เรา "รู้ใจใคร" มากกว่ากัน?
- เรา "ทานข้าวเย็น" กับใครมากกว่ากัน?
- เรา "ใช้เวลา" กับใครมากกว่ากัน?
- เรา "มีปาร์ตี้ หรืองานรื่นเริง" กับใครมากกว่ากัน?
- เรา "หัวเราะ" กับใครมากกว่ากัน?
สวัสดีค่ะอาจารย์ phoenix
สวัสดีครับ คุณผึ้งงาน
ชื่อขยันมากเลยนะครับ เห็นภาพเลยทีเดียว ที่จริงผมรู้จักคนหลายคนในสถาบันมะเร็งเหมือนกัน ส่วนใหญ่น่ารักทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะสายงาน และสายความสนใจเดียวกันกระมัง
ครับ พวกเราต้องระมัดระวังเรื่อง "ติดดี" ทีเดียว การหันกลับไปดูแลตนเองบ้าง ดูแลครอบครัวบ้าง ไม่ถึงกับจะทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวไปได้ เราตงมีสมดุลของสุขภาพทั้งฐานกาย (ฉัน) ฐานใจ (เธอ) และฐานความคิด (ความจริง) ครับ
ขอบพระคุณครับ
ดีใจมากค่ะที่มีโอกาสได้อ่านงานเขียนชิ้นนี้
อาจคงเพราะตรงใจ ตรงความรู้สึกที่เป็นอยู่ บางครั้งเราก็มีเวลาสำหรับคนที่เราคิดว่าพิเศษที่สุด น้อยเสียเหลือเกิน และในบางครั้งเราก็รอคอยการใส่ใจจากคนใกล้ตัว
คอยมากจนเริ่มรู้สึกว่า อืมมมม สุดท้ายปลายทางชีวิตของเราจะเป็นไงหนอ จริงๆ แล้วเป็นนึงที่ได้ใกล้ชิดคนติดดีแบบที่อาจารย์ว่า ในสังคมดูเหมือนจะเป็นผู้เสียสละในงานอย่างที่สุด จะมีใครบ้างที่รู้ว่า ของตายรอทานข้าวอยู่ที่บ้าน คิดแล้วมันเศร้าจริงๆๆ
สวัสดีค่ะ และขอบคุณ
สวัสดีค่ะอาจารย์
บันทึกนี้ เตือนสติได้ดีนะคะ ขอบคุณค่ะ
งานก็สำคัญ ครอบครัวก็สำคัญ ดีที่สุดคือ พยายามให้ทั้ง 2 อย่างนี้ อยู่ในสภาวะสมดุลย์มากที่สุดค่ะ
ขอบคุณ ท่าน Phoenix ค่ะ
· วันสงกรานต์ ชวนให้ สำราญจิต
· ชวนลิขิต ให้มวลมิตร คิดสร้างสรรค์
· สงกรานต์นี้ ชวนทำดี ดีทุกวัน
· ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมกันสร้าง พลังใจ
· สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ
อ่านครั้งที่ 2
ขออนุญาติบทความลง HI5 นะค่ะ
no problem ครับ ลง link กลับมาที่นี่ให้ด้วยก็ดีนะครับ
ชอบรายอาคันตุกะ