รายการ Human talk วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2551
พิธีกร : สวัสดีครับคุณผู้ฟังครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ Human Talk นะครับ ทุกเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ นะครับ 6 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้านะครับ เรากลับมาพบกันใน 1 รอบสัปดาห์ เรื่องราวดี ๆ กับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และผมจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐครับ สวัสดีครับ อาจารย์ครับ
ศ.ดร.จีระ : ครับ สวัสดีครับท่านผู้ฟังครับ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราพบกันเช่นเคย
พิธีกร : ครับ วันนี้มีเรื่องราวเยอะเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะไปเรื่องของกรณีศึกษาหรือ case study ประจำวันนี้นะครับ อาจารย์ครับ เรามีเรื่องราว
ศ.ดร.จีระ : คุณจีรวัฒน์นิดหนึ่ง จะ update ท่านผู้ฟังที่ชอบกอล์ฟ เมื่อคืนนี้เผอิญหลายคนอาจจะไม่ได้ดู ก็ฝนตกที่ WorldChampionship ที่ Doral ก็คนที่เชียร์ Tiger woods ก็ผิดหวังเล็กน้อยที่ตามอยู่ 3 stroke คนที่นำอยู่คือ คุณ Ogilvy วันนี้แกเล่นไม่ค่อยดีเลย
ข่าวร้ายสำหรับคนที่เชียร์ Federer ก็ตกรอบ Semifinal ไปแล้ว เมื่อกี้นี้เอง ผมเพิ่งเปิดมา ตามปกติ ผมเรียนให้ทราบนิดหนึ่ง คุณ Federer แกไม่ค่อยจะแพ้ใคร และก็ช่วงนี้เป็นช่วงที่แกค่อนข้างจะตกต่ำพอสมควร แกก็แพ้ Mardy Fish ไป เป็นนักเทนนิสอเมริกัน 2 เซ็ทรวด และคุณ Nadal ก็แพ้ด้วย ก็เลยเป็นการชิงระหว่าง Novak Djokovic กับคุณ Mardy Fish เป็น tournament ใหญ่ครับท่านผู้ฟัง ระดับ Master Series ซึ่งคล้าย ๆ ต่ำกว่าระดับ Grand slam นิดหนึ่ง สำหรับคนที่บ้ากีฬา
เมื่อวานนี้ผมไปงานของแนวหน้า ก็มีคนบ้าคลั่งกอล์ฟ Tiger woods เยอะ ขอเรียนให้ทราบว่า รอบ 3 นั้นแกไม่ค่อยจะดีเท่าไร คุณจีรวัฒน์ไม่ค่อยสนใจเท่าไรใช่ไหม เทนนิสกับกอล์ฟ
พิธีกร :ก็ติดตามเป็นระยะ ๆ ครับ อาจารย์ครับ
ศ.ดร.จีระ : ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่เป็นผู้ฟังรายการก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมา ผมตื่นมาเร็วหน่อย มาเตรียมรายการกับคุณจีรวัฒน์ ก็เลยได้รับทราบข้อมูล ขอให้รับทราบด้วย ขอแสดงความเสียใจกับคนที่บ้าคลั่ง Federer ด้วย ผมคิดว่า มันเห็นว่า ยุคของคุณ Federer จะเริ่ม จะเริ่มตก ท่านผู้ฟังครับ ของธรรมดา มนุษย์เรามีขึ้นมีลง สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำอะไรก็ต้องยั่งยืน
อย่าคิดว่า อยู่ประเดี๋ยวเดียว ซึ่งเดี๋ยวช่วงที่สองเราจะพูดถึง องค์กรแห่งการเรียนรู้เกี่ยวอะไรกับความยั่งยืน
พิธีกร : เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ได้เพิ่มความเข้มข้นในรายการ ด้วยการมีช่วงต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงของกรณีศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ฟังมากยิ่งขึ้น เดี๋ยวเราคงคุยกันในช่วงที่สองครับ
ศ.ดร.จีระ : คือวันนี้ตอนช่วงที่เรียกว่าเป็น Big story ของเราเตรียมตัวไว้เลย ผมจะพูดถึงองค์กรแห่งการเรียนรู้ แต่ไม่พูดถึงตำรา จะเล่าให้ฟังว่า ได้เข้าไปทำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอีกอันผมจะขอพูดถึง Idea ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในโลก แล้วก็จะเอามา Apply กับประเทศไทยได้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ หรือที่เรียกว่าทรัพยากรมนุษย์ หรือวันนี้อาจเรียกว่าทุนมนุษย์
ผมเอง สำหรับบางท่านที่อาจจะฟังครั้งแรก ยังไม่ทราบว่าผมพยายามพัฒนาคน ให้เป็นคนที่อยู่ในโลกของการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ซึ่งก็เป็นงานที่ยาก แล้วเป็นงานที่ต้องวัดผลด้วยความสำเร็จ ก็มีคนเยอะแยะเลยที่อาจทำหน้าที่คล้าย ๆ ผม ในมุมต่าง ๆ กัน รายการนี้ก็จะรวมศูนย์ เราจะรวมศูนย์เอาบุคคลที่อยู่ในวงราชการ วงการศึกษา วงธุรกิจ ขยายวงออกมาเป็นพันธมิตรกัน เชื่อมโยงด้วย TV วิทยุโทรทัศน์ website ต่าง ๆ รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหา ที่ใน 1 อาทิตย์ผมจะได้รับเกียรติไปร่วมงานอยู่เสมอ พิธีกร คุณจีรวัฒน์ก็เป็นลูกศิษย์ผมที่ธรรมศาสตร์ 10 กว่าปีแล้วนะก็จะช่วยกันฝึกความรู้
