ใครจะดีกว่าใคร.....เค้าโครงเรื่องจาก...ตากับตีน....
ยางลบกับดินสอใครดีกว่ากัน
พัชราพร สุขเผือก
** เพชรงาม **
เช้าวันใหม่ของวันที่อากาศแจ่มใส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาในห้องนอนห้องหนึ่ง ภายในห้องมีโต๊ะเขียนหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งเป็นที่ๆ นางสาวยางลบสีขาวกับนายดินสอสีดำอาศัยอยู่ ในบรรดายางลบและดินสอทั้งหมดต่างเป็นที่รู้กันว่านางสาวยางลบสีขาวและนายดินสอสีดำนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันมานานแสนนาน เพราะนางสาวยางลบสีขาวจะคอยลบคำผิดๆ ที่นายดินสอสีดำได้เขียนไว้เสมอ ส่วนนายดินสอสีดำก็ขยันเขียนผิดและเขียนผิดได้ในทุกๆ ที่ทุกๆ เวลา ด้วยเหตุนี้เองที่นางสาวยางลบสีขาวก็จะคอยลบคำผิดๆ ของนายดินสอสีดำอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันมานานนับสิบๆ ปีจนกระทั่งวันนี้นางสาวยางลบสีขาวได้เอ่ยกับนายดินสอสีดำว่า
“ นายดินสอสีดำวันนี้ฉันต้องพูดในสิ่งที่ฉันอยากจะพูดกับนาย ฉันทนนายไม่ไหวแล้ว ” นางสาวยางลบสีขาวเอ่ยออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ ทำไมล่ะ ทำไมเธอต้องพูดกับฉันแบบนี้ด้วย ” นายดินสอสีดำถามด้วยความอยากรู้
“ ก็นายนั่นแหละ ที่ทำให้ตัวฉันสกปรก ฉันต้องคอยลบในสิ่งที่นายเขียนผิด ฉันเหนื่อย เหนื่อยมาก มากจนอยากพักผ่อน ” นายสาวยางลบสีขาวโวยออกมา
“ เราก็ทำตามหน้าที่ของเรา เราไม่ผิด เธอนั่นแหละเป็นฝ่ายที่ผิด เธอมีหน้าที่ลบคำที่เราเขียนผิด เธอก็ควรทำตามหน้าที่ของเธอสิ มาโทษเราฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะ ” นายดินสอสีดำโวยออกมาบ้าง
“ ก็ได้ ในเมื่อนายยังไม่สำนึกผิดเราก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดกันอีก ” เมื่อพูดจบนางสาวยางลบสีขาวก็เดินออกไป แต่ก็ยังได้ยินเสียงของนายดินสอสีดำตะโกนออกมาว่า
“ แล้วเธอจะเสียใจ ที่ไม่มีฉันอยู่ด้วย ยางลบสีขาว ”
หลังจากนั้นเหล่าบรรดายางลบและดินสอก็ไม่มีใครเคยเห็นนางสาวยางลบสีขาวกับนายดินสอสีดำอยู่ด้วยกันอีกเลย จนเหล่าบรรดายางลบและดินสอคิดวางแผนเพื่อที่จะให้นางสาวยางลบสีขาวกับนายดินสอสีดำคืนดีกันด้วยการจัดเวทีโต้วาทีในหัวข้อเรื่อง ยางลบกับดินสอใครดีกว่ากัน
นางสาวยางลบสีขาวเมื่อรู้ข่าวที่แจ้งมาก็รีบเดินไปสมัครลงแข่งขันการโต้วาทีในขณะเดียวกันนั้นได้เดินชนกับนายดินสอสีดำด้วยเช่นกัน
“ ขอโทษค่ะ/ครับ พอดีฉัน/ผม รีบไป ” นางสาวยางลบสีขาวเอ่ยขึ้นแต่ยัง
ไม่ได้เงยหน้ามองอีกฝ่าย พอดีกับที่นายดินสอสีดำเอ่ยขึ้นเหมือนกัน ด้วยเสียงที่คุ้นเคยทั้งสองจึงเงยหน้าขึ้นมอง
“นี่..นาย จะรีบไปไหนกันชนฉันจนเปื้อนหมดแล้วเนี่ย ” นางสาวยางลบ
สีขาวเอ่ยขึ้น
“ แล้วเธอล่ะยางลบสีขาว จะรีบไปไหนไม่ทราบ ” นายดินสอสีดำเอ่ยขึ้น
บ้าง แถมยังทำหน้าทะเล้นอีก
“ มันก็เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว ฉันไม่อยากจะเสวนากับนายเท่าไห
หรอกนะ เดี๋ยวไปไม่ทันกำหนด ” พอพูดจบนางสาวยางลบสีขาวก็รีบเดินออกไปโดยทิ้งให้นายดินสอสีดำอยู่คนเดียว
ณ ห้องรับใบสมัคร นางสาวยางลบสีขาวได้นำใบสมัครมายื่นให้กับกรรมการและไม่นานนักก็มีนายดินสอสีดำตามมายื่นใบสมัครอีกคนหนึ่ง
“ นี่นายมาทำไมเนี่ย ”
“ เราก็มาสมัครโต้วาทีล่ะสิ แล้วเธอล่ะ ”
“ ฉันก็มาสมัครเหมือนกัน และฉันก็ต้องได้เข้ารอบด้วย ” นางสาว
ยางลบสีขาวพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“ ผลประกาศออกมาแล้วนะครับว่ามีผู้ลงสมัครเพียงแค่สองคน ดังนั้น
ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ ” เสียงของผู้ประกาศดังขึ้น
