เรื่องเล่าทั้ง 4 ล้วนสร้างความชุมชื่นให้กับพวกเราบรรณารักษ์ที่เป็นอาชีพทำเพื่อผู้อื่นจริงๆ

           ทั้งขวัญ (ขวัญตระกูล)และดิฉันตั้งใจจะบันทึกให้ทันการจัดกิจกรรมเสร็จ แต่ความจริงคือ  ไม่ทันเลยเขียนค้างๆ ไว้  http://gotoknow.org/blog/nulib-service/167941 วางแผนว่าจะมาเติมให้เต็มแต่ก็ไม่เรียบร้อยเสียที  เมื่ออาทิตย์ก่อน (10-11 มีนาคม 2551) ไปเชียงใหม่ได้มีโอกาสคุยกับ อ. นพพร หนึ่งในสมาชิกที่ทำ workshop ร่วมกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 อ.บอกว่าดีและจริงๆ แล้วน่าจะมีเรื่องต่างๆ ที่เล่ากันในกลุ่มโชว์ให้สมาชิกดูด้วย จึงกลับมาเริ่มต้นต่อเติมกันอีกครั้งหนึ่ง

         คณะทำงานฝ่ายบริการสารสนเทศห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาจัดประชุมครั้งที่ 1/2551 ( ปกติจัดปีละ ประมาณ 3-4 ครั้ง) ขึ้นเมื่อ วันที่  28-29 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ภูเก็ต มีโปรแกรมให้คุณขวัญตระกูลและดิฉันไปเล่าเรื่อง การจัดการความรู้ในสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร มีเวลา ชั่วโมงครึ่งตอนบ่ายหลังทานข้าวอิ่มอีกต่างหาก ( อาหาร สุดยอด) เรา 2 คน ค่อนข้างวิตกกังวลกันมากพอดู เพราะเราทราบดีว่า พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ วงการบรรณารักษ์ล้วนแล้วแต่เป็นนักค้นคว้าที่เชี่ยวชาญ แน่นอนว่าทฤษฎีต้องเป๊ะๆ แน่ๆ ถ้าเอาทฤษฎีไปคุยก็คงเหมือนเอามะพร้าวห้าวจากพิษณุโลกไปขายที่สวนภูเก็ต เด็ดๆ

          ที่สุดเราก็เลยมาลงเอยกับการจัด workshop สั้นๆ เพื่อดึงความรู้ของแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์การทำงานด้านบริการในห้องสมุดของสมาชิกกันดีกว่า ให้หัวปลาว่า บริการที่ภูมิใจ ด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกคนต้องมีเรื่องดีๆ มาเล่า เราจึงไม่ยอมแพร่งพรายกิจกรรมใดๆ ให้สมาชิกทราบก่อน เพียงแต่ขอให้เจ้าภาพ เตรียมกระดาษ A4 ให้ประมาณหนึ่ง มีหลายคนถามตอนเช้าเมื่อเจอกันว่า จะใช้เวลานานมั๊ย แน่นอนว่า ถ้าใช้เวลานานเราจะมีโอกาสไปสถานที่สำคัญๆ ของภูเก็ตน้อยลง คำตอบคือ อยู่ที่สมาชิกค่ะ

          เมื่อถึงเวลา เราขอให้สมาชิกนับ 1-4 เพื่อแบ่งกล่มออกเป็น 4 กลุ่ม แล้วแจกกระดาษและสีเทียนให้ทุกคน ขอให้แต่ละคนแบ่งกระดาษเป็น 4 ส่วน และวาด เส้นตรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ลงไปในแต่ละส่วน จากนั้นขอให้แต่งเติมรูปตั้งต้นให้เป็นรูปที่ตนเองอยากเขียนลงไป ให้เวลา 5 นาที (ดิฉันดัดแปลงมาจากกิจกรรมของ ดร. ธีระยุทธ วระพินิจ (ครูใหม่) ซึ่งนำวิธีการทางจิดวิทยามาใช้ในการอบรมการพูดที่ดิฉันได้มีโอกาสเข้ารับการอบรม) หลังจากได้รับภาพที่ทุกคนเสริมเพิ่มเข้าไปแล้ว เราก็อธิบายว่า เส้นตรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและวงกลม คือภาพพื้นฐานเปรียบเสมือนสมาชิกทุกคนที่จบการศึกษาบรรณารักษศาสตร์เหมือนกัน (หลักสูตรอาจต่างกันไปตามรูปแต่ละรูปที่แทนสถาบันที่ต่างกัน : ตรงนี้ลืมอธิบายค่ะประมาณว่าจะเสียเวลาวาดทำไมตั้ง 4 รูป) และการต่อเติมลงไปก็เกิดจากประสบการณ์ที่แต่ละคนมี แตกต่างกันไป อาจมีเหมือนกันบ้างแต่โดยรายละเอียดก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นประสบการณ์ของแต่ละคนจึงสำคัญเท่าเทียมกัน