แล้วก็ 96.5 เขาก็กรุณาเรามาก ให้เวลากับเรา ตอนนี้เราก็ใช้ Internet ด้วย บางคนอยู่ต่างจังหวัดไม่ได้ฟัง Internet ต่อไปนี้ก็มีเรื่องเกี่ยวกับ ถอดเทป ตอนนี้ถอดไปแล้ว 4 ครั้ง ท่านก็ติดตามรายการได้ แล้วก็ช่วงแรก ครึ่งชั่วโมงแรก เราก็อาจจะเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศต่าง ๆ ก็จะขอเล่าให้ฟังบรรยากาศแรกเลยคือ เราต้องแสดงความยินดีกับพันธมิตรของเรา จีรวัฒน์ก็อยู่ในวงการสื่อ ก็หนังสือพิมพ์แนวหน้าอาจจะเป็นหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ แล้วก้คนอ่านก็อาจจะไม่ขยายมากนัก แต่เขาก็ทำหน้าที่ของเขาโดยตลอด แล้วก็ครบรอบ 29 ปีพอดี
พิธีกร : ขึ้นปีที่ 29
ศ.ดร.จีระ : Emporium ก็ไปแสดงความยินดีด้วย คือข้อดีของหนังสือเล่มนี้ เจ้าของคือ คุณวาริน พูนศิริวงศ์ ก็เป็นนักเรียนอังกฤษ แล้วก็รู้จักคุณพ่อผมดี ครอบครัวพูนศิริวงศ์ ก็เป็นครอบครัวที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคม คุณจีรวัฒน์ไม่ทราบว่า พี่ชายท่าน ท่านเสียชีวิตไปแล้ว คือท่านคุณไชยา พูนศิริวงศ์ เคยเป็นผู้ว่าเชียงใหม่ด้วย เข้าใจว่า น้องชายท่าน คุณสินธู ผมได้เจอเมื่อวาน เป็นนายกสมาคมสนุกเกอร์ แล้วก็ชอบ จีรวัฒน์คงจำได้ ท่านเคยสนับสนุนต๋อง ศิษย์ฉ่อย เมื่อวานก็อยู่ด้วย
ของเราก็มีนักเขียนเยอะแยะเลย แล้วก็ปรากฎว่าผมเข้าไปแสดงความยินดีกับบรรณาธิการเขาด้วย ก็เลยบอกเขาว่า หนังสือเล่มนี้ยังไม่ได้กระจายไปที่ต่างจังหวัด ผมก็เลยจะจัดสัมมนาร่วมกับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ เมือง ชนบทมันไม่ได้แตกต่างกันแล้ว จีรวัฒน์ คนที่อ่านแนวหน้าอาจจะได้ความรู้ มีบทความอะไรต่าง ๆ แต่ว่าคนชนบทก็อาจอยากจะฟัง ก็คิดว่าจะไปจัดสัมมนาร่วมกันที่ต่างจังหวัดด้วย เผอิญภรรยาคุณวาริน ท่านก็เป็นรุ่นพี่คุณที่ธรรมศาสตร์ คุณผาณิต กับผมก็รู้จักกันมา 20 กว่าปี แล้วก็พอแนวหน้าเริ่มใหม่ ๆ ผมเพิ่งเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ คุณหมอก็สั่งให้ผมเขียนบทความ เขียนไปได้สักพักหนึ่งก็งานยุ่ง ก็เลยไม่ได้ทำแล้ว ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ผมจะอยู่หน้า 5 วันเสาร์ วันนี้บทความผมก็จะเน้นไปที่เรื่องคนเป็นหลัก แต่ว่าความจริงว่าเรื่องคนจะต้องทำกันอย่างไร อาจมีมุมมองของโลกาภิวัตน์บ้าง อะไรบ้าง ผมจะเป็นคน Macro ไปสู่ Micro คือเวลาเราพูดถึงคน บางทีเราคิดว่า อ๋อคงจะทำงานที่องค์กร บริหารงานบุคคล อำรอย่างนี้ แต่จริง ๆ แล้ว ผมเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผมก็จะมองคนเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อจะก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง ความยั่งยืน ความสุข จะทำหน้าที่เหล่านี้ให้ดีที่สุด
ตราบใดก็ตามที่เราตื่นเช้าขึ้นมาเรามีความรู้ ความรู้อันนั้นสด มีประโยชน์ เราก็จะช่วยกัน เมื่อวานนี้ก็มีนักเขียนเยอะ ก็ได้ไปแสดงความยินดีกับเขาด้วย ผมก็ขอแสดงความยินดีกับสมาคมนักเรียนเก่าวัดสุทธิด้วย เมื่อวานผมก็แวะไปแสดงความยินดีกับเขาด้วย คือชีวิตของผมในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ก็จะมีพันธมิตรในโรงเรียนต่าง ๆ ตามปกติสมาคมนักเรียนพวกนี้เขาจะมีจัดงาน ซึ่งคล้าย ๆ ประจำปี อย่างของเทพศิรินทร์ก็มีงานเรียกว่า ชื่นชุมนุม คนมากัน สองสามพันคน คุณจีรวัฒน์ ก็จัดที่โรงเรียน คุณก็รู้จักวัดสุทธินี่ เป็นโรงเรียนที่ถึงจะเรียกว่า อาจจะไม่โดดเด่น Top 5 อะไรอย่างนี้ แต่ก็โรงเรียนนี้ทำประโยชน์มากมาย คุณสมชาย สาโรวาท ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ของเรา ที่บัญชี ธรรมศาสตร์เป็นนายกอยู่ ขอแสดงความยินดีกับสมาคมนักเรียนเก่าวัดสุทธิด้วย
พิธีกร : ขอพูดถึงหนังสือพิมพ์แนวหน้า มีคอลัมภ์ที่อาจารย์เขียนไว้เมื่อวานนี้ น่าสนใจเช่นเดียวกันครับ อาจารย์ครับ เรื่องของน้ำมัน,ทองคำ ดอลลาร์และผลกระทบต่อมนุษย์
ศ.ดร.จีระ : คือผมมาดูแล้ว จีรวัฒน์ 3 ตัวนี้มันโยงกันหมดเลย การที่มันโยงกัน มันโยงแบบแปลก มันโยงการเก็งกำไร ผมอยากให้ท่านผู้ฟังที่ติดตามรายการนี้ ควรจะคิดให้รอบคอบ ผมเริ่มที่ดอลลาร์ก่อน ดอลลาร์นี่ลงมาเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผล ผมว่า 3 – 4 อย่างด้วยกัน
1. ใช้จ่ายเกินตัว ที่อเมริกา นี่ใช้จ่ายเกินตัว เขาเอาเงินไปลงทุนที่สงคราม 2 แห่งคืออิรัก กับอัฟกานิสถาน ใช้เงินมากเลย จีรวัฒน์ ฟุ่มเฟือยมาก สงครามนี่ทารุณมาก เสร็จแล้วการใช้จ่ายเกินตัวในประเทศด้วย มีเงินเก็บภาษีได้ 100 จ่ายเกินไป 110 บาท ก็เป็นการใช้เงินกู้ กู้ภายในประเทศมาก
