บ้านนอกเข้ากรุง

            ก็เป็นอีกครั้งที่ได้กระเตงลูกเมียเข้ากรุงหลังจากประชุมเสร็จ พ่อกับแม่วางแผนเอาไว้ว่าจะพาสองสาวตัวเล็กไปเที่ยวที่สวนสัตว์เปิดซาฟารี เวิลด์ ส่วนคุณแม่จะได้หาโอกาสไปหาซื้อเสื้อผ้าใส่เพิ่มเติม นี่เชื่อหรือไม่ว่า เมียผมนั้นมีเสื้อผ้าใส่น้อยมาก บางตัวใส่มาตั้งแต่คลอดลูกคนโต (ตอนนี้เธออายุ 7 ขวบเข้าไปแล้ว) ก็แม่คุณเล่นตัวกระติ๊ดเดียว แถมยังมีข้อบ่งชี้บ่งห้ามมากมายในการเลือกซื้อนี่นา ตัวนี้โบไม่สวยบ้าง กระดุมไม่สวยบ้าง ท้ายที่สุดก็เลยหาซื้อไม่ได้ จนกระทั่งแม่ยายผมบ่น คราวนี้เลยเกิดความรู้สึกเขินกระมัง ขึ้นกรุงเทพครานี้หวังไว้ว่าจะหามาใส่ตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมบ้าง (เจ้าประคู๊น ขอให้สมหวังเถิ๊ด)

            ตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ที่เราเข้ามาถึงบางกอก ก็เมียไปเดินหาซื้อเสื้อผ้ากับน้องสาวผม เขาไปที่หลังการบินไทยครับ ตรงนั้นผมขอบ๊ายบาย เพราะว่าเคยไปด้วยแล้ว บอกตรงๆว่าปวดหัว ร้อนเหลือเกิน เลยอาสาเลี้ยงลูกอยู่ที่ห้องก็แล้วกัน แต่นั่นแหละ กะจะแอบนอนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะคุณเธอทั้งคู่เรียกตลอด เดี๋ยวทะเลาะกันบ้าง แย่งของกันบ้าง ตัวพ่อนั้นนอนหลับๆตื่นๆ จนเวลาล่วงไปเกือบหกโมง เมียและน้องก็กลับมา ส่วนผมยังคงต้องหิ้วไอ้สองตัวไปว่ายน้ำอีก ก็สนุกไปอีกแบบ ลูกมันได้พักร้อนจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

            เช้าวันเสาร์เรามีนัดกันที่ ซาฟารี เวิลด์ กว่าจะไปถึงก็ 11 โมงพอดีพอดิบ ต้องรีบเดินรีบจ้ำไปดูโชว์สิงโตทะเล เขาเล่นกันไปแล้วกว่าครึ่ง คุณจ้าออกจะดูงงงง เพราะว่าไม่รู้จักว่ามันคือตัวอะไร จากนั้นก็ไปดูโชว์นก งานนี้เธอชอบ เพราะว่ารู้จักนกแล้ว พี่แป้งชอบมากกว่า เพราะเธอรู้จักชื่อนก อันนี้ใครมีลูกก็ลองสังเกตดูนะครับ ลูกแต่ละวัยนั้นการรับรู้จะแตกต่างกัน คนเล็กรู้จักว่ามันคือนก เมื่อเขาเห็นนกก็พอใจ ส่วนตัวใหญ่รู้จักในรายละเอียด รู้ว่านกเงือกเป็นอย่างไร สถานภาพในป่าเป็นอย่างไร รู้จักนกฟลามิงโก รู้ว่ามันเป็นนกต่างชาติ รู้จักเหยี่ยว ความสุขก็เกิดทั้งคู่ (ต้องบอกว่าทั้งคี่ เพราะพ่อมันสุขด้วย)

            เสร็จจากโชว์นกก็เที่ยงตรง เราทั้ง 4 จึงเดินไปหาของกิน โอแม่เจ้า อะไรมันช่างแพงขนาดนี้ น้ำดื่มขวดละ 20 บาท อาหารจานละ 45 บาท ไอศกรีมแท่งละ 30 บาท แบบว่าคนจนหมดสิทธิ์สนุกเลยก็ว่าได้ จริงๆแล้ว คนเข้าเที่ยวก็มากมายจนไม่น่าจะเจ๊ง (อันนี้ผมไม่แน่ใจแฮะ เพราะเรามาวันหยุด วันธรรมดาเขาอาจจะไม่มีคนมาเลยก็ได้กระมัง) เขาน่าจะขายของถูกกว่านี้สักหน่อย

            บ่ายโมงครึ่งก็ไปดูโชว์โลมาและวาฬขาวกัน (วาฬจริงๆนะครับ ไม่ใช่วาน บ้านผมแปลว่าตูด) งานนี้ตรึงใจสองสาวมาก เพราะที่มานี่ก็เพราะเธออยากดูโลมา คุณจ้าไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ยิ่งเวลาที่โลมาทำท่าตลกๆนั้น เธอก็ตลกไปด้วย ไม่รู้ว่าเข้าใจมากน้อยแค่ไหนกัน ส่วนพี่แป้งก็คอยจับผิดพ่อและพิธีกร หากเผลอพูดว่า ปลาโลมาหรือปลาวาฬแล้วล่ะก็ เธอจะสวนทันทีว่า โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่ปลา อย่าลืมสิคุณพ่อ ว่าไปนั่น

