พี่เลี้ยง Nanny McPhee ในที่สุด เธอก็เริ่มกระบวนการสร้างคุณค่าในครอบครัว

 

"Nanny McPhee พี่เลี้ยงมะลึกกึ๊กกึ๋ย" ... ชื่อน่ากลัว แต่ดูไปๆ แล้ว ก็คลายเครียดดีเหมือนกันนะคะ ... หนัง UBC ค่ะ เวลาเหมาะยามเย็น ... ดูทีวีไปๆ มาๆ ก็เห็นเรื่องนี้พอดี น่าสนุกก็เลยดูสัหหน่อย

หนังเขาเริ่มจาก ... ที่พี่เลี้ยงเด็กที่กำลังตื่นกลัว (อะไรสักอย่างหนึ่ง) วิ่งหนีออกมาจากบ้าน ไปฟ้องพ่อบ้านว่า ลูกคนพี่กินน้องคนเล็กไปแล้ว ... อิอิ ... มันเป็นหนังน่ะค่ะ เชิงนวนิยายอีกต่างหาก ก็เลยต้องเชื่อ ว่าพี่เลี้ยงเชื่อว่าพี่ๆ กินน้องจริง (แต่ทีจริงเด็กกินไก่ย่างกัน ... ก็ไม่รู้ว่าพี่เลี้ยงเชื่อได้อย่างไร เขาไม่ได้ถ่ายทำตอนนั้นให้ดู) ... แต่ก็ปรากฎว่าเป็นพี่เลี้ยงคนที่ 17 ค่ะ ที่อยู่ที่บ้านนี้ไม่ได้ เพราะเด็กไม่ยอมรับ และเด็กๆ ก็จะมีกระดานแขวน แสดงประวัติการกำจัดพี่เลี้ยงไว้ด้วย ... นวัตกรรมน่ารักจริงๆ เพราะว่ามีตุ๊กตาท่าทางเหมือนพี่เลี้ยงคนนั้นๆ แขวนห้อยเรียงลำดับไว้ ... บอกสถิติด้วยนะคะว่า กำจัดภายในเวลากี่วัน

ร้อนถึงเรื่องราว ต้องมีพี่เลี้ยงใหม่มา ก็คือ Nanny McPhee นี่ละค่ะ เธอคงเป็นกึ่งแม่มด ที่มีไม้เท้ากายสิทธิ์ หน้าตาหน้ากลัว ... ที่ถ้าเคาะไม้เท้าเมื่อไร มนตร์ก็จะเกิดขึ้น ... เหมือนหนังเมื่อก่อนเลย คือ ... Mary Poppins แต่ Mary Poppins สวยกว่า ตอนที่ดูนั้นยังเป็นเด็ก ก็รู้สึกสนุกมาก มีทั้งเวทมนตร์ มีเพลง มีความอบอุ่นในครอบครัว ดูแล้วก็มีความสุขละค่ะ

และในเรื่องนี้ คุณพ่อบ้าน (พ่อหม้าย ... Mr.Brown) ก็ได้พี่เลี้ยง Nanny McPhee มาปราบพยศเด็กๆ ครั้งแรกนั้นก็คือ ร่ายเวทมนตร์ให้เด็กเล่นในห้องครัวอย่างไม่สามารถหยุดได้จนเหนื่อย และจนจะเอาน้องแอ๊กกี้ (น้องคนสุดท้อง ยังนอนแบเบาะอยู่เลย) โยนใส่น้ำเดือด (ซึ่งตรงนี้นี่เองที่เด็กๆ เริ่มพูดคำว่า Please เป็นค่ะ) และในที่สุด เธอก็ค่อยๆ เริ่มกระบวนการสร้างคุณค่าในครอบครัวละค่ะ (... เออ In กับ PMQA ในที่ทำงานมาค่ะ เพราะว่า PMQA ต้องมีกระบวนการสร้างคุณค่าของการทำงานด้วย ... เหมือนกันเลย) โดย เธอให้คำมั่นว่า เธอจะสอนเด็กๆ แค่ 5 ข้อ (อิอิ ดิฉันจำไม่ได้หมดค่ะ เอาข้อ Hi-light แล้วกัน) ก็คือ

