ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางขึ้นเหนือในครั้งนี้ ผมได้ยินเรื่องราวของเมืองปายบ่อยมาก อาจจะเกิดจากเป็นกระแสการโปรโมตท่องเที่ยว หรืออาจจะเกิดจากการบอกต่อ ๆ กันมาของคนที่ไปเที่ยวมาแล้ว อย่างเพื่อนผมหลาย ๆ คนที่ไปเที่ยวมาแล้วกลับมาเล่าให้ผมฟังถึงเสน่ห์ของเมืองปายหลาย ๆ อย่างครับ...
บางคนบอกผมว่าที่โน่นเหมือนเวลาเดินช้าลง วิถีชีวิตของคนที่โน่นดำเนินไปอย่างช้า ๆ ดูแล้วทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย บางคนก็บอกว่าบรรยากาศที่โน่นดูสงบ อากาศก็ดีทำให้เขารู้สึกมีความสุข แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดเหมือนกันก็คือถ้ามีโอกาสอยากกลับไปเที่ยวที่เมืองปายอีกสักครั้ง...
ผมฟังตอนแรกก็รู้สึกว่ามันจะเว่อร์เกินไปรึเปล่า บรรยากาศมันจะขนาดนั้นจริง ๆ เลยเหรอ แต่ลึก ๆ ก็อยากจะลองไปสัมผัสสักครั้ง เห็นใคร ๆ หรืออะไร ๆ ก็ "ปาย" ผมว่ามันน่าจะมีอะไรที่พิเศษสักอย่าง ถึงทำให้เกิดกระแสได้มากมายขนาดนี้...
ผมออกเดินทางออกจากเชียงใหม่ตอนเช้าวันที่ 4 ของการเดินทางทริปนี้ของผมครับ ก่อนออกเดินทางผมได้มีโอกาสดื่มกาแฟฝีมือพี่อึ่งอ๊อบที่เสิร์ฟพร้อมขนมปังอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข ผมมีความสุขกับมิตรภาพที่งดงามของพี่สาวชาวเหนือท่านนี้ครับ...
ผมยังได้หนังสือดี ๆ ติดมือมาจากพี่อึ่งอ๊อบเล่มหนึ่งด้วยครับ กะว่าจะเอาไปอ่านที่เมืองปาย หนังสือชื่อ "เปรียบเทียนไขใช้ตัวเองเพื่อเปล่งแสง" เป็นหนังสือที่รวบรวมนักคิด นักปฏิบัติ ปราชญ์ชาวบ้านไว้ถึง 13 ท่าน หนึ่งในปราชญ์เหล่านั้น ก็คือ"พ่อครูบา" ของพวกเรานั่นเองครับ..
การเดินทางจากเชียงใหม่ถึงปายในครั้งนี้ของผม ผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ ตื่นเต้นที่จะได้ไปเห็นเมืองปาย อยากไปพิสูจน์ให้เห็นว่าจะจริงเหมือนอย่างที่เพื่อน ๆ บอกให้ฟังรึเปล่า ตื่นเต้นกับบรรยากาศข้าง ๆ ทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้และเหวลึกมากมาย ถนนก็ค่อนข้างคดเคี้ยว แต่ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามจริง ๆ ครับ...
เพื่อนเอกขับรถมาได้ครึ่งทางก็หยุดพัก พักทั้งคนขับและพักรถด้วย ผมเลยได้มีโอกาสถ่ายรูปบรรยากาศที่ประทับใจเก็บไว้ และผมสังเกตุเห็นว่าท้องฟ้าที่นี่เป็นสีฟ้าเข้ม แบบที่ผมไม่ค่อยได้เห็นนักที่กรุงเทพฯ ผมรู้สึกว่าท้องฟ้าที่กรุงเทพ ฯ มันไม่ค่อยจะเป็นสีฟ้า อาจจะเป็นเพราะมันมีมลพิษปกคลุมอยู่มากเกินไปก็ได้ครับ...
