อย่างน้อยที่สุดก็มี 3 บันทึกแล้วที่ผมกล่าวถึงนักสร้างสรรค์ นักประดิษฐ์ และนักธรรมชาติวิทยาชาวบ้าน คือพ่อแสน วงษ์กะโซ่ แห่งดงหลวง เช่น ทำคอกหมูเคลื่อนที่ สร้างบ้านให้ผึ้ง สร้างบ้านให้ตัวต่อ สร้างบ้านให้หอยป่า สร้างบ้านให้แมงโย่งเย่ง สร้างบ้านให้ค้างคาว ล้วนแต่ใช้ความรู้มาจากการสังเกตธรรมชาติ
ผมไปเยี่ยมพ่อแสนอีกเพื่อเตรียมเจ้าหน้าที่โครงการใหม่มาเยี่ยมเยือน ก็เอาภาพแห่งความก้าวหน้ามาฝากกัน เป็นบ้านค้างคาวครับ ที่พ่อแสนทำเสร็จแล้วก็เอาไปแขวนไว้ในที่ที่ควรจะไว้
รูปนี้แขวนบ้านค้างคาวไว้ที่ชายคาตูบน้อย
เรื่องความคิดสร้างสรรค์ของพ่อแสนนั้นยังมีอีกครับ อย่างผักหวานป่านั้น พ่อแสนก็เป็นผู้รู้คนหนึ่งและทดลองหมด ใครว่าทำอย่างไรดีเอาหมดทุกอย่าง มีแต่คนอื่นต่างหากไม่ได้ทำอย่างที่พ่อแสนทำ คนเขาตอนกิ่ง พ่อแสนก็ตอน เพาะลงถุง ขุดเอาต้นอ่อนจากป่ามาปลูก ตัดรากให้แตกต้นใหม่ และที่ล่าสุดที่ผมเอาข้อมูลจากหมอเล็กใน G2K นี้ไปบอกเรื่องการปลูกผักหวานป่าโดยฝังดินเฉยๆ ทิ้งไว้ปีหนึ่งก็งอกออกมา ง่ายมากๆ พ่อแสนก็บอกว่า ผมก็ทดลองเช่นกัน พร้อมจูงมือผมไปดู พ่อแสนบอกว่า เมื่ออาจารย์มาย้ำประสบการณ์การปลูกโดยฝังดินเฉยๆ ผมก็มั่นใจ จะทำแบบนี้ขยายออกไปอีก...
ดอกผักหวานป่า
ระยะนี้เป็นช่วงผักหวานป่ากำลังออกใบอ่อน บางต้นก็ออกดอกและติดลูกเล็กๆออกมาแล้ว ซึ่งซื้อขายกันแพง ราคาที่ดงหลวงขีดละ 25 บาทในหมู่บ้าน หากเป็นดอกผักหวานป่าราคาก็สูงขึ้นไปอีก แต่อย่าไปกินเลยเพราะจะมีส่วนสำคัญให้ชาวบ้านเก็บดอกผักหวานป่ามาขายหมด ก็จะไม่มีการโตเป็นผลเพื่อขยายพืชพันธุ์ต่อไป
ต้นผักหวานป่าโน้มกิ่ง
พ่อแสนเอาอีกแล้ว ต้นผักหวานนั้นปกติธรรมชาติเขาก็จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นไม้ยืนต้น นี่เองที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเก็บใบอ่อนที่อยู่ที่สูงๆ ชาวบ้านมักปีนขึ้นไป หักกิ่ง หนักที่สุดคือฟันกิ่งให้หักลงมาแล้วเก็บใบอ่อนเอาไปขายกัน นับเป็นการทำลายอย่างมาก พ่อแสนเห็นปัญหานี้จึงตั้งคำถามในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ต้นผักหวานไม่สูงเกินไป จะได้เก็บใบอ่อนสะดวกๆ ว่าแล้วพ่อแสนก็ใช้วิธีเอาเชือกมาผูกกิ่งอ่อนๆแล้วดึงโน้มลงมา ผูกติดกับก้อนหินที่ดินบ้าง กับหลักที่พื้นดิน ... ก็เป็นหลักการง่ายๆที่พ่อแสนเห็น แต่เราไม่เห็น และได้ผลจริงๆครับ
ที่แปลกและคนอื่นก็ไม่มีใครคิดถึงเช่นกันคือ พ่อแสนไปแบกเอาหินจากป่ามาวางไว้ที่โคนต้นผักหวานป่าที่บ้าน พ่อแสนบอกว่า อาจารย์ก็ธรรมชาติผักหวานในป่านั้นเขามักเติบโตตรงหินบนภูเขาทั้งนั้น ผมก็ทดลองเอาหินป่ามาวางไว้โคนต้นดู.. ผมสังเกตก็งามดีครับ
มาดูรูปนี้ซิครับ ท่านคงเห็นว่า ก็คือถังน้ำธรรมดา ท่านคิดว่าพ่อแสนเอาถังน้ำนี้มาทำอะไรครับ..?? เอาใส่น้ำกิน น้ำใช้ หรือ เอามาใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ชาวบ้านนิยมทำกันมาก หรือเอามาใส่ข้าวเปลือก ข้าวสาร....