3. ก็คือศักยภาพในการแข่งขันของอเมริกา ในโลกปัจจุบัน ถึงดอลลาร์จะอ่อนไปบ้าง ก็ยังขาดดุลการค้าอยู่ ฉะนั้นก็เป็นประเทศที่เหมือนมีหนี้ จีรวัฒน์ เพียงแต่ว่า หนี้นั้นยังบริหารได้ ยังไม่เป็น NPL แต่วันนี้หลาย ๆ ประเทศอาจจะคิดว่า เขาเป็น NPL แล้ว ความไม่มั่นใจของดอลลาร์ก็เลยเกิดขึ้น เหมือนธรรมดา คุณไม่มั่นใจใคร คุณก็ไม่ซื้อ ไม่เก็บของอันนั้นไว้ ราคามันก็ลง ทีนี้ราคาลง สำคัญที่สุดก็คือเงินดอลลาร์นี่กลายเป็นมาตรฐานการซื้อของของโลก ก็เลยไปเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันผลิตออกมาเป็นดอลลาร์ ท่านผู้ฟังลองคิดดูสิครับ ถ้าวันนี้ดอลลาร์ 40 บาท ราคาน้ำมันเท่ากับ 110 เหรียญ ซึ่งวันนี้ลดไปบ้างแล้ว เราจะอยู่ได้ยังไง แล้ววันนี้ลงไปถึง 31 มันก็ถือว่าราคาดอลลาร์ น้ำมันกับดอลลาร์มันก็จะสวนทางกัน ถ้าดอลลาร์อ่อนตัวลง ราคาน้ำมันก็จะแพงขึ้น เป็นของธรรมดา เพราะว่าราคาที่แท้จริง มันอยู่ที่ราคาดอลลาร์ ฉะนั้นน้ำมันกับดอลลาร์จึงเกี่ยวข้องกัน
ถ้าดอลลาร์มันอ่อน คนก็ต้องเอาเงินส่วนหนึ่งรักษามูลค่าไว้ ก็เลยต้องไปซื้อทรัพย์สินตัวอื่น ไป ๆ มา ๆ ก็เลยเป็นทองคำ 3 ตัวนี้เลยเชื่อมโยงกัน ตอนนี้ที่ผมเขียน ผมก็มีข้อเสีย ก็คือผมเขียนวันศุกร์ตอนเช้า พอวันเสาร์ปุ๊บ อยู่ดี ๆ มันก็พลิกขึ้นมา เล็กน้อย พลิกระยะสั้นก็คือ ทองอยู่ดี ๆ ก็ลดลงมา น้ำมันก็เลยอ่อนตัวไปบ้าง ก็เลยสรุปว่าบทเรียนสำคัญที่สุดในการมองโลกปัจจุบันก็คือ
1. ความรู้ต้องสด ห้ามเขียนล่วงหน้าไว้
2. รับความจริงว่าความสนใจหรือ speed ของข่าวสารข้อมูล ผมฝากประเด็นไว้กับท่านผู้ฟังในเช้าวันนี้ไว้เลยว่า อย่าประมาทกับการมีความรู้เท่านั้น ต้องเป็นความรู้ที่มีพลวัตสูง อันนี้สำคัญ อย่างนี้ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะดูเหตุการณ์ของโลกตลอดเวลา แล้วก็นิดหนึ่งจีรวัฒน์ อย่างที่บ้านผมนี่ คอมพิวเตอร์มีอยู่แค่จอเดียว คือมีอยู่ 2 ก็จริง แต่ใช้จอเดียว แต่ผมเห็นอัลกอร์เขาเขียนบทความ ผมเคยเล่าให้จีรวัฒน์ เขามีตั้ง 3 จอ แล้วมีเพื่อนรุ่นหลัง ๆ บางคน เขาจะเอา Laptop เข้ามาติดตั้งด้วย บางทีเราดูได้ตั้ง 3 จอ อย่างจีรวัฒน์นี่ยังใช้จอเดียวอยู่ใช่ไหม
พิธีกร : บางทีก็ต้อง 2 เครื่องพร้อมกันอาจารย์
ศ.ดร.จีระ : คือผมเห็นอัลกอร์เขาเขียนบทความ แล้วผมได้ทราบมาอย่าง Alvin Toffler ตอนที่เขามาที่เมืองไทย เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่เขียนเรื่อง Thirdwave เขาดึงจากข้อมูลหมด เขาไม่ไปที่ห้องสมุด เขา online อย่างผมเอง ผมก็เป็นคนอายุเกิน 60 ที่โชคดี ใช้เป็น ลูกน้อง 20 คน ใช้เป็นทุกคน อย่างจีรวัฒน์ก็เป็นคนที่ทันเหตุการณ์ ท่านผู้ฟัง คุณจีรวัฒน์นี่อ่านหนังสือ Magazine ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งอันนี้ก็เป็น. เขาไม่ได้เป็นนักเรียนนอก แต่เขาก็หยิบหนังสือ คือ Magazine ของโลก มันทันเหตุการณ์ ซึ่งเดี๋ยวตอนสาย ๆ ผมจะเล่าให้ฟัง ที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ก่อนจะจบช่วงแรกนี่ ก็รายการ TVคราวนี้จะได้เจอผมกับสมเกียรติ อ่อนวิมล ความจริงอาจารย์สมเกียรติ ผมกับแก ผมอายุมากกว่าแกนิดหน่อย ปี 2 ปี แกน่ารักมากเลย เป็นคนที่รู้เกี่ยวกับตัวผมมากมาย ผมก็รู้เกี่ยวกับตัวแกไม่มาก รู้แต่ว่าเป็นเด็กสุพรรณ คราวนี้เห็นว่า อาจารย์สมเกียรติเป็นคนเปิดเผย เป็นคนรู้รากเหง้าของตนเอง จีรวัฒน์ อันนี้เป็นจุดแข็งของคน คือคนไทยอยู่ที่ไหน ต้องกลับไปพื้นฐานเดิม แกพูดถึงความยากจน แกไม่ได้ยากจนตลอดเวลา แต่ตอนที่เกิดมาพ่อแม่แกล้มละลาย ก็เลยลำบาก คือชีวิตคนเรามีความสาหัสในชีวิตตลอดเวลา
เหมือนที่ผมเคยเล่าให้จีรวัฒน์ฟัง Donald Trump เป็นคนหนึ่งที่ผมบ้าคลั่งเขา แต่ก่อนที่เขาชอบดารา ทำผมเหมือน..เขาคงพวก light weight คุณรู้ไหมเวลามีคนเขาไปถาม Donald Trump คุณชอบวิชาอะไรตอนเด็ก เขาตอบเขาชอบเรขาคณิตคนทำงานทางด้านสื่อหรือการตลาด คงต้องมีสมอง จีรวัฒน์ ไม่งั้นคงกลับมาไม่ได้ Donald Trump ดูข้างนอกโผง ๆ จะงี่เง่า แต่ว่าเขาเป็นคนเก่งในด้าน basic thinking ของแก เวลาใครก็ตามที่ฟังรายการนี้ก็อย่าเพลิน อย่าคิดว่า อาจารย์จีระก็คงพูดไปเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ มันก็คงต้องมีแก่นของความคิดด้วย อยากให้ติดตามรายการของผมในวันพุธ 10 โมงเช้า และกลางคืน 4 ทุ่ม ตอนนี้ทาง UBC เขา rerun ให้ผมตอนเช้าวันศุกร์ด้วย ก็เป็นการปะทะกันระหว่างนายจีระกับคุณสมเกียรติ พูดยาว
พิธีกร : เดี๋ยวเราต้องเบรกแล้วครับ อาจารย์ครับ แล้วเรากลับมาพบกันในช่วงที่สอง สักครู่ครับ
โฆษณา
