คุณคิดอย่างไรกับสุภาษิตไทยสมัยโบราณ

สุภาษิตไทยเป็นอย่างที่เข้าใจจริงหรือ?

คุณเคยได้ยินสุภาษิตไทยบทหนึ่งได้ไหม ที่ว่า  รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี  ผมเองเคยได้รับความรู้จากคุณครูที่สอนผมมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา มาเมื่อสมัย 30 ปีที่แล้วว่า หมายถึง

 

            ถ้าเรามีวัวสักฝูงหนึ่ง เราต้องมีเชือกคอยผูกมัดวัวของเราไว้เพื่อไม่ให้ใครสามารถมาขโมยวัวของเราได้และถ้าหากว่าเรารักลูกของเรา เราต้องคอยเฆี่ยนตีด้วยไม้เรียว เมื่อลูกทำความผิด เพื่อให้ลูกอยู่ในกฎเกณฑ์ที่ดี

 

            ผมเองมาได้ยินท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ซึ่งผมเองต้องขอกราบอภัยท่านเป็นอย่างสูงที่ผมจำชื่อของท่านไม่ได้  ได้ให้ข้อคิดใหม่ที่ผมเองจำมาจนถึงทุกวันนี้ว่า สุภาษิตไทยนั้นท่านไม่ได้สอนตรงๆ อย่างนั้น หากแต่คนโบราณท่านมีวิธีการพูด การสอน ที่ลึกซึ้ง ท่านผู้รู้ท่านนี้ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วสุภาษิตที่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีนั้น น่าจะหมายความว่า

 

            คนโบราณมีวัวมากเป็นฝูงๆ และคนในสมัยโบราณนั้นท่านก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ชนิดที่เป็นกำแพงคุกเหมือนทุกวันนี้ ในความหมายนี้น่าจะหมายความว่าเมื่อรักวัวของตนก็ต้องผูกมิตรกับเพื่อนบ้านเรือนเคียงไว้ เผื่อวันหนึ่งวัวของเราอาจจะหลงเข้าไปทำลายข้าวของของเพื่อนบ้านได้ ถ้าเราผูกมิตรกับคนรอบข้างแล้วเขาก็น่าจะอภัยให้แทนที่จะเอาวัวของเราไปเชือดซะ ในขณะเดียวกัน รักลูกให้ตีนั้นน่าจะหมายความว่าตีตัวเองมากกว่าที่จะเอาไม้เรียวไปตีลูก คือสอนตัวเองเสียก่อน ดูตัวเองเสียก่อนว่าขณะที่เรากำลังจะด่า จะตีลูกนั้นเราได้ทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกดูแล้วหรือยัง ไม่ใช่พ่อเมาทั้งวันแต่สอนลูกว่าอย่ากินเหล้านะลูก อย่างนี้ท่านคิดว่ามันน่าจะตีใครมากกว่าล่ะครับ

 

            จึงน่าจะพอสรุปได้ว่า 

 

รักวัวให้ผูก  ก็คือ ให้คนเรารู้จักผูกมิตรกับคนรอบข้างเข้าไว้มีปัญหาอะไร ก็น่าจะพูดจาแก้ไขปัญหากันได้

รักลูกให้ตี ก็คือ ตีตนเองทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นมากกว่าที่จะคอยแต่ ดุด่า เฆี่ยนตีลูก โดยที่ตัวผู้ใหญ่เองไม่เคยหันมามองตัวเองเลย

แล้วท่านล่ะคิดอย่างไรมิทราบ