            หมดจากโลมาก็พากันไปขึ้นรถบัสเพื่อชมสวนสัตว์เปิด ตอนแรกว่าจะเดินดูสัตว์อื่นๆอีก แต่มันร้อนเหลือเกิน ผมต้องอุ้มคุณจ้าตลอดตั้งแต่ 11 โมง แขนเริ่มแข็งแล้ว เห็นบ่นๆว่าอยากดูฮิปโป ผมต่อรองว่าไปนั่งรถดูสัตว์ก่อนดีกว่า ส่วนโชว์สตั้นท์นั้นไม่ให้ดู เพราะว่ามันโหดไปหน่อย มีระเบิดด้วย อันนี้ติดเรท +12 ปีครับ

            เราต้องจ่ายเบี้ยค่ารถอีกคนละ 20 บาท รถบัสพาเราเข้าสวนสัตว์โดยปราศจากคนบรรยาย เมื่อ 8 ปีก่อนที่ผมมาที่นี่นั้น จำได้ว่าจะมีคนอธิบายไปตลอดทริป คราวนี้มีแต่คนขับ หน้านิ่ง เขาจะใช้วิธีจอดรถเป็นพักๆเพื่อให้คนในรถดูเอาเองว่า เขาอยากจะให้ดูอะไร แต่อันนี้ผมไม่ค่อยสนใจนัก เพราะว่าสามารถอธิบายให้ลูกสาวทั้งสองฟังได้ตลอดงาน บางครั้งคุณตัวเล็กยังอธิบายผมได้อีกนะ คุณพ่อ นั่น นั่น ชี้บ่ะ ดูเร็วๆ ชี้บ่ะ ชี้บ่ะ ฮ่า ฮ่า zebra ครับท่าน

            สภาพในสวนสัตว์นั้นช่างดูเหมือนแอฟริกาจริงๆ (ไม่เคยไปหรอกนะ) แห้ง แล้ง ฝุ่น ต้นไม้น้อย แต่ในสวนสิงโตและเสือนั้น ต้นไม้มากหน่อย เสือและสิงโตที่นี่ช่างสบาย แต่ละตัวอ้วนพุงกางเชียว พูดถึงเสือแล้วนึกได้ ว่าเมื่อ 8 ปีก่อนนู้น ตอนที่เข้ากรงเสือ เมื่อรถคันที่ผมนั่งจอดให้ดูปุ๊บ เสือก็โชว์ผสมพันธุ์ปั๊บ เรียกว่าโชว์จารย์แป๊ะหน่อย หมอโรคเซ็กซ์มาต้องรีบทำให้ดู งานนี้ฮาตรึม

            ดูไปดูมาคุณจ้าหลับสลบเหมือด ส่วนคุณแป้งก็ตาโปรย เลยตกลงใจกันว่ากลับเลยดีกว่า คงไม่ต้องเข้าไปดูสัตว์อื่นๆอีกแล้ว เราตัดสินในเข้าเมือง มุ่งตรงไปที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว พี่แป้งอยากได้ที่คาดผมและรองเท้ากีฬา ส่วนคุณจ้าอยากได้พ่ออุ้มต่อไป

            และตกลงว่าได้แต่ที่คาดผม รองเท้านั้นหาไม่ เพราะว่าไม่มีขนาดเล็กเท่าเท้าเธอ เลยบอกไปว่า โตกว่านี้หน่อยสิ จะได้มีรองเท้าสวยๆใส่ เสร็จแล้วก็ไปกินอาหารญี่ปุ่น โอ๊ยโหย๋!! ต้องรอคิวนานเกือบชั่วโมง บ่นกับลูกว่า ที่กรุงเทพนี่คนมาก ต้องแย่งกันกินเชียวนะเนี่ย (จริงไหมครับ)

            กินเสร็จก็พาจ้ากลับบ้าน ส่วนคุณแม่เธอนั้น ผมใช้ให้ไปหาซื้อเสื้อผ้าต่อกับน้องสาวผม งานนี้สมใจอยากทั้งแม่และลูก ส่วนพ่อมันนั้นยังไม่อยากได้อะไร แต่จะว่าไปผมก็สมหวังนะครับ เพราะอยากให้เขาเที่ยว เขาซื้อ ก็เป็นอันว่า วิน วิน

            กลับบ้านวันอาทิตย์ ต่างคนต่างได้ชาร์ตแบตเตอร์รีเรียบร้อย พร้อมที่จะทำงานในหน้าที่ของตัวเองต่อไป บ๊ายบายบางกอก ค่อยเจอกันวันอังคารนะ ผมจะมาแวะเพื่อไปขอนแก่นสัปดาห์หน้าครับ สวัสดี