แม้เวลาจะผ่านไป 178 ปีแล้ว แต่ผลงานการสร้างสรรค์ อันทรงคุณค่าในศิลปกรรมแบบต่างๆ นับเป็นมรดก ทางวัฒนธรรม เป็นภูมิปัญญาไทย ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ อันทรงคุณค่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจยิ่งนัก

แม้เวลาจะผ่านไป 178 ปีแล้ว  นับตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ พระอารามหลวงประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อพ.ศ. 2373  วัดพระเชตุพนฯก็ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้สรรพวิทยาอย่างมั่นคงตลอดมา  ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

Wat%20po

 ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก  ที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก จึงเสนอคณะกรรมการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาขึ้นทะเบียนจารึกวัดพระเชตุพนฯ เป็นมรดกความทรงจำของโลกในปีพ.ศ. 2552ค่ะ

เนื่องจากองค์ความรู้ของจารึกดังกล่าวมีความสำคัญระดับสากล และมีวิชาหลากหลายที่เป็นสากลด้วย โดยเฉพาะเรื่องการแพทย์แผนโบราณ การบริหารกายเพื่อบำบัดโรค เช่น ตำราแพทย์ วิชาฤาษีดัดตน เป็นต้น



จึงมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวนี้ไปยังสื่อทุกประเภท ซึ่งก็ได้ทราบจากจาก   หนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น กรุเทพฯธุรกิจ ไทยรัฐ และ ข่าวสดเป็นต้น ว่า ที่ประชุมใหญ่ยูเนสโก ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อเร็วๆ นี้มีมติรับรองศิลาจารึกจดหมายเหตุวัดพระเชตุพนฯ ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำของโลกในส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้คณะกรรมการว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก จะนำเอกสารการที่ยูเนสโกประกาศยกย่องศิลาจารึกวัดโพธิ์เป็นมรดกความทรงจำของโลกในส่วนภูมิภาค ถวายแด่พระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่
31 มี.ค.นี้

 อันตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 นี้ ดิฉันได้พาเพื่อนชาวต่างประเทศ ไปเที่ยวชม วัดโพธิ์นี้ด้วยค่ะ เราไปกันตั้งแต่เช้า หวังว่า คงไม่ร้อนนัก และคนคงยังไม่มาก

เป้าหมายของการไปชมคือ ชมพุทธศิลป์ที่วิจิตรงดงามมาก  และ ภูมิปัญญาไทยการนวดและตำรายาต่างๆที่จารึกไว้ คนไทยไม่เสียค่าชม แต่คนต่างประเทศเสียคนละ 20.00บาทค่ะ

ภายในวัด มีศิลปะแบบประณีตศิลป์มาก ถ้าจะให้ทั่วถึง ต้องมีเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ช.ม.

 เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูทรงมงกุฎ ตัดกระเบื้องเป็นรูปดอกไม้เรียงกัน ลดหลั่น สีสัน สวยงามมาก ตรงทางเข้าวัดเลย มีทั้งหมด 16 ประตู

 กล่าวกันว่า เป็นศิลปะ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพอพระราชหฤทัย เป็นพิเศษ และตรงข้างประตูซ้ายขวา จะมีรูปตุ๊กตาศิลปะจีน ลั่นถันนายทวารบาลยืนอยู่ ทุกคนไม่พลาดที่จะถ่ายรูปที่ตรงนี้ค่ะ

%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c

ดิฉันพาเพื่อนเข้าไปกราบพระประธานในพระอุโบสถก่อน นามว่า พระพุทธเทวะปฎิมากร

 และออกมาเดินรอบ พระระเบียงรอบพระอุโบสถ เป็นระเบียง 2 ชั้น ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสมัยต่างๆ เช่น ล้านนา สุโขทัย อู่ทอง และอยุธยา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ได้โปรดให้อัญเชิญมาจากหัวเมืองต่างๆ แล้วนำมาบูรณะใหม่

พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในพระระเบียงชั้นในมีทั้งสิ้น 154 องค์ ส่วนในพระระเบียงชั้นนอกประดิษฐานพระพุทธรูป 244 องค์ ตามเสาพระระเบียงจำหลักศิลาจารึก ประเภทวรรณคดีต่างๆ เช่น โคลง ฉันท์ กลอน กลบท ระหว่างพระระเบียงทั้ง 2 ชั้น มีถะ หรือเจดีย์ลัทธิมหายานแบบจีน จำนวน 20 องค์

ต่อจากนั้น ก็รีบเข้าไปที่พระวิหารพระพุทธไสยาส เป็นพระพุทธไสยาสที่งามที่สุดในประเทศไทยค่ะ

Thebudhafeet

 ทอดพระองค์ยาวถึง 46 เมตร พระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ตรงกลางเป็นกงจักร ตามตำรา มหาปุริสลักษณะ

 และที่ผนังจะเป็นรูปเขียนสีและจารึกเรื่องมหาวงศ์  ( พงศาวดารลังกาทวีป) ที่พระวิหารนี้ คนแน่นมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศค่ะ ตามทางเดิน มีการเตรียมบาตรมาให้สาธุชน ตักบาตรด้วยเหรียญด้วย มีเสียงกรุ๊งกริ๊งดังอยู่ตลอดเวลา เราได้เดินตักบาตรสตางค์ 108 ลูก ไปกับเขาด้วย จิตใจอิ่มเอิบดีค่ะ

