ด้านคติธรรม ประจำจิตใจของนายโรงโนรา เป็นเพราะการได้รับอิทธิพลจากคำสอนทางศาสนาที่เข้าไปถึงจิตใจของกลุ่มชนมาแต่โบราณ ชาวบ้านนิยมส่งบุตรหลานเข้าไปเป็นเด็กวัดเรียนทางคดีธรรมก่อนที่จะออกไปแสวงหาความรู้ทางคดีโลก

ต่อจากตอนที่ 1      

             3.   การวิเคราะห์ข้อมูล

                         3.1    วิเคราะห์ข้อมูลด้านเนื้อหาในเอกสารเกี่ยวกับโนรา (Content Analysis) และการอุปมานเชิงวิเคราะห์ (Analytic Induction)  โดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ทางสังคม และหลักจริยธรรมทางศาสนา (Socialnor)

                         3.2    วิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์นายโรงโนรา และชาวบ้านที่เคยชมการแสดโนราแล้ววิเคราะห์ความสอดคล้องเชิงเนื้อหาประกอบรายละเอียดของข้อ 1

                         3.3    ศึกษาข้อมูลจากแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อหาความถี่ของการนำไปเป็นแนวปฏิบัติในวิถีชีวิตจริง แล้วหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อแปลค่าระดับการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยอาศัยเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                                   ค่าเฉลี่ย  4.51 – 5.00  หมายความว่า นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับมากที่สุด

                                   ค่าเฉลี่ย  3.51 – 4.50  หมายความว่า นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับมาก

                                   ค่าเฉลี่ย  2.51 – 3.50  หมายความว่า นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง

                                   ค่าเฉลี่ย  1. 51 – 2.50  หมายความว่า นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับน้อย

                                   ค่าเฉลี่ย  1.00 – 1.50  หมายความว่า นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับน้อยที่สุด

 

สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล

                   ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมทั้งสี่ด้าน สรุปได้ดังนี้

                   1.   ด้านคติธรรม โดยภาพรวมแล้วคติธรรมทุกรายการอยู่ในชีวิตจิตใจตลอดเวลา และมีธรรมพิเศษ ได้แก่ ธรรมคุ้มครองโลกคือ ธรรมที่ช่วยให้โลกมีความสงบเรียบร้อยไม่เดือดร้อนและสับสนวุ่นวาย ได้แก่ หิริ คือ ความละอายใจต่อการทำความชั่ว โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อความชั่ว

                   2.   ด้านเนติธรรม พบว่า หลักธรรมพิเศษ ได้แก่ ศีล 5 เป็นข้อปฏิบัติตนในการละเว้นความชั่ว

                   3.   ด้านวัตถุธรรม พบว่า นายโรงโนราส่วนมากมีความศรัทธามั่นคงในตาหลวง ครูหมอโนรา หัวพราน ตลอดถึงเครื่องอุปกรณ์การใช้เพื่อแสดงโนรา นับเป็นวิถีชีวิตที่ผูกไว้กับความเชื่อว่ามีจริงและสามารถป้องกันภัยอันตรายแก่ตนได้จริง

                   4.   ด้านสหธรรม พบว่า คณะของนายโรงโนราส่วนมากได้นำหลักสังคหวัตถุเป็นหลักการสงเคราะห์แก่หมู่คณะเพื่อการปกครองมีทาน คือ การให้ ปิยวาจา คือ คำพูดอันเป็นที่รัก อัตถจริยา คือ การประพฤติตนเป็นประโยชน์ และสมานัตตตา คือ ความมีตนเสมอต้นเสมอปลาย

 

                   สำหรับแนวทางอนุรักษ์ส่งเสริมและพัฒนาศิลปะการแสดงโนรา

                   1.