ควรทำจากเล็กไปใหญ่ จะพลาดน้อย ลงทุนน้อย และสามารถพัฒนาต่อยอดและขยายผลเชิงภูมิปัญญาได้ง่าย

 

วันนี้ผมไปเข้าร่วมประชุม น้ำโลก เพื่อร่วมรับฟังและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย

 

ประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ มีสาระที่ผมเสนอว่าควรปรับปรุงอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันคือ

 

ก.      การจัดการน้ำแบบบูรณาการนั้น ควรคิดมาจากความพอเพียงระดับครัวเรือน และชุมชน โดยพิจารณาเชื่อมโยงกับการจัดการลุ่มน้ำขนาดจิ๋ว ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่เป็นลุ่มน้ำสาขาในระดับต่างๆ จนถึงลุ่มน้ำหลัก ๒๕ ลุ่มน้ำ

a.    การจัดการระดับครัวเรือน ควรเน้นความพอเพียง และประสิทธิภาพการใช้น้ำ ตามระดับคุณภาพของน้ำ

b.    การจัดการระดับชุมชน ควรประสานผลประโยชน์การใช้น้ำระดับกิจกรรมชุมชน

c.    การจัดการในระดับลุ่มน้ำควรเน้นการอนุรักษ์ลุ่มน้ำ การกระจายและเชื่อมโยงระบบการใช้น้ำแต่ละภาคส่วน

ข.      ควรมีการทบทวนโครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขง ว่ามีความเป็นไปได้จริงหรือไม่ ด้วยข้อจำกัดหลายประการ คือ

a.    การผันน้ำในช่วงน้ำหลากระหว่างฤดูฝนจะไปซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ หน้าแล้งก็ไม่มีน้ำให้ผัน

b.    ผันมาแล้วจะนำไปใช้ทำอะไรจึงจะคุ้มค่า ตอนนี้เขตชลประทานก็ปล่อยน้ำไหลทิ้ง แบบไม่ทราบจะทำอะไร นอกจากปลูกข้าวนาปรัง นาปี ที่แทบไม่มีกำไรอะไร

c.    จะป้องกันปัญหาดินเค็ม น้ำเค็มกระจายตัวได้อย่างไร

d.    การเก็บกักน้ำในพื้นที่ไว้น่าจะประหยัดและง่ายกว่า โดยเฉพาะเขตน้ำฝน ที่จะได้ประโยชน์ทั่วถึงกว่า ถ้ามีการจัดการระดับไร่นา

 

การดำเนินการดังกล่าวควรทำจากเล็กไปใหญ่ จะพลาดน้อย ลงทุนน้อย และสามารถพัฒนาต่อยอดและขยายผลเชิงภูมิปัญญาได้ง่าย

 

และทำให้สามารพัฒนาเชื่อมโยงได้ทุกเรื่อง แบบบูรณาการ ได้ ทั้งทรัพยากร ระบบนิเวศ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกัน