วันนี้หลังชั่วโมงเลิกงาน ดิฉันยังคงนั่งทำงานที่ห้องทำงานตามปกติ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับที่ดิฉันมีสมาธิอย่างจดจ่ออยู่กับงานที่ทำ...

 

ความเงียบเริ่มคืบคลานมาพร้อมกับความมืดภายนอกห้องทำงาน

 

สักพักดิฉันได้ยินเสียงเคาะประตูออฟฟิสด้านนอกห้องของดิฉัน

 

ดิฉันจึงลุกออกไปดู แล้วก็เห็นคนที่บ้านของดิฉันยืนเคาะประตูอยู่ด้านนอก (ประตูกระจก) ดิฉันจึงเปิดประตูให้เธอเข้ามา...เธอบอกว่า

 

“ไปเดินออกกำลังมา แล้วก็เดินมาเรื่อยๆ จะขออาศัยรถกลับบ้านด้วย”

 

... บ้านดิฉันอยู่ห่างจากที่ทำงานประมาณ 5 นาทีค่ะ แต่หากรถติดก็ 7 นาที… แต่หากเดินก็จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที …

 

“งานยังไม่เสร็จนะ และเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก เพราะต้องเขียนเป็นภาษากฎหมายที่ไม่ถนัดด้วย...อย่าชวนคุยนะ โปรดอยู่ในความสงบ...”

 

....... ความเงียบจึงกลับมาอีกครั้ง

 

“.....แป๋ว...ขอพูดนิดเดียวนะ...” เสียงเรียกอย่างแผ่วเบาของคนที่บ้านดิฉัน

 

ดิฉันจึงหันไปมองเขาอย่างช้าๆๆ แล้วก็เห็นเขายืนตาเบิกโพลง เงยหน้าจ้องไปยังหน้าต่างด้านนอก นิ่งไม่กระตุกกระดิก

 

“...มีอะไรหรอ...” ดิฉันถามด้วยความสงสัย

 

แล้วเขาก็ชี้ไปยังขอบด้านล่างของแอร์ที่อยู่ขอบบนของหน้าต่าง...

 

“ดูซิ...มีหัวงูโผล่ออกมาจากแอร์.....”

 

ดิฉันรีบหันมองตามมือชี้ทันทีด้วยความตกใจ

 

...กรี๊ดดดดดดดดดดดด...

 

ไม่จริงงูเข้ามาได้อย่างไร... แล้วดิฉันแทบจะหมดสมาธิ ทำงาน...

 

“แผ่เมตตาซิ...”

 

“สัตว์ทั้งหลาย อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย ฉันจะไม่รบกวนเธอนะ ขอร้องว่าอย่ากระโดดลงมานะ มิฉะนั้น การกระโดดลงมาของเธอจะกลายเป็นบาป.....อะยื๋ยยยยยย....กลับบ้านนนนนนน...เถอะป๊า...”

ดูเธอโผล่หน้ามาซิค่ะ

ภาพนี้มองจากมุมขวา

 

ภาพนี้จากมุมซ้าย

 

และนี่คือระยะห่างระหว่างดิฉันกับแขกผู้มาเยือนยามวิกาล