พอใกล้ ๆ จะถึงเมืองปาย เพื่อนเอกก็เปิดวิทยุรายการโปรดให้ฟัง ที่เพื่อนเอกโปรดรายการนี้เพราะดีเจคนนี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกันครับ จึงเปิดเพลงได้ถูกใจวัยรุ่น(สมัยก่อน)จริง ๆ ทุกเพลงที่ได้ฟังทำให้รู้สึกมีความสุข เหมือนได้ย้อนกลับไปตอนอายุ 14 อีกครั้งครับ...
และในที่สุดผมก็มาถึงเมืองปาย มาถึงตอนประมาณเที่ยงหน่อย ๆ ครับ เพื่อนเอกก็จะพาผมไปทานข้าวที่ร้านอาหารพื้นเมืองใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลปาย บรรยากาศดีใช้ได้เลยครับแต่เผอิญร้านปิด เพื่อนเอกเลยได้แค่มาทักทายเจ้าของร้านครับ ที่เพื่อนเอกตั้งใจจะมาทานที่ร้านนี้ เพราะอยากให้ผมได้พบกับหมอสุพัฒน์ บล็อกเกอร์คนดังอีกท่านหนึ่งของเมืองปายครับ...
แต่วันนี้หมอสุพัฒน์ไปทำงานที่อีกอำเภอหนึ่ง ค่ำ ๆ ถึงจะกลับ เราเลยนัดเจอหมอสุพัฒน์ตอนค่ำแทน และแล้วผมก็ได้ทานข้าวซอยไก่ร้านอร่อยเป็นอาหารมื้อแรกของผมที่ปายครับ คอมเฟิร์มว่าอร่อยจริง ๆ ผมเลยทานไป 2 ชามครับ ในระหว่างนั่งรถหาร้านอาหารทานกัน ผมก็รู้สึกงงนิดหน่อยครับ เพราะผมเห็นบรรยากาศที่ตัวเมืองปายก็เป็นเหมือนกับอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่ง ไม่เห็นเหมือนในวารสารท่องเที่ยวหรือในโปสการ์ดที่ผมเคยเห็นมาเลย...
ผมเลยถามเพื่อนเอกว่า ปกติคนที่เขามาเที่ยวที่ปายเขาเที่ยวแถวไหนกัน เพื่อนเอกก็บอกว่าเขาก็เที่ยวกันทั่วอำเภอเมืองปายนี่แหละ ผมก็ยังงง ๆ อยู่ดี เพราะผมยังไม่เห็นอะไรที่น่าสนใจสักอย่างที่นี่เลย แต่ถึงยังงัยผมก็รู้สึกดีใจแล้วครับว่าในที่สุดผมก็ได้มาถึงเมืองปาย เมืองที่ใคร ๆ ก็อยากจะหาโอกาสได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่ง...
...ว่าแต่อะไรคือเสน่ห์ของเมืองปายที่ดึงดูดให้ใครต่อใครก็อยากจะมาสัมผัส มาค้นหาพร้อม ๆ กับผมในบันทึกต่อไปนะครับ...
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้พี่ก็คิดเหมือนกันนี่แหละ
และก็บอกกับตัวเองว่าอยากไปเมืองปายสักครั้งก็ยังดี
แต่มีคนบอกว่าถนนคดเคี้ยวมาก
พี่ก็กลัวว่าจะเมารถ เพราะพี่เป็นคนเมารถง่าย ต้องขับรถเองถึงจะไม่เมา หรือต้องนั่งคู่คนขับ
ตกลงไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นยังไง
พี่จะรออ่านนะคะ
ครับ...พี่อุบล
...
ถนนค่อนข้างคดเคี้ยวจริง ๆ แต่บรรยากาศข้างทางสวยมากครับ...
ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองไปสัมผัสสักครั้งครับ...
แต่เสน่ห์ของเมืองปายในมุมมองของผมเป็นยังงัยรออ่านในบันทึกต่อไปนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ มิสเตอร์ดิเรก
สวัสดีครับ
ผมเองก็อยากไปปาย สักครั้ง ตั้งใจจะไปหลายทีแล้ว แต่ก็ติดนู้นติดนี่ ติดงานตลอด
- น้องผมมันเล่าให้ฟังว่า ปายก็บรรยากาศชนบทบ้านเราและ ตนกรุงเทพไปมันอาจจะดูแปลก ดูดี แต่คนบ้านนอกอยางเรามันก็ดูธรรมดา
ไม่รู้ว่าจริงไหมครับ
ครับ...pa daeng
...