พิธีกร : ครับ กลับมาพบกันในช่วงที่สองของรายการ Human talk นะครับ ทุกเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ 6 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้านะ กับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และผม จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ครับ เมื่อช่วงต้นรายการเรามีประเด็นน่าสนใจหลายประเด็น ต้องขอแสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าในโอกาส ขึ้นปีที่ 29 อยู่กับคนไทยมานานเลยทีเดียว แล้วก็มีเนื้อหาข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ให้กับสังคมไทยตลอดเวลา รวมถึงเรื่องรายการโทรทัศน์ Truevision ช่อง 8 หรือ TTN 2 อาจารย์ครับ เทปของวันพุธที่จะถึงนี้ สัมภาษณ์อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล น่าสนใจมาก ๆ ติดตามกันได้ ช่วงเช้าแล้วก็ 4ทุ่มตอนกลางคืน
ศ.ดร.จีระ : จีรวัฒน์ จะขอแสดงความยินดีกับผู้นำฝ่ายค้านด้วย เมื่อคืนนี้ Newcastle ชนะแล้ว นี่คุณรู้ไหมเวลาคุณอภิสิทธิ์ เขาเจอหน้าผมจะพูดถึง Spurs เขาก็เป็นคนบ้า Newcastle คือ Newcastle ตกต่ำมานาน ถ้าคุณอภิสิทธิ์ฟังอยู่ก็ขอแสดงความยินดีด้วย คือในเมืองไทยทุกคนก็จะมีความชอบฟุตบอลอยู่แต่ละคน อย่างผม สมัยเป็นนักเรียนเทพศิรินทร์ ตอนที่ Spurs เขาดัง มาร์คตอนเขาเรียนอยู่ เขาก็จะบ้า เขาก็ชอบแซวผม ตอน Spurs ตก
ผมขอแสดงความยินดีกับมาร์กด้วย เมื่อคืนนี้ชนะ Fulham แต่ตอนหลัง ๆ เขาไม่ค่อยชนะ แล้วผมก็เป็นห่วง เวลาทีมที่เรารักมันตกต่ำมากนี่ มันเศร้านะ ไม่ทราบคุณบ้าคลั่งหรือเปล่า อย่างผมนี่ นักฟุตบอลเก่า มันเศร้ามากเลย เมื่อคืนนี้ เผอิญ Spurs ชนะด้วย ก็เลย Happy มากเลย ท่านอภิสิทธิ์ ท่านบ้าคลั่ง Newcastle United เมื่อคืนนี้ชนะไปแล้ว สำหรับคนไทยที่บ้า Tiger woods ก็ผิดหวังเล็กน้อย แล้วก็เล่นไม่ดี ตอนนี้ตามอยู่ แต่ว่า มีคนเขาพูดว่า พอใกล้ ๆ Final หมายถึงรอบสุดท้าย โดยมากพี่ Tiger เขาจะมา อย่างผมเองนี่ไม่ชอบ Tiger เป็นคนที่เก่งเกินไป คนเก่งเกินไปก็เฉย ๆ ก็อยากให้รายการนี้เป็นรายการที่
1. ฟังแล้วสนุก แล้วก็จะได้เห็นถึงบุคลิกที่แท้จริงของผม คือหลายคนชอบบอกว่าอาจารย์จีระเป็นนักวิชาการ ความจริงแล้วผมก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่ง ถ้ามีโอกาสแล้ว ผมก็จะเรียนรู้ คือไม่ได้บอกว่าทำสำเร็จนะ ผมชอบเรียนรู้ แล้วก็ความเจ็บปวด ความผิดหวัง มันสำคัญที่สุด แต่สำคัญที่สุดคือ ทำใจให้นิ่งไว้
2. สิ่งที่ผมเรียนจาก Donald Trump ก็คือเวลาเขาเป็นหนี้ แล้วหนี้เป็นแสนล้าน วันนี้นี่จากนี้ไป ประเทศไทยก็จะมีภาระ อย่างวันก่อนนั่งเรือบินไปก็มีเบอร์หนึ่งของสยามแก๊ส ผมก็จำชื่อท่านไม่ได้ ท่านก็มาเล่าให้ผมฟังว่า ลูกน้องท่านติดบัตรเครดิตกันเยอะ บางคนก็เงินเดือน แค่หมื่นกว่า หมื่นห้า หมื่นแปด แต่ติดอยู่ 5 ใบ แล้วปัญหาก็คือว่า พอมันมีปัญหาจวนตัวก็ไปกู้นอกระบบด้วย จีรวัฒน์ คนที่กู้นอกระบบนี่ ก็มีคนแบบมาเฟีย เขาก็หันมากระซิบกับผม อาจารย์ทำไมอาจารย์ไม่แก้ปัญหาพวกนี้ เพราะว่าคนไทย ปัญหาก็คือทำงานเป็นแต่แบริหารเงินไม่เป็น แล้วมันเกิดขึ้นทุกคน ต่อให้คนจบดอกเตอร์มาก็มีปัญหา เงินนี่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความโลภ
เมื่อตอนเราเด็ก เราไม่มีประสบการณ์ ฉะนั้นเราเรียนเยอะ แต่เราไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหา เราไม่มีความรู้ที่เป็นระบบ คิดไม่เป็น มันก็สร้างปัญหา บางทีปัญหาก็เหมือนคราวที่แล้ว ท่านผู้ฟังคงจำได้ case study ของ Governor of New York คือพลาดหนเดียวตายเลย ผมว่าคนเราพลาดได้แต่อย่าตาย ก็ขอบคุณท่านประธานสยามแก๊ส คือเวลาผมนั่งเรือบินไปในต่างจังหวัด บินอาทิตย์หนึ่งอาจจะบิน 2 ครั้ง 3 ครั้ง แล้วก็มีโอกาสได้เจอผู้ใหญ่ คนไทยโดยมากวันนี้กว่าครึ่งหนึ่งจะมาทักผม คุณจีรวัฒน์ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเคยเห็นหน้า บางทีก็เป็นผู้ใหญ่ในวงการศาล ราชการ
วันก่อนก็นั่งไปกับ สส. ภาคอิสานคนหนึ่ง อายุแกก็ไม่มาก แต่แกก็บอกว่าแกสนใจ สำหรับผมเอง สส. คนไหน พรรคไหนก็ตามแต่ มีสิทธิ์ที่จะขอความเห็นได้ เพราะวันนี้ สส. ก็ต้องมี Idea ก็ขอเรียนให้ทราบว่าตราบใดก็ตาม ผมและทีมงานรวมถึงคุณจีรวัฒน์ด้วย มีพลังอยู่ เราก็จะแบ่งปันความรู้กัน เพราะว่าโลกของการเรียนรู้คือเราจะต้อง share กัน ไม่มีใครเก่งกว่าใคร
พิธีกร : มี Keyword หนึ่งที่ผมได้จากอาจารย์ในช่วงแรกของรายการครับ อาจารย์พูดว่าความรู้ต้องสดและมีพลวัต ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนของเมืองไทยนะ ทั้งตัวนักเรียนเองและตัวผู้สอนเองด้วยเหมือนกัน คำนี้สำคัญมากเลย