ตูบน้อยกลางสวนป่าของพ่อแสนนั้น ไม่ได้ใหญ่โต และแข็งแรงเท่าใดนัก หลังคาทำด้วยหญ้าคา ทุกสองหรือสามปีก็ต้องเปลี่ยน เพราะไม่คุ้มฝ้าคุ้มฝน หรือหมดสภาพแล้ว ในช่วงระยะเดือนนี้เป็นช่วงออกจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอากาศนี้ มักเกิดฝนฟ้าคะนอง รุนแรงเอาเรื่อง พ่อแสนกล่าวว่าบ่อยครั้งที่ผมไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะฝนตกลงมาหนัก หลังคารั่วหมด ยิ่งพายุพัดมาทุกอย่างก็ปลิวไปหมด ถ้วยชามรามไห ไม่เว้นปลิวไปริมรั้วโน้น เช้ามาค่อยไปเดินตามเก็บกัน..
เช่นเดียวกัน หนังสือหนังหา สมุดกระดาษต่างปลิวไปหมด เป็นปัญหาที่ผมคิดไม่ตก จะเอาหินมาทับก็ไม่ไหว กระดาษบางชิ้นบางเรื่องมีขนาดใหญ่ อาจจะไม่ปลิวไปตามลมแรงแต่ก็เปียกฝน เสียหายหมด
นี่เลย... พ่อแสนชี้ไปที่ถังพลาสติกขนาดใหญ่ ขนาดกลางนี่ไง ผมเห็นแล้วก็แวบขึ้นมาว่า ไอ้นี่เหมาะจะเอามาทำเป็นตู้เก็บเอกสาร นี่ไง ผมใส่สมุด ใหญ่น้อย เอาเครื่องมือเขียนใส่ลงไป เอากระดาษโปสเตอร์ใส่ลงไป ปิดฝาให้สนิท มันดีครับอาจารย์ ไม่เปียกฝน ไม่ปลิวไปตามลม แมลงสาบไม่เข้ามากัดกิน ปลวกไม่มาเข้า มันดีจริงๆ...ตู้เอกสารของผม ..
ผมเดินผ่านไปมาตั้งหลายครั้งไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย พ่อแสนก็ไม่เคยคุยให้ฟัง ต่อเมื่อผมแอบเปิดดูว่า เอถังใบใหญ่พิเศษ เอามาทำอะไรหนอ จึงรู้ว่า นี่คือตู้เอกสารของพ่อแสน...
คิดได้ไงเนี๊ยะ..พ่อแสน






พ่อเสน คือนักเรียนรู้ตลอดชีวิต สนุกกับการคิดและทำเพื่อแก้ปัญหาด้วยตนเอง ถ้ามีนักศึกษาไปฝึกงาน จะได้วิธีเรียนที่เยี่ยมมาก ต่อไปโครงการดงหลวง น่าสนับสนุนเปิดวิทยาลัยชีวิตให้พ่อแสน
อยากให้ท่านบางทรายส่งข้อมูลเสนอ
พ่อเสน เป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 6
หมดเขต 30 เมษายน
อ่านรายละเอียดใน เว็ปไซต์ http:www.once.go.th
หรือสอบถามข้อมูล
: กลุ่มพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้
โทร 02-668-7123 ต่อ 2513, 2517
เยี่ยมเลยครับ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์
สวัสดีครับพี่
นี้เป็นการคิดนอกกรอบจริงๆ
หรือคิดแบบไม่มีกรอบก็ได้
ปกติเราจะนึกถึงแนวทางเดิมๆ
โดยมากจะอ้อมไปอ้อมมา
พ่อแสนท่านคิดตรงเป้า ไม่ต้องอ้อมค้อม
โดยไม่สนใจรูปแบบ จึงได้ผลทีน่าทึ่ง
แต่ที่สำคัญ ความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศครับ
สวัสดีครับท่าน
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
สวัสดีครับน้อง 2. พิชชา
สวัสดีครับป้าแดง
3. pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
สวัสดีครับน้อง
4. jumpzz
เยี่ยมเลยครับ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์
ขอบคุณแทนพ่อแสนครับ
สวัสดีครับน้องขจิต
5. ขจิต ฝอยทอง
น้องออตครับ
6. ออต
สวัสดีครับน้อง
7. ธ.วั ช ชั ย
นี้เป็นการคิดนอกกรอบจริงๆ
หรือคิดแบบไม่มีกรอบก็ได้
ปกติเราจะนึกถึงแนวทางเดิมๆ
โดยมากจะอ้อมไปอ้อมมา
พ่อแสนท่านคิดตรงเป้า ไม่ต้องอ้อมค้อม
โดยไม่สนใจรูปแบบ จึงได้ผลทีน่าทึ่ง