  • ข้อแรก เมื่อบอกเข้านอนก็ต้องนอน แต่ว่า เด็กๆ ก็เป็นเด็กที่ซน ดื้อ ไม่ยอมใคร ก็ไม่เคยขอร้อง หรือขอบคุณใคร Nanny McPhee ก็มาใช้เวทมนตร์ จนเด็ก พูด Please และ Thank you กันจนเป็น ... เมื่อเด็กพูด Please กันเป็น หูดบนหน้าของ Nanny McPhee ก็หายไป 1 เม็ด
  • ข้อที่สอง เมื่อบอกให้ตื่นก็ต้องตื่น เรื่องจากเด็กๆ แกล้งป่วย ลุกจากเตียงไม่ได้ Nanny McPhee ที่ร่ายเวทมนตร์อีกครั้งหนึ่ง ให้เด็กป่วยจริง ลุกจากเตียงไม่ได้ และต้องกินยาหน้าตาหน้ากลัว รสชาติคงไม่ดีด้วย และก็ให้กินอาหารแบบทหาร ที่ให้แม่ครัวทำให้กิน แทนอาหารอร่อยๆ ที่เด็กๆ เคยกิน ... สุดท้ายเด็กๆ ก็อยู่ในโอวาทอีกขั้นหนึ่งพอดี
  • ข้อที่สาม เมื่อถูกสั่ง ก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย ... ซึ่งก็เป็นตอนที่หูดบนใบหน้าของ Nanny McPhee หายไปอีก 1 เม็ดพอดี เพราะว่า ช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ให้ต้องไปอยู่กับคุณป้า แต่ว่าคนรับใช้ที่ชื่ออีแวนเจอลีนไปแทน
  • ข้อที่ประทับใจ คือ หลังจากแม่ตายไปแล้ว พ่อก็แสนจะไม่มีเวลา ... เพราะว่าต้องทำงาน และต้องหาแม่ใหม่ เพื่อเอาใจป้า โดยไปตกปากรับคำว่า ต้องแต่งงานใหม่ให้ได้ภายในสิ้นเดือน ไม่งั้น ป้าจะไม่ยอมให้เงินอีก นั้นก็เท่ากับว่า เด็กทั้งเจ็ดคนจะถูกแยกไปอยู่ตามสถานเลี้ยงเด็ก ... คุณพ่อก็พยายามหาภรรยา แบบว่า ใครก็ได้ และก็เกือบจะตกหลุมใครก็ได้ไป แต่ก็อย่างว่า สุดท้าย พระเอกก็ต้องเจอนางเอกค่ะ ...
  • ตรงนี้คือ หลังจากแม่ตาย พ่อก็ไม่เคยอ่านนิทานให้ลูกฟัง และไม่เคยมาเล่นหัวกับลูกอีกเลย ลูกชายคนโต ไซม่อน ก็ต่อว่า ว่า "พ่อไม่ฟังลูกเลย" ... ทำให้ลูกไม่เข้าใจ และน้อยใจ ... Nanny McPhee ก็สามารถสร้างสถานการณ์ จนพ่อฟังลูก พูด เล่า และเล่นกับลูก ... อิอิ Deep listening ... มันคุ้นๆ อยู่เน๊าะ
  • ตอนจบ เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งมวล ก็มาจบที่ คนใช้ที่จับพลัดจับผลูไปเป็นลูกเลี้ยงของป้า  โดนฝึกพฤติกรรมที่เรียบร้อย แต่งตัวจนสวยงาม และอ่านออกเขียนได้ ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง และเหตุการณ์พาไป มาแต่งงานกับ คุณพ่อของจอมซ่าส์ ทั้ง 7 นี่ละค่ะ
  • ในเรื่องราว ก็จะมีบทตลก กึ่งประทับใจหลายตอนอยู่ ... ดูเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ ก็ใช้ได้ละค่ะ
  • และก็เป็นอันว่า Happy Ending ... Nanny McPhee จากหน้าตาหน้าเกลียด ก็สวยงามขึ้นหลังจากที่ทำภารกิจ ทั้ง 5 จบ ละค่ะ

เออ ถ้าทำ KM แล้วเห็นผลชัดเจนอย่างนี้ก็ดีเน๊าะ ... เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากเลย ... อิอิ ว่าเข้านั่น มันจะได้ยังไงเล่านะคะ ... แต่สรุปว่า ดูหนังแล้วก็ได้ความสุขละค่ะ