บ้านบนดอย ตอนที่ 3

สวัสดีค่ะชาว G2K  ทักทายกันตอนเย็นๆ  แดดร่ม ลมตก แบบนี้... 

สายลมพัดมาเบาๆ  แบบนี้ครูดอยอย่างดิฉันจะมีอะไร้ให้คิด 

นอกจากลูกศิษย์ตัวน้อยๆของดิฉัน

...ความน่ารัก   ความไร้เดียงสา สายตาที่ออดอ้อนของเด็กๆ

แหม...ช่างน่ารักซะจริง 

ถึงแม้เนื้อตัวจะมอมแมมไปบ้าง  แต่กิริยา  มารยาท ความมีน้ำใจ

ที่เค้าแสดงออกมาให้เห็นนั้น  มันบ่งบอกถึงความจริงใจที่มีให้กับครูที่เขารัก

และเคารพ  เพราะส่วนใหญ่แล้วครูที่นี่จะใช้เวลาอยู่กับเด็กๆ

เพราะเป็นโรงเรียนพักนอนด้วย  ทั้งครูและเด็กๆก็เลยสนิทกัน 

อืมมม...บันทึกก่อนหน้านี้ดิฉันได้บอกไปว่า... 

มีผู้ใจบุญเอาเครื่องเล่นสนามมาบริจาคให้ 

แล้วเด็กโตไม่ได้เล่น นั่งทำตาละห้อย ...  ใช่มั้ยค่ะ  

และแล้ว....โชคก็เข้าข้างเด็กๆ  

เอ้า!!!  เด็กๆเล่นได้!!!

เท่านั้นแหละรถไฟที่มีอยู่ 4 ที่นั่ง เต็มค่ะ   

ชิงช้ามี 2 ที่นั่ง เต็ม ...

กระดานลื่นมีคนรอคิวเพียบ.... 

โอ้โห!!! มันช่างเป็นของเล่นที่วิเศษที่สุดเลย....

เกิดมาก็เพิ่งเคยเล่นที่แหละ 

อ้อ...รถไฟ  เป็นแบบนี้หรอคะ  หนูจะนั่งทั้งวันเลย มันจะไปถึงเชียงใหม่มั้ยคะ 

ชิงช้าหนูก็จะนั่งทั้งวันเลย  สนุกค่ะ   

ส่วนกระดานลื่นเด็กๆทั้งหลายก็เข้าแถวเล่นกันสนุก  สนาน 

ไม่รู้ว่ากางเกงพังกันบ้างมั้ยนะ (ดิฉันอยากให้คุณได้เห็นจัง)สนุกมากเลยค่ะครูขา  

ครูเล่นกับหนูมั้ยคะ...  แค่รู้ว่าเด็กๆมีความสุข ดิฉันก็พลอยมีความสุขไปด้วย  

จริงอยู่นะคะที่เครื่องเล่นที่เขาทำมาอาจจะเหมาะกับเด็กอนุบาลมากกว่าเด็กโต 

แต่ความรู้สึกล่ะคะ...เด็กที่โตแล้วเขาได้ผ่านช่วงเวลาของการเป็นอนุบาลมา 

แต่เขาไม่เคยเห็น...

ไม่เคยได้เล่นเลย... 

แต่พอของสิ่งนั้นมาอยู่ข้างหน้าปุ๊บ....แน่นอนค่ะ

เด็กทุกคนก็อยากลองเล่นดูสักครั้ง  และเมื่อโชคชะตาเข้าข้าง....  

คุณๆคะความรู้สึกที่ดี ...

บรรยากาศที่สนุกสนาน 

วินาทีนี้ดิฉันคิดว่า สวนสนุกในกทม.

หรือที่ไหนก็ตาม  คงไม่มีที่ใดจะสนุกเท่าที่นี่อีกแล้วค่ะ ... 

เย้...เย้...เย้...