ศ.ดร.จีระ : ปัญหาของอาจารย์มัธยมวันนี้ คือไม่ใฝ่รู้ เคยเรียนมาที่ราชภัฏ อะไรอย่างนี้ บางทีความรู้มันโบราณ ปัญหาของเขาคือ ผมว่ามันคือ life style ของเขาด้วย จีรวัฒน์ เขาอยู่ในสังคมที่แคบ อย่างคุณนี่ คุณอยู่ปี 3 คุณก็เจอจีระ หงส์ลดารมภ์ คือมันได้โลกทัศน์ คือคนเก่งนี่ คิดเป็นอยู่แล้ว แต่ไม่มีเรื่องจะคิด และ Information มันไม่ flow เข้ามาในกะโหลก
เหมือน Edward de Bono พูดไว้เรื่อง Lateral Thinking , Lateral Thinking , Lateral ก็คือแนวนอน ถ้าเราคิดในมุมลึก ก็เก่งระดับหนึ่ง แต่วันนี้เราต้องคิดในแนวข้ามศาสตร์ ก็เหมือน JT จีรวัฒน์ ความจริง Concept นี้ผมพูดที่มหาสารคามประมาณสัก 3 – 4 เดือนที่แล้ว คนบ้าคลั่งมากเลย ตัว T นี่คือแกนของมันคือแนวลึก แต่ข้างบนตัว T นี่ มันจะเป็นแนวนอนทั้งนั้นเลย ฉะนั้นหมอบางคนมีแกนตัว T ลึกมากเลย แต่ไม่สนใจ สมมติว่าไม่สนใจเรื่อง Psychology ของคนไข้ จะทำอะไรทีคนไข้กลัว วิธีการพูด พูดไม่เป็น เออแม่คุณตายแน่เลย เตรียมตัวไว้ อะไรอย่างนี้ เขาไม่พูดกันหรอกสมัยนี้ เขาก็ต้องมีวิธีการพูด เพราะฉะนั้นหมอถึงต้อง คนเก่งเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ ก็เหมือนพิธีกรใน 96.5 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ผมที่เทพศิรินทร์ หมออุดมศิลป์ คนนี้พูดเก่งนะ เขาเป็นหมอเดี๋ยวเขาโชว์แพง ลุ่ม แล้วเขาก็ทำประโยชน์ อายุเขาก็แก่กว่าผม ยังมีสุนทรีย์
วันนี้จีรวัฒน์รู้ไหม เด็กไทยที่เรียนฟิสิกส์ มันไม่ชอบ music เดี๋ยวก็ตายไม่รู้ตัว ระวัง เพราะว่าในชีวิตคนเรา ต่อให้เก่งยังไง ถ้าบริหารความเจ็บปวด ความเครียดไม่ได้ ไม่มีทางรอด หมออุดมศิลป์ เป็นตัวอย่างที่ดี ผมฟังรายการเขา คุณก็ฟัง คือรายการของความรู้ ไม่ได้อยู่ที่ความรู้อย่างเดียง ก็จะเป็นประเด็นที่
ผมขออนุญาตคุณจีรวัฒน์พูดเลย คือท่านผู้ฟังครับ ในช่วงเวลาที่เหลือ อยากจะขอให้ท่านผู้ฟังตั้งใจ เอาประเด็น 2 ประเด็นนำไปคิด คืออันแรกผมอยากเรียนว่า โลกปัจจุบันนี่ trend อันหนึ่งที่จะมา จะเป็น trend ของอันที่หนึ่งก็คือ โลกเป็นโลกฐานความรู้ อันที่หนึ่งแน่นอน ดูได้จากบริษัทชั้นนำของโลก เขาเรียกว่า Fortune 500 แต่ก่อนจะมีบริษัทที่มีน้ำมัน บริษัทน้ำมัน บริษัทไฟฟ้า บริษัทอะไรนี่ ตอนหลัง ๆนี่เป็นบริษัทที่ใช้ความรู้ ดูได้จาก Microsoft , Amazon.com , Hewlett Package พวกนี้มาจากความรู้ทั้งนั้น แต่ความรู้ที่ได้มา มันจะต้องเป็นความรู้ซึ่งผ่านองค์กรแห่งการเรียนรู้
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะพูดในวันนี้ก็คือ สำหรับคนไทยแยกคนมีความรู้กับคนที่เอาความรู้ไปสร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จีรวัฒน์ลองถามตัวเอง คุณไม่มีแล้ว คือคุณมีความรู้ แต่คุณมีวิธีการหาความรู้ แบ่งปันความรู้ แล้วก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรของคุณใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นสังเกตดูในบริษัทของเราจะมีคนที่ความรู้เยอะ มัก shut in เก็บตัว อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่นไม่ใช่องค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรแห่งการเรียนรู้จะต้องทำ 3 อย่าง แล้วผมทำอันนี้อยู่ที่การไฟฟ้าส่วนถูมิภาค อันที่หนึ่งก็คือจะต้องสร้างบรรยากาศในองค์กร ให้เกิดประชาธิปไตยในการแบ่งปันความรู้ อันนี้สำคัญนะ เรานี่มีประชาธิปไตยจริง แต่เราแบ่งความรู้ไม่เท่ากัน คุณทักษิณมีมากกว่าคนในภาคอิสาน คนในภาคอิสาน ก็จะต้องเสียเปรียบอยู่เสมอ ทำอย่างไรถึงจะให้ประเทศไทยก็ดี หรือองค์กรก็ดี ความรู้นี่แบ่งปันกัน กระจายกันตั้งแต่จากบนมาสู่ล่างให้ได้มากที่สุด
ข้อแรกคือจะต้องมีการกระจายความรู้ให้มากที่สุด แล้วการกระจายความรู้ต้องเป็นการกระจายแบบให้ทุกคนมีส่วนร่วม อย่างในบริษัท Emporium ของคุณ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องดึงเอาความเป็นเลิศของความคิดต่าง ๆ ของคนในองค์กรมา share กัน คือแทนที่เจ้านายจะสั่งการ เจ้านายก็ต้องมีความอดทนอันหนึ่งคือ Equity gain ก็ต้องสร้างบรรยากาศ บรรยากาศให้เกิดความเสมอภาคกัน ให้เขากล้าที่จะออกความเห็น
