ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะอยู่หมวดไหนดี จึงเลือกเป็นเรื่องทั่วไปเสียเลย

เมื่อสามวันก่อน ท่านอาจารย์ ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม แห่ง วอศ. อาจารย์ที่เคารพของผมโทรมาให้ไปพบท่านเพื่อคุยเรื่องงานวิจัยที่ผมกำลังสนใจทำ แล้วบังเอิญว่ามีคนสนใจจะให้ทุนทำด้วย แล้วท่านก็ให้เวลาผมสามวันเพื่อเขียนโครงการวิจัย อึ๋งกับอึ๋งครับ เนื่องจากผมต้องทำเค้าโครงวิทยานิพนธ์ส่งอาจารย์ในกำหนดเดียวกันด้วย แต่แล้วเมื่อวานทั้งสองงานของผมก็เกือบเสร็จพร้อมๆ กัน มันเป็นไปได้ครับ ผมเขียนโครงการวิจัยสองเรื่องพร้อมกันได้ ฮาฮา ปรากฏเย็นวานได้รับการติดต่อจากท่านอาจารย์ ดร.อะหมัด (วอศ.) ให้ผมเอาโครงการวิจัยของผมไปนำเสนอในที่ประชุมวันนี้

เช้าวันนี้ผมจึงเดินทางไป มอ.ปัตตานี เพื่อส่งเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้อาจารย์ที่ปรึกษาและเข้าประชุมงานวิจัยที่ วอศ. โอ้ทำไมสองโครงการนี้พร้อมกันอย่างได้ใจจริงๆ ครับ

แต่พอไปถึงที่ประชุม ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม ผมไม่เจออาจารย์อิบราเฮ็ม แต่เจอเฉพาะ อ.อะหมัด ท่านก็พาผมเข้าห้องประชุม ซึ่งประธานที่ประชุมก็นั่งรออยู่แล้ว (ดร.ยูโซ๊ะ ตาและ ท่านนี้ก็อาจารย์ที่เคารพของผมเช่นกัน อย่างงครับ ที่ใครๆ ที่ วอศ. เป็นอาจารย์ผม ก็เพราะผมจบป.ตรีจากวิทยาลัยอิสลามศึกษา มอ.ปัตตานี ฮาฮาฮา) ท่านประธานก็ถามว่า ผมทำเรื่องอะไร ผมก็บอกเรื่องให้ท่านไปว่า ผมต้องการพัฒนามาตรฐานและตัวบ่งชี้สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยประยุกต์แนวคิดการจัดการศึกษาในอิสลาม คุยกันเล็กน้อยครับ ก็มีผู้ร่วมประชุมทยอยเดินเข้ามาในห้องประชุม ท่านแรกคือ ดร.ดลวนะ ตาเยะ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มอย. (สถาบันต้นสังกัดของผม) เป็นงงครับ สงสัยมากว่า ท่านจะเสนอโครงการด้วยหรือ ไม่ยักรู้มาก่อนเลย ท่านต่อมาคือ อ.รอหีม นิยมเดชา อาจารย์ที่เคารพของผมอีกท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ท่านทำงานอยู่ที่ ม.นราฯ งงบวกดีใจที่ได้เจอท่านครับ (งงว่าท่านจะทำวิจัยด้วยหรือ ฮิฮิ) ท่านต่อมาคือ อ.โชคชัย (ผมมักขานชื่อว่า ยีตัน รุ่นน้องผมตอนป.ตรีครับ) ตอนนี้ท่านอยู่ มอ.หาดใหญ่

(ดร.ยูโซ๊ะ ตาเละ ประธานที่ประชุมครับ)

ปรากฏการประชุมเป็นการวางแผนเพื่อการสร้างเครือข่ายการวิจัยทางด้านอิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษา คุยกันหลายประเด็นครับ เริ่มจากทุกคนเห็นด้วยกับการให้มีเครือข่ายการวิจัยอิสลามศึกษา แล้วก็คุยไปถึงเรื่องกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดเครือข่าย ซึ่งผมเสนอให้เริ่มด้วยงานสัมมนาวิชาการจากสถาบันเครือข่าย แล้วก็ประกาศการจัดตั้งเครือข่ายในวันนั้นเลย ท่าน อ.อะหมัดก็เลยเสนอให้จัดในเดือนกรกฏาคม พร้อมกับงาน มอ.วิชาการ ซึ่งทุกท่านเห็นด้วย