Jaturamook

ต่อจากนี้ ดิฉันพาเพื่อนไปชมที่พระมณฑป หอไตรจัตุรมุข ที่นี่ สวยงามมากค่ะ สร้างในรัชกาลที่ 3 เป็นสถาปัตยกรรมจัตุรมุขเครื่องยอดทรงมงกุฎ  ประดับการะเบื้องเคลือบหลากสี สวยวิจิตรจริงๆ

อากาศเริ่มร้อน ดิฉันเลยพาเพื่อนไปที่สวนมิสกวัน เป็นสวนไม้ประดับ แล้วไปสระจระเข้ และไปเขาฤษีดัดตน ซึ่งเป็นสวนสุขภาพค่ะ  เป็นที่รวมการแพทย์แผนโบราณ และศิลปะวิทยาการ สมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ค่ะ

ต่อไป คือ ไปชม โรงเรียนแพทย์แผนโบราณและการนวดแผนโบราณ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้ทรงโปรดเกล้าให้แพทย์ประจำราชสำนักเป็นแม่กอง จัดทำตำราจารึกแพทย์แผนโบราณ ลงไว้บนหินชนวน ใส่กรอบประดับไว้ ที่พระระเบียง รอบพระมหาเจดีย์ และตามเสาศาลาราย

Thai_massage

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯให้จารึกองค์ความรู้ลงบนแผ่นหินอ่อนจำนวน 1,360 แผ่น ประดับไว้บริเวณผนังพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาราย วิหารคดภายในวัดพระเชตุพนฯ

ที่โรงเรียนแพทย์แผนโบราณฯนี้  มีนักท่องเที่ยว นิยมกันมาก มาเข้าคิว รอนวดกัน ไม่ขาดสายเลยค่ะ


จารึกทั้งหมดประกอบด้วย 8 หมวดวิชา ได้แก่ หมวดประวัติการสร้างวัด หมวดพระพุทธศาสนา หมวดตำรายาที่จารึกจากสมุฏฐานโรคและยารักษาโรค หมวดอนามัยที่จารึกภาพฤาษีดัดตน หมวดวรรณคดี หมวดสุภาษิต หมวดทำเนียบหัวเมืองขึ้นของกรุงสยาม และหมวดประเพณีที่จารึกเกี่ยวกับรื้วขบวนแห่กฐินพยุหยาตราทางสถลมารค

รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เขียนรูปลงในศิลาจารึก และปั้นรูปฤาษีดัดตนในท่าต่างๆ จำนวน 80 ท่า สำหรับอธิบายประกอบตำรับตำรา

 ในวัด มีการปรับปรุงใหม่ สวยงาม น่าประทับใจ   มีผู้คน สนใจมาชมและถ่ายรูปกันมากทุกจุด  

สุดท้ายก่อนออกจากวัด ไปชมตำหนักวาสุกรี ที่เป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรถ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 ทรงเป็นรัตนกวี ของชาติ ที่องค์การยูเนสโก ประกาศ ยกย่องให้เป็น พระผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ระดับโลก(กวีเอกของโลก)

ผลงานของท่านที่พวกเรารู้จักกันดีคือ....

พฤษภกาษร      อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่ห์คง  สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย   มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี   ประดับไว้ในโลกา

Rest

เมื่ออกจากวัดมาแล้ว เรายังพูดคุยถึงสิ่งที่ได้เห็นมาไม่ขาดปาก ชื่นชมถึงผลงานการสร้างสรรค์ อันทรงคุณค่าในศิลปกรรมแบบต่างๆ นับเป็นมรดก ทางวัฒนธรรม เป็นภูมิปัญญาไทย ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ อันทรงคุณค่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจยิ่งนัก

 ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ดิฉันพาเพื่อน นั่งแท็กซี่กลับ ไปหาอะไรกินกันที่ท่าพระจันทร์ มีของกินมากมายให้เลือก และแวะไปที่ท่าน้ำ ยืนให้ลมแม่น้ำพัดผ่านอย่างสดชื่นดี ผู้คนสัญจรไปมา อย่างคึกคักเช่นเคย และที่แปลกไป คือที่ท่าเรือนี้ มีห้องน้ำให้เข้า และสะอาดด้วยนะคะ

 

Traffic

 

ในยุค 14 ตุลา 2516 คำว่าท่าพระจันทร์ มีความหมายขลังมาก หมายถึงการต่อสู้ เพื่อความยุติธรรมในสังคม แต่มาบัดนี้ ไม่มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างนั้นอีกแล้ว ภาพข้างล่างนี้ คือทางเดินไปท่าน้ำท่าพระจันทร์ค่ะ ปรับปรุงสะอาดขึ้นมากค่ะ สองข้างทางเป็นร้านอาหารและร้านขายของตลอดทาง

 อ้างอิง--1.-คู่มือนำเที่ยววัดโพธิ์ เรียบเรียงโดยคุณ รำไพพรรณ แก้วสุริยะ

         ---2.-ข่าวสารจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

       ----3.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

      ----4.ข่าวสารจาก หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ปีที่ 17 ฉบับที่ 6325 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2551 คอลัมน์ที่ 13