ความจริงในสังคมไทย ปัญหาคือบางทีนายก็ผิด บางทีลูกน้องก็ผิด ถ้าลูกน้องผิดก็โพล่งออกมา ฉะนั้นมันก็กลับมาที่วัฒนธรรมของคนไทยว่า เราจะมีความสุภาพเรียบร้อยบวกกับความรู้ยังไง ผมสังเกตมานานแล้วว่าคนไทยที่ปรับตัวได้ดีคือใช้จังหวะเวลาในการ share ความรู้กับคนที่มีอำนาจ ทำให้เขามีความรู้สึกว่าอยากฟัง อันแรกก็กลับไปดูวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละแห่งว่า บรรยากาศในการ share ความรู้เป็นยังไง ประเด็นที่สององค์กรเหล่านั้นจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ อย่างเช่นในบริษัทของคุณมี Intranet แล้วใช่ไหม บางแห่งก็มีห้องสมุด อันนี้ก็สำคัญ บริษัทบางบริษัททำงานลูกเดียว จีรวัฒน์ อย่างที่คุณพูดเมื่อกี้ ไม่เคยเก็บอะไรไว้เลย ไม่มี story ของตัวเองเลย ไม่มีรากเหง้าของตัวเอง แล้วคนจะภูมิใจได้อย่างไร อย่างผมนี่ ผมอยู่เทพศิรินทร์ ผมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโรงเรียนผม และผมรู้ว่าศิษย์เก่ารู้ด้วย และศิษย์ปัจจุบันรู้ด้วย รวมทั้งโรงเรียนที่เข้ามาใหม่ ๆ รู้หมด รัชกาลที่ 8 เป็นศิษย์เก่า ตนกูอับดุล ราห์มาน เคยเป็น.. คือเขาจะภูมิใจสิ่งเหล่านี้
แต่ว่าโรงเรียนไหนก็ตามเป็นโรงเรียน อย่างเช่นในต่างจังหวัด ไม่มี story อย่างที่จีรวัฒน์พูดเมื่อกี้ เกี่ยวกับโรงเรียนของตัวเอง เขาจะมีความภูมิใจได้อย่างไร วันนี้ห้องสมุด มันไม่ได้เฉพาะมีห้องอย่างเดียว แล้วก็ซอมซ่ออย่างที่เคยเห็นกัน ซอมซ่อ น่าเบื่อ ห้องสมุดนี่ผมได้ทราบมา
ที่ผมพูดมานี่เพราะว่าเราจะพูดถึง case study ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มี case อยู่อันหนึ่ง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผู้บริหารระดับ HR คนหนึ่งเขาเสนอไปที่ผู้ว่า ก็มีผู้ว่าคนหนึ่งเห็นด้วย ก็เอาห้องสมุดอยู่ข้างล่าง แล้วก็ลงทุนมากเลย พอเปลี่ยนผู้ว่าปุ๊บก็เอาห้องสมุดขึ้นไปชั้น 12 แล้วผู้ว่าคนนี้ท่านพูดว่าไงรู้ไหม อ๋อ เราจะได้รู้ว่าคนที่มันชอบหาความรู้จริง ๆ มันต้องดั้งด้นไปหาจนได้ ความจริงอันนี้ผิดนะ เพราะว่าเราต้องสร้าง Facility ทำให้เขาสะดวก ในการที่จะหาความรู้ ก็ดูสิทำไมคุณกิตติรัตน์ ณ ระยอง เขาถึงทำสำเร็จ
เพราะเขาอยู่ข้างล่างเลย ตลาดหลักทรัพย์ จีรวัฒน์ลองไปดูงานที่ Kinokuniya ที่สิงคโปร์ เบ้อเร่อเทิ่มเลย เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมี Facility และก็น่าอยู่ และก็สุดท้ายก็คือจะต้องมีผู้นำที่สนใจลงทุน มีส่วนร่วม ในการทำให้องค์กรของเขาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเองอยากให้คุณจีรวัฒน์คิดเรื่องนี้เยอะ ๆ เพราะว่าคุณอยู่ที่ศูนย์การค้าด้วย อีกหน่อยศูนย์การค้าต้องเป็นศูนย์การค้าแห่งการเรียนรู้ด้วย อันนี้ก็ต้องชมเชย Emporium ที่มีร้านหนังสือดี ๆ หลายแห่ง แล้วก็มีมุมกาแฟ คุณรู้ไหมวันนั้นคุณทักษิณกับคุณหญิงอ้อไปกินกาแฟที่ Emporium แล้วก็ร้านนี้ก็มีลูกศิษย์ผมส่วนใหญ่ที่เป็นพนักงาน แล้วก็เคยเรียนภาวะผู้นำกับผมที่ Oriental ร้านของจีรวัฒน์ก็เป็นร้านที่มีบรรยากาศดี ผมชอบไปนั่ง ท่านนายกตอนกลับมาก็ไปนั่งที่นั่น ผมได้ข่าวมา ก็ขอแสดงความยินดีด้วย สำหรับจีรวัฒน์ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่ คุณมีความเห็นอย่างไรบ้างสำหรับสังคมไทยที่จะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
พิธีกร : จริง ๆ แล้วต้องบอกว่า สำคัญมาก เพราะว่าอย่างที่เรียนอาจารย์ครับ ในภาพขององค์กร โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ผมคลุกคลีทำงานอยู่ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงกดดันจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งขันก็ดี เรื่องของภาวการณ์ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ดี คนในองค์กรมีความสำคัญมากที่จะต้อง คือคำพูดคำว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้ สำหรับบางองค์กรเป็นคำที่สวยหรู ถือว่า ไม่ practical การผลักดันให้ทุก ๆ หน่วยงาน และลงลึกลงไปจนถึงระดับบุคลากร ให้เกิดภาวการณ์เรียนรู้ แล้ว move องค์กรไปพร้อม ๆ กัน ถือว่าเป็นภารกิจที่ใหญ่ แต่ไม่ยากจนเกินไปที่จะทำ ฉะนั้น ผมอ่านบทความหลายบทความมีคำพูดหนึ่งบอกว่า ผู้นำขององค์กรนั้นต้องเห็นความสำคัญให้มากที่สุดก่อน
ศ.ดร.จีระ : คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ท่านอดิศร หลายท่านก็จะรู้จักท่าน ท่านเป็นคนที่โลกทัศน์กว้าง และท่านก็เก่งเรื่องคณิตศาสตร์มาก ท่านก็เอา system thinking ของท่านบวกกับ Knowledge องค์กรนี้ลงทุน สำหรับปีนี้ปีเดียว 100 กว่าล้าน ผมขอเรียนท่านผู้ฟังนิดหนึ่งว่า ผมได้รับเกียรติเข้าไปเป็นที่ปรึกษา แล้วก็ทุกเดือนเราก็มีการทำ workshop กัน แล้วก็ผมได้เสนอ อะไรที่เป็นรูปธรรมให้เขาไปคิดด้วยก็คือ ในเขตการไฟฟ้าต่าง ๆ ในประเทศนี่ คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาต้องดูแลไฟฟ้าทุกจังหวัด ยกเว้นกทม. เขาต้องดูแลหมด ไกลยังไง ชาวเขา คนยากจน เพราะฉะนั้นเขาก็จะมีประสบการณ์เยอะ ประสบการณ์ของการไฟฟ้ามี 2 เรื่องคือ