ผมเพิ่งไปปายครั้งแรกผมก็ว่าโอเคนะครับ...
เห็นหลาย ๆ คนก็พูดเหมือนกันว่าปายเปลี่ยนไป เพียงแต่เราไม่เคยเห็นเมื่อก่อนก็เลยไม่รู้สึกอะไร...
มีรูปบรรยากาศดี ๆ อีกเยอะครับ ไว้มาโชว์ในบันทึกต่อไปครับผม...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...คุณชัย
...
ผมก็เป็นคนชนบทครับ แต่ผมก็ชอบเมืองปาย...
ผมว่าปายเป็นเมืองชนบทที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองซึ่งไม่เหมือนกับเมืองชนบทอื่น ๆ ...
ถ้ามีโอกาสลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองสักครั้งนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
"ซักวัน..ต้องไปให้ถึง..ปาย..แน่นอนค่ะ.."
มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ..
จะรออ่านบันทึกต่อไปค่ะ
ครับ...คุณครูแอ๊ว
...
ไปให้ได้นะครับ...
เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ครับ...
มีความสุขในทุก ๆ วันเช่นเดียวกันนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...ครูเอ
...
บันทึกต่อไปเป็นเสน่ห์ของเมืองปายในมุมมองของผม...
รออ่านนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ใครอยากเที่ยวอำเภอปาย ติดต่อได้นะคะข้อมูลเพิ่มเติม
ครับ...คุณอร...
ขอบคุณมากครับ...
สองข้างทางระหว่างการเดินทางของ Mr.Direct
ที่มีปายเป็นจุดหมาย เรื่องเล่ามากมายที่ได้รับรู้และรับฟัง
สถานที่ต่างๆที่ได้เห็นอาจจะดูธรรมดา
แต่เมื่อเล่าผ่านมุมมองของMr.Direct
ทำให้เรารู้ว่าไม่ใช่แค่รู้ว่าไปทีไหน...แต่เราควรจะรู้ด้วยว่า..
ที่ตรงนั้นมีอะไรอยู่...และมองผ่านภาพที่เรามองเห็นด้วยตาได้อย่างง่ายดาย
มองไปให้เห็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดานั้นด้วยจิตใจและความรู้สึก
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆและเรื่องราวประทับใจที่เล่าสู่กันฟังค่ะ
ครับ...น้องลูกปลา
มากกว่าสถานที่หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เห็น เรื่องราวความประทับใจรอบ ๆ ข้าง ก็เป็นสิ่งที่น่าจดจำไม่น้อยเลยครับ...
เห็นด้วยครับว่าการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยจิตใจและความรู้สึก ย่อมทำให้เราสัมผัสมันได้ลึกซึ้งมากกว่าครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ชอบท่องเที่ยวและถ่ายรูปแบบนี้ ควรทำหนังสือรวบรวมไว้สักเล่มนะคะ ข้อมูลไม่มีหายแน่
ครับ...พี่ศศินันท์
...
น่าสนใจมากครับ...
ผมก็อยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่มหนึ่งเหมือนกันครับ....
ขอบคุณมากครับ...
ผมคิดว่า ดิเรกเขียนหนังสือได้แน่ๆครับ
บันทึกเมืองปาย น่าจะยาวกว่านี้ หรือ ว่าจบแล้วครับ
ขอบคุณครับเพื่อนสำหรับกำลังใจ...
บันทึกเมืองปายมีภาคต่อแน่ครับ อดใจรออีกสักนิดนะครับ...
ขอบคุณครับเพื่อน...
ตกลงค้นหา เสน่ห์เมืองปาย เจอหรือยังครับ :)
ครับ...เพื่อนเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ไปปายสองครั้งกับสองบรรยากาศท่ามกลางมนต์เสน่ห์ที่ต่างกัน...
ต้องไปครั้งที่สามครับถึงจะพบคำตอบของเสน่ห์เมืองปายครับ...
ขอบคุณครับผม...