“ ว่าไงนะ/ฮะ ตกลงมีเราแค่สองคนหรือคะ/หรือครับ ” ทั้งสองอุทาน
ออกมาพร้อมกัน
“ แต่น้องสองคนจะต้องเข้าค่ายอยู่ด้วยกันเพื่อศึกษาพฤติกรรมของฝ่าย
ตรงข้ามด้วยนะ ”
“ ค่ะ/ครับ ”
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง นางสาวยางลบสีขาวก็ได้คิดทบทวนว่าตนเองก็เป็นฝ่ายผิดที่ไปว่านายดินสอสีดำก่อนจึงรู้สึกผิดและอยากขอโทษนายดินสอสีดำ ทางด้านของนายดินสอสีดำก็เช่นกันเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับนางสาวยางลบสีขาวอีกครั้งก็รู้สึกผิดและอยากขอโทษนางสาวยางลบสีขาว
ณ เวทีโต้วาที
“ ขอเชิญผู้แข่งขันทั้งสองขึ้นบนเวทีได้แล้วครับ ” สิ้นเสียงโฆษกนางสาวยางลบสีขาวและนายดินสอสีดำก็ขึ้นนั่งประจำโต๊ะของแต่ละฝ่ายและบรรยากาศของการโต้วาทีก็เริ่มขึ้นจนถึงประโยคที่นางสาวยางลบสีขาวเอ่ยขึ้นว่า
“ ดิฉันคิดว่า ไม่ว่าเราจะเกิดเป็นยางลบหรือดินสอก็ไม่สำคัญค่ะ ขอเพียงแค่เราได้ทำหน้าที่ของตัวเราเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ” เมื่อนางสาวยางลบสีขาวพูดจบนายดินสอสีดำก็พูดขึ้นก่อนที่ทั้งคู่จะต้องเดินออกมาจับมือกันแล้วพูดสรุปร่วมกันสุดท้าย
“ ผมก็คิดว่า โลกนี้สร้างเราขึ้นมาเพื่อที่จะให้เราได้ทำประโยชน์และเราก็ควรทำหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดครับ ” แล้วนางสาวยางลบสีขาวกับนายดินสอสีดำก็เดินออกมายืนอยู่หน้าเวทีจับมือกันนางสาวยางลบสีขาวจึงพูดขึ้นว่า
“ ยางลบคงไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ได้ใช้งานและอยู่ร่วมกันกับดินสอก็
เหมือนกับรองเท้าที่ไม่มีคนใส่” เมื่อนางสาวยางลบสีขาวพูดจบ นายดินสอสีดำก็พูดขึ้นบ้าง
“ ดินสอจะยังคงโดดเด่นและคงความถูกต้องอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มียางลบก็
เปรียบได้ว่าความผิดพลาดเป็นครูของความถูกต้อง ”
เสียงตบมือดังขึ้นเมื่อผลประกาศออกมาแล้วว่าไม่มีใครแพ้ นางสาวยางลบสีขาวได้เอ่ยขอโทษนายดินสอสีดำที่แต่เอาใจตนเองไม่คิดถึงจิตใจคนอื่น และนายดินสอสีดำก็เอ่ยขอโทษนางสาวยางลบสีขาวที่ตนเองก็เอาแต่เขียนผิดโดยไม่ได้แก้ไขจนทำให้นางสาวยางลบสีขาวต้องเหนื่อยลบในสิ่งที่ตนได้เขียนคำผิดๆ ไว้
“ นี่ นายดินสอสีดำ ฉันอยากเป็นเหมือนรองเท้าที่มีคนใส่ นายไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหม ”
“ อืม ”
น่ารักครับ เขียนได้ดีมากเลย
ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครไม่สำคัญหรอกครับ ทุกคนต้องพึ่งพากันอยู่แล้ว
เขียนต่อไปนะครับ จะคอยอ่าน
สวัสดีค่ะน้องเอก
- ยินดีมากค่ะที่เข้ามาอ่านผลงานของน้อง ๆ นักเรียน
- ขอบคุฯที่ให้กำลังใจ...ขอเป็นกำลังใจให้น้องเอกเช่นกันค่ะ
-จะคอยอ่านบันทึกของน้องเอกนะคะ
มาเยี่ยม
ยางลบหายไปไหน...ลูกชายวัยซนพึ่งตระโกนถามผม...แสดงว่ายางลบก็สำคัญไม่แพ้ดินสอนะครับ...
สวัสดีค่ะ
๑. คุณปรีดา....เคยได้ยิน..ได้เห็น..ได้ทำ...อ่านหนังสือในส้วม...
เพิ่งรู้เป็นครั้งแรก....โน้ตบุ๊คในส้วม.....โรงแรมดัง ๆ ต้องมีบริการนี้แก่ลูกค้าบ้างแล้ว...ขายความคิดแจ่ม ๆ นี้ได้เลย
๒. คุณดร. อุทัย ....ทุกสิ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกันในตัวของมันเอง...สำคัญมากน้อย...หรือไม่...อยู่ที่ให้ความสำคัญ.....แต่ก็มิได้นำพา ( วลีนี้กำลังฮิตค่ะ )...ขอบคุณที่แวะมาค่ะ...ยินดีต้อนรับเสมอ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์ขจิต
- ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับความรู้ที่หามาให้....ห้ามตั้งตาคอยดูนะ...เพราะหนูค่อนข้างเอ๋อในเรื่องนี้ค่ะ...อิอิ