แต่ที่สำคัญ ความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศครับ
พี่เห็นด้วยว่าเป็นความคิดนอกกรอบ ของพ่อแสน
เอาสิ่งรอบตัว ย้อนประสบการณ์ ช่างสังเกต เอาธรรมชาติมาใช้ประโยชน์
ถามว่าไทโซ่คนอื่นๆมีไหม มีครับ แต่พ่อแสนพิเศษกว่าคนอื่นๆครับ
สวัสดึค่ะคุณบางทราย
ยินดีรู้จักค่ะ คนไม่มีราก เคยเป็นเจ้าหน้าที่ในโครงการสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยค่ะ ทำตั้งแต่ รุ่น 1-5 แล้วออกมาเรียนหนังสือ ตอนนี้ สกศ.กำลังคัดครูภูมิปัญญาไทย รุ่น 6
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณบางทรายบอกว่า ผมกล่าวไว้ในบทสรุปการเขียนบันทึกของผมว่า ส่วนหนึ่งคือการเปิดเวทีให้ชาวบ้านได้มี "หม่องลงในที่สาธารณะ" เช่นนี้บ้าง ปกติชาวบ้านนั้นคือคนที่ถูกลืม แต่เมื่อจะใช้ประโยชน์ก็เข้าไปกราบแทบเท้าเชียว..
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโครงการนี้แล้ว.... คนไม่มีราก กำลังลังเลว่า เราควรจะมีกระบวนการคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยแบบเดิม ต่อหรือไม่ เพราะดู ๆ ไป น่าอิดหนาระอาใจกับความคิดของผู้ใหญ่บางคน เมื่อบอกว่า การศึกษามี 3 ระบบ ทั้งในระบบโรงเรียน นอกโรงเรียน และตามอัธยาศัย แต่เอะอะ ก็จะจับครูภูมิปัญญาไทย เข้าสู่ระบบในโรงเรียนเสียหมด เห็นแล้วก็เกิดความประดักประเดิด ครูที่หนักแน่นก็ยัง ยืนหยัดอยู่ได้ในการเป็นตัวของตัวเอง ครูบางคนท่านจิตใจซื่อใสเกินไป พยายามทำตามที่เขาบอกมาให้ทำ...ก็เลยเสียศูนย์ เป็นอะไรไปแล้วก็ไม่ทราบได้
ในทางกลับกัน น่าจะมีระบบที่ช่วยรักษา ดำรง คงไว้ซึ่งครูภูมิปัญญาเหล่านี้ ให้ท่านได้ทำงานของท่านในวิถีของท่าน แต่สร้างระบบรองรับงานและให้การสนับสนุน จะดีกว่าหรือเปล่า
ตอนที่ยังทำโครงการ พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไร ถูกตัดบททุกที ....
ต้องทำตัวเป็นข้าราชการที่ดี คือ ทำตามคำสั่งนาย และต้องมีคุณสมบัติข้าราชการที่ดี คือ โง่ (ห้ามคิด/ไม่ต้องคิด) จน (ปัญญา/ความคิด) เจ็บ (สมอง/สติปัญญา)
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยังสนับสนุนให้มีการยกย่องครูภูมิปัญญาไทย นะคะ การยกย่องคนดีเป็นสิ่งจำเป็นในสังคม แต่จะช่วยกันอย่างไรให้ระบบการยกย่องมันถูกทาง...
มีอะไรให้ช่วย...อย่าลังเลนะคะ...ยินดีค่ะ
สุดยอดจริง ๆ ค่ะ.....
คิดได้ไงเนี่ย.....วลีนี้เหมาะสมค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ 15. คนไม่มีราก
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและแลกเปลี่ยน
ผมคงมีโอกาสแลกเปลี่ยน กับคนไม่มีรากมากขึ้นนะครับ
ตอนนี้ผมมาอยู่สกลนคร การสื่อสาร อาจไม่สดวกนักครับ
น่าสนใจภารกิจดังที่เล่ามา ครับ
สวัสดีครับ
16. นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
อย่างที่เรากล่าวกันครับว่า ชาวบ้านอีกจำนวนมากมีลักษณะนักคิดแบบพ่อแสน แต่เรายังไม่พบ หรือพบแต่เขาไม่มีเวทีสาธารณะแสดงออก หรือเราคนทำงานไม้ได้เอาท่านเหล่านั้นมาแสดงผลงานท่านครับ รอบๆข้างเราเองก็น่าจะมีหลายคนนะครับ
ขอบคุณมากครับ