1. การทำสายส่ง บางทีก็มี accident มีปัญหาทางด้าน Engineering อีกอันคือความไม่พอใจของลูกค้า เช่น ไม่จ่ายเงินก็ตัดจ่ายไฟ เพราะเขายังเป็น monopoly อยู่ ผมก็เลยจะทำ research อันหนึ่งซึ่งได้เสนอไปแล้ว ซึ่งใช้เงินไม่มาก ก็เปลี่ยนเขาเรียกว่าความรู้ที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์ของคนที่อายุงานเยอะ เช่นคนที่ไปติดต่อลูกค้า เก็บเงิน อีกไม่กี่ปีเขาก็จะเกษียณ เราก็จะเอาเขามาทำ Indepth interview ดึงเอาประสบการณ์เขาออกมา บางทีเขาอาจจะมี connection กับคนโน้น คนนี้ ไม่เช่นนั้นก็เหมือนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างผมออกมาจากธรรมศาสตร์ เผอิญผมโชคดี ผมมีสื่อก็ยังรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ บางคนออกไปแล้วก็ไม่ทิ้งอะไรไว้เลย บางคนไม่เขียนอะไรเลย เราก็จะเปลี่ยนจาก tacit knowledge มาเป็น explicit แต่นี่มันเป็นขั้นต้นเฉย ๆ ของการสร้างองค์กร พอได้มาแล้วเราก็ต้องมาทำคู่มือ ทำคู่มือเสร็จก็นำไปปฏิบัติ แล้วก็มา share กัน
บางเขตอย่างเขตในภาคใต้ จีรวัฒน์วันนี้ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ คุณรู้ไหม ปัญหาเขาเยอะแยะเลย ท่านผู้ฟังครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่า การไฟฟ้าวันนี้มีปัญหาเพราะว่า สายไฟถูกขโมย ขโมยตลอดเลย เพราะว่า สายไฟดูยากนะ แล้วคุณลองคิดดู ขโมยเมืองไทย วัน ๆ ขโมยขึ้นมา มันไม่เคยคิดเลยนะ ได้เงินไปแล้ว ชาวบ้านเขาไม่มีไฟ เพราะฉะนั้นค่านิยมต่าง ๆ ในสังคมไทย ผมขอเรียนให้ทราบว่า การเมืองยุคไหนก็ตาม อย่าบ้าคลั่งเงินกับอำนาจเท่านั้น ขอให้บ้าคลั่งความพอดี ความถูกต้อง เหมือนกับมองเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีรัฐบาลไหนก็ตาม ไม่ใช่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงปุ๊บก็เลิก อะไรอย่างนี้ และสิ่งที่ท่านสอนไว้คือ สอนให้คนไทยใฝ่รู้กับมีคุณธรรม แล้วถึงไปมีการเดินสายกลาง และทำสำเร็จแล้วก็ต้องไปที่ความยั่งยืน ใช่ไหมจีรวัฒน์ อย่างร่างกายก็ต้องยั่งยืน ถึงจะทำงานได้ เพราะความรู้ต้องสด อย่างวันนี้ใครก็ตามตื่นเช้าขึ้นมา ไม่มีความรู้เพิ่มขึ้น ยังไงคุณกลับไปทำงาน คุณก็ไม่รอด เพราะคนอื่น เขาจะเหนือกว่า วันนี้มีคนบอกว่า เวียดนามแซงไปแล้วนะอาจารย์
ซึ่งผมตัวผมเอง ผมรู้มานานแล้ว เพราะผม ความรู้ผมใกล้กับความจริง คืออยากให้จีรวัฒน์ แต่ละ case ช่วยเสริมด้วยนะ คุณเป็นคนที่คิดเป็น แล้วก็สิ่งที่ผมทำอยู่ จีรวัฒน์ ก็คงเห็นแล้ว มันเป็นของยาก เผอิญผมจะมีทีมงานทำวิจัย แล้วก็จะมีการกระตุ้นให้คน คือขอสรุปนิดหนึ่ง เพื่อนผม สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ อาทิตย์ที่แล้ว นอกจากผมไปที่การไฟฟ้าแล้ว เราก็ไปคุยกัน โครงการปริญญาเอกที่มหาสารคาม บินไปด้วยกันเลยนะไปที่มหาสารคาม แล้วผมก็เริ่มต้นถึงเรื่องวัฒนธรรม ผมบอกว่าวัฒนธรรมไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างเดียว มันเกี่ยวกับองค์กรด้วย ถ้าองค์กรไหนก็ตามมีแต่ความรู้แต่ไม่มีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ องค์กรนั้นเจ๊งเลย สมชายบอกเห็นด้วย เพราะในยุโรป เมื่อตอนที่มีศาสนาคาทอลิก ปิดกั้นไม่ให้คนออกความเห็น โลกแบน ใครไม่เห็นด้วยฆ่าทิ้ง จนกระทั่งเกิดเรเนอซองขึ้น เรเนอซองคือการฟื้นฟูวัฒนธรรมทางความคิด เกิดโปรแตสแตนท์ เกิดความคิดขึ้นมา เกิดการถกเถียงกัน ซึ่งความจริงแล้วก่อนหน้านั้น ประเทศที่เขาทำมากที่สุดก็คือ กรีก จีรวัฒน์ลองดูโสเครติส หรืออริสโตเติล เขาเปิดการเรียนรู้ตั้งแต่นานแล้ว
การเรียนหนังสือของผม บางทีเขาก็บอกเหมือนโสเครติส คือถกเถียงกัน แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยโดยไม่มีเป้าหมาย คุณต้องมีระบบในการวิเคราะห์ให้ได้ ผมถึงเป็นทฤษฎี 4L’s ท่านผู้ฟังก็คงได้ติดตามบ้างแล้วว่ามันคืออะไร อย่างคราวที่แล้วที่ผมไปพูดที่การไฟฟ้า ทุกคนก็บอกว่า 4L’s คือเครื่องมือที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ขึ้นมา ทุกคนก็มีความรู้ ความรู้ได้จากมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว มันเรียนอยู่แล้ว เรียนประถม มัธยมก็ต้องได้ความรู้อยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้หรอก ถ้าเราไม่มีวัฒนธรรมในการหาความรู้อยู่ แล้วก็มาหาความรู้ไปใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วก็สด สำคัญความรู้ต้องสดด้วย ผมมีเวลานิดหนึ่งไหม
พิธีกร : คงต้องมาต่อในสัปดาห์หน้าครับ อาจารย์ครับ เพราะว่าเวลาหมดพอดีเลย