ประเด็นหนึ่งที่ผมและผู้เข้าร่วมหลายท่านไม่เห็นไม่ตรงกันคือ ขอบข่ายของงานวิจัยในชื่อที่เรียกว่า อิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษา ผมไม่ค่อยชอบชื่อหลังไม่รู้พวงท้ายมาทำไม และความเห็นอีกหลายท่านที่ให้ขอบข่ายได้ชัด แต่พอยกตัวอย่างแล้วผมมองว่ามันแคบ

(ดร.อะหมัด, ดร.ดลวนะ, ดร.นิเลาะ เรียงตามลำดับครับ)

 อีกประเด็นหนึ่งที่คุยนานคือ ใครควรเป็นกรรมการดำเนินการเพื่อการจัดตั้ง ที่เห็นจะเป็นมติคือ ให้วอศ.เป็นหัวโต๊ะ แต่กรรมการจริงๆ ทุกคนเห็นคล้ายกัน แต่ท่านประธานไม่ยอมสรุปสักที เลยไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น งง อีกเรื่องหนึ่ง

(อ.รอหีม ครับ ที่ขาดไปคือ อ.ยีต้นครับ มาทีหลัง)

ใกล้เที่ยง ผมเริ่มแน่ใจแล้วว่า ผมคงมาประชุมผิดเรื่องแน่เลย แต่ไหนๆ ก็ไหน ไม่มีหนังสือเชิญก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผมไม่ได้เดินเข้าห้องประชุมผิด แต่ผู้จัดประชุมเป็นคนลากผมเข้าไปเอง ฮาฮาฮา

เสร็จจากประชุมผมก็เลยแวะที่ไปห้องพักของดร.อิบราเฮ็ม แล้วก็นั่งคุยกันเล็กน้อย ผมก็ขอตัวกลับ โดยไม่ได้ไปร่วมทานข้าวกับผู้เข้าประชุมคนอื่นๆ เนื่องจากผมนัดกับเพื่อนซี้ไว้ก่อนแล้ว

ออ.มีประเด็นหนึ่งที่ประธานเสนอขึ้นในที่ประชุม ที่ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ (แต่ไม่ได้คัดค้านอะไร เกรงใจไม่อยากทำลายบรรยากาศของความร่วมมือ ฮิฮิ) ท่านบอกว่า นักวิชาการอิสลามศึกษามีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอขอทุนวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ เนื่องจากส่วนใหญ่ของงานวิจัยอิสลามศึกษาเป็นงานวิจัยเอกสาร ในใจอยากค้านจริงๆ ครับ เพราะผมมองต่างมุมจริงๆ ด้วยเหตุผลคือ สาขาวิชาอีกหลายสาขาวิชาที่เน้นการสืบค้นเอกสารหรือหลักฐานเช่นกันเค้าไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ เช่นสาขาวิชาประวัติศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งผมว่าปัญหาอยู่ที่ว่า นักวิจัยเองต่างหากที่ไม่พยายามแสวงหากระบวนการวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ อีกประการหนึ่งงานวิจัยควรเป็นการหาคำตอบสำหรับอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต ทำทำไมหากไม่มีประโยชน์ หรือไม่ได้องค์ความรู้เพื่อการพัฒนา ผมว่าความรู้ทางด้านอิสลามมีอีกเยอะที่ต้องมีการวิจัย เพื่อให้ได้องค์ความรู้เพื่อการพัฒนา ปัญหาอยู่ที่การปรับมุมมองของอาจารย์หรือนักวิจัยเท่านั้นเองมากกว่า

มาทราบตอนหลังนี้แหละครับว่า ผมต้องเสนอโครงการวิจัยผมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 21 ครับ สรุปสัปดาห์นี้ผมต้องไปมอ.ทุกวันอีกแล้ว โอ้ย น้ำมันแพงจริงๆ