ผลงาน 1

ผลงาน 2

          ก่อนเข้าสู่บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนภายใต้หัวข้อ บริการที่ภาคภูมิใจ เราก็เสนอภาพก่อนทำ workshop (อันนี้ได้รับความเอือเฟื้อจาก อาจารย์รุจโรจน์ แก้วอุไร (อ. หนึ่ง) รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ที่กรุณาส่งไฟล์มาให้ ถึง 2 ไฟล์ให้เรามาปรับใช้) พูดถึงความสำคัญของ story telling และdeep listening ตลอดจนการพูดในทางบวก เพื่อเป็นแรงเสริมในการพูดคุยและขอให้ทุกกลุ่มเลือกเรื่องที่เป็น best practice มากลุ่มละเรื่องด้วย แล้วเราก็ปล่อยเวทีให้กับเพื่อนสมาชิกที่ดูจากบรรยากาศ แอบเข้าข้างตัวเอง ดิฉันก็ว่าโอเคนะ แม้ว่าโต๊ะเก้าอี้จะไม่เอื้อมากนัก ดิฉันเห็นสมาชิกแต่ละกลุ่มเล่ากันสนุกสนาน

เข้ากลุ่มเล่าเรื่อง คนเสื้อขาวเห็นหน้า เลขาฯ คณะทำงานค่ะ

           มาถึง best practice ที่แต่ละกลุ่มเลือกมา

           กลุ่มที่ 1 เรื่องที่ทุกคนในกลุ่มเลือก คือ อาจารย์บรรณารักษ์ ของคุณสารภี หรือนามแฝงใน MSN ว่า ซาร่า จากสำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ซาร่า เล่าเรื่องที่ประทับใจในอาชีพบรรณารักษ์ เมื่อมีโอกาสได้ทำหน้าที่ถวายคำแนะนำการสืบค้นสารสนเทศแด่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัตน์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ถึง 2 ครั้งเป็นความภาคภูมิใจที่สุด

          เรื่องที่ 2 จากกลุ่มถัดมา คือ เรื่องฝ่าดงปืน จากหอสมุดจอห์น เอฟ เคเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขต ปัตตานี ที่คุณอัญชลี บรรณารักษ์ท่ามกลางดงปืนได้เล่าถึงประสบการณ์การให้บริการผู้ใช้บริการที่สืบค้นไม่เป็นที่มาพร้อมกันหลายๆ คน เพราะรวมตัวกันมา โดยแจ้งกับผู้ให้บริการว่าขอให้ช่วยหน่อย เพราะฝ่าดงปืนมาเชียวนะ  บรรณารักษ์เลยใช้วิธีแจกบัตรคิวและให้บริการตามคิว จนได้รับสารสนเทศกันทุกคน

         เรื่องที่ 3 เรื่องการพัฒนาโปรแกรมการยืม-คืนหนังสืออัตโนมัติของห้องสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณวิทยาเขตสงขลา โดยน้องผกาทิพย์ เนื่องจากบุคลากรน้อยจึงพัฒนาระบบยืม-คืน ขึ้นมาแบ่งเบาภาระของบุคลากร คนทำงานก็สบายใจ ผู้ใช้ก็ไม่เสียเวลา

เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องความภาคภูมิใจที่พัฒนาระบบการยืม-คืนหนังสือพร้อมเก็บค่าปรับ ของ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสาเหตุจากคนทำงานน้อยเหมือนเรื่องที่ 3 และได้ผลดีจนได้รับรางวัลจาก สกอ. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เลยทีเดียว

แจ้งแก้ไข  ได้รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับชมเชยประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น ได้เกียรติบัตรพร้อมเงิน 5 หมื่น และรางวัล INVENTOR AWARD ระดับดีเด่น ได้ถ้วยรางวัลพร้อมเงิน 1 หมื่น จาก วช.ทั้ง 2 รางวัลค่ะ (ลาภลักษณ์ ผู้เล่า)

 

 

         

          ทั้ง 4 เรื่องที่เล่ามาล้วนสร้างความชุมชื่นให้กับพวกเราบรรณารักษ์ที่เป็นอาชีพทำเพื่อผู้อื่นจริงๆ  ส่วนเรื่องอื่นๆ ในแต่ละกลุ่มขอยกไปอีกเรื่องหนึ่งแล้วกันนะคะ