บรรยากาศอย่างนี้ คงไม่โดนใจวัยรุ่น วัยที่กำลังชอบแสงสี แต่สำหรับคนวัยอย่างผม นี่คือบรรยากาศและความเก๋าที่อยาก "กิน"

ฟ้าครับ

ผมไม่ได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จริงผมไม่ได้จบจากที่ไหนเลยในเมืองไทย ได้แค่ใกล้จบเท่านั้น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ทุกวันนี้ยังเรียนอยู่ ก็ใกล้จบมาหลายปีแล้ว...

แต่ผมชอบ "วิถีของธรรมศาสตร์" ที่ให้คุณค่ากับการ "กบฏ" แข็งข้อไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเจ้าขุนมูลนาย หรืออำนาจอื่นกดขี่อื่น

และผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เข้าไปที่ท่าพระจันทร์ ผมชอบซึมซับไม่ว่าภาพผู้คนที่คลาคล่ำ กลิ่นแม่น้ำ เสียงความจอแจ... อาจเป็นเพราะชีวิตในวัยเด็กของผมวนเวียนอยู่แถวนั้น เพราะต้องนั่งเรือข้ามฟากมาจากฝั่งธนฯ และนอกจากนี้ยังวนเวียนอยู่กับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพราะสมัยนั้นบ้านอยู่ที่ซอยวัดดงมูลเหล็ก

วันนี้ผมจึงรู้สึกดีเป็นพิเศษ ที่ถูกให้ไปสอบวิทยานิพนธ์ลูกศิษย์ (ของคนอื่น) ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม ของนักศึกษาปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษคนหนึ่ง และด้วยเหตุที่ไปก่อนเวลา จึงมีเวลาไปเยือนร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ "มิตรโภชนา" ที่ตั้งอยู่เยื้องประตูท่าพระจันทร์ของ มธ. ไปนิดเดียว

ถ้ายังหาไม่เจอลองสังเกต ฝั่งตรงข้ามของร้านเป็นธนาคารกรุงเทพ ข้าง ๆ ติดกันเป็นร้านอาจิเซนราเมง (ร้านราเมงรสชาติน้ำต้มกระดูกหมูจากคุมะโมโตะ) มิตรโภชนาเป็นร้านเก่ามาก คล้ายไม่เคยปรับปรุงเลย หน้าร้านมีตู้ขายก๋วยเตี๋ยวทำด้วยไม้ ภายในร้านคูหาเดียวปูด้วยกระเบื้องสีขาวรอบผนังคล้ายกับห้องน้ำ

พูดแค่นี้บางคนอาจดูแคลนว่า สงสัยไม่มีลูกค้าแน่นอน ก็ถูกส่วนหนึ่ง เพราะเท่าที่เห็นตอนนั้น ไม่มีนักศึกษาเข้ามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเลยแม้แต่คนเดียว และผมก็ไม่แปลกใจด้วย แต่ท่านที่รู้จักย่อมบอกได้ว่า นี่คือร้านดังของกรุงเทพฯ ขนาดสื่อญี่ปุ่นเคยมาทำข่าวเลยทีเดียว ช่วงเที่ยงคนจะแน่น บรรยากาศอย่างนี้ คงไม่โดนใจวัยรุ่น วัยที่กำลังชอบแสงสี แต่สำหรับโก๋แก่อย่างผม นี่คือบรรยากาศและความเก๋าที่อยาก "กิน" (เฮ้อ... รู้ตัวแล้วครับว่าแก่)

รูปนี้ยืมเขามาครับ

(ภาพนี้ยืมจาก http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=chim&date=19-06-2007&group=4&gblog=50)

แค่เกาเหลาลูกชิ้นเนื้อเปื่อย กับข้าวเปล่าหนึ่งจาน ที่อาเฮียเอามาวางให้ตรงหน้า ชีวิตนี้ก็พอเพียงแล้ว (พอสำหรับมื้อเที่ยงวันนี้เท่านั้น)...