ศ.ดร.จีระ : หมดเลยหรือ ขอพูดถึง big idea คือจะพูดถึง concept ของ Jeffrey Sachs เป็นนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเลย แล้วก็เป็นคนที่ผมรู้จักเขาด้วย อยากจะพูดถึงเขา แล้วเผอิญ Time magazine เล่มล่าสุด พูดถึง Idea 10 เรื่อง อยากให้ท่านผู้ฟังได้มีสมองที่รุกไปข้างหน้า
พิธีกร : ครับ สวัสดีครับอาจารย์ พบกันใหม่ได้ในสัปดาห์หน้าครับ สวัสดีครับ
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ผมต้องขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ ที่ได้โทรหา ถามสารทุกข์สุข เป็นอย่างไร และบอกข่าวเกี่ยวกับ Human Talk ให้ว่ามีการออกรายการวิทยุและมีการถอดเทปให้ด้วย
นี้ถือว่าเป็นนวตกรรม การสื่อสาร สังคมแห่งการเรียนรู้ ของท่าน ศ.ดร.จีระ และเป็นงานที่ท้าทายของทีมงานของท่าน
คือทีมงานของท่าน ต้องถอดเทป ต้องฟังจับประเด็นและถ่ายทอดออกเป็นตัวหน้งสือ ลงใน Blog นี้ ซึ่งจะทำได้ดีนั้น ต้อง ทำเหมือภาคธุรกิจ คือ เร็วกว่า ดีกว่า ประหยัดกว่า และแปลกแตกต่างกว่า ครับ
ผมได้อ่านดูตั้งแต่ครั้ง แรก ๆ จึงใช้เวลาพอสมควร แต่มีสิ่งที่เสนอแนะทีมงานอาจารย์ ดังนี้ครับ
ประการแรก คือ การเขียน Blog ในเรื่อง Human Talk เอาแค่ชื่อเรื่อง ไม่ควร ซ้ำกัน หรือเขีนแค่ Human Talk ประจำวันที่..... เท่านั้น ผมว่า ธรรมดาเกินไป ไม่สมศักดิ์ศรึ Top HR อย่าง ศ.ดร.จีระ ผมแนะนำทีมงานอาจารย์อย่างนี้ ก็ต้องท้าทายว่า ห้ามคิด "ลบ" คือ คิด Possitive มากกว่า ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายสมรรถนะของผู้นำ ในศตวรรษที่ 21 ทีมงานอาจารย์ควรคำนึงถึง ศักดิ์ศรี อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ของชาติ อย่าง ศ.ดร.จีระ ถ้าคิดอย่างนี้ แล้วคิดสร้างสรรค์ อะไร ๆ จะออกมาอีกมากมาย จากทีมงานของ อาจารย์
สรุป คือ ชื่อเรื่อง ควรเร้าใจ ให้คิดตาม และ ใส่คำที่ค้นหา ในคำสำคัญ ๆ อย่างหลากหลาย และตรงประเด็น จึงจะทำให้ผู้อ่าน สามารถ "คลิ๊ก" เข้ามาหาอ่านได้มาก ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ
ประการต่อมา เรื่อง การถอดการสัมภาษณ์ คำพูดของ ศ.ดร.จีระ เข้าใจว่า น้อง ๆ ในทีมของอาจารย์ ใช้ความพยายาม มากทีเดียชื่ชม แต่ควรส่งต่อให้ CEO ที่มูลนิธิทรัพยารกรมนุษย์ ของอาจารย์ ตรวจสอบ และ เพิ่มเติม ในส่วนของสรุป ประเด็น สำคัญที่อาจารย์ได้พูดมา อย่างน้อย 5 ประเด็น ในแต่ละครั้ง ตรงนี้ ต้องใช้คนระดับ CEO ของอาจารย์ เพราะเป็นผู้ใหญ่ และสามารถสรุป ฟันธงได้เลย หรือ จะให้น้อง ๆ สรุป แล้วส่งให้ CEO ของอาจารย์ ตรวจ พิจารณาเพิ่มเติม คำ คือ ได้ใช้สมอง กันทกันทั่ว ทุนปัญญา ก็จะเพิ่ม แบบต่อเนื่องครับ อาจารย์ก็จะได้พัฒนาลูกน้องทางอ้อมไปด้วย จากนั้น อาจารย์อาจจะตรวจสอบ โดยสอบถาม CEO ว่า ตกลงได้ประเด็นอะไรบ้าง จาก Human Talk เวลา ลูกค้าโทรมาถาม ทีมงานอาจารย์จะได้ตอบไปในทิศทางเดียวกับอาจารย์ได้อีกด้วย ครับ
สรุป ก็คือส ควรให้ ในทีมงานทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะ ให้ CEO รับผิดชอบ และใช้ความคิดมากขึ้น ก็จะเก่งมากขึ้นครับ ผู้ฟัง ผู้อ่าน และอาจารย์ก็ได้ประโยชน์เต็มที่ สั้น กระชับ ได้สาระ ตรงประเด็น
ประการต่อสุดท้ายสำหรับข้อเสนอแนะวันนี้ ก็คือ Human Talk ของอาจารย์ในแต่ละครั้ง ต้อง ใช้ยุทธศาสตร์ Customer Focus กับ Differentialtion คือ มุ่งเน้น ประเด็น ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า (ผู้ฟัง) ไปเลย ว่า สัปดาห์นี้ ประเด็นอะไร ซึ่งปกติอาจารย์ทำอยู่แล้ว ครับ แต่การทอดเทป เขียนสรุป ก็ต้องให้ตรงกับ key ของอาจารย์ ประเด็นหลัก ที่อาจารย์นำเสนอ ต้องเน้นย้ำ
ซึ่งแน่นอนว่า ต้องเป็นประเด็นเกี่ยวกับ HR/ HCM เท่านั้น เพราะ เป็นเรื่อง Human Talk ก็พยายามให้อยู่ในกรอบนี้ และที่เป็นจุดเด่นของ ศ.ดร.จีระ คือ การแตกต่างจากผู้อื่น ในประเด็นที่นำเสนอ ซึ่งผู้ทอดเทป ผู้สรุป ก็ต้อง สรุปให้เห็นชัดว่า นี่คือ แนวคิดที่ดี ที่แตกต่าง แต่ไม่ใช่แตกแยก และต้องชี้ให้ผู้อ่านเห็นคุณค่า ของสิ่งที่อาจารย์พูดถึง เรือง HR / HCM ครับ
ผู้นำยุคนี้ ต้องมีขีดความสามารถทางความคิด (คิดบวก) ขีดความสามารถทางปัญญา มองเห็นตัวตนของอาจารย์และเสริมส่งสานต่อ ให้ความคิด ความดี ของอาจารย์ประจักษ์ต่อสังคม ครับ
วันนี้ ผมมีข้อเสนอเพียงเท่านี้ มิได้มีเจตนา จะติหรือว่าใคร ขอย้ำตรงนี้ เมื่อ อาจารย์ท่านให้ผมช่วยวิเคราะห์แนะนำ ผมก็ทำหน้าที่ ในฐานะศิษย์พึงทำให้อาจารย์ ครับ
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดี
สวัสดีครับ อาจารย์ ผู้ยิ่งใหญ่ ศ.ดร.จีระ
จาก ศิษย์ ยม
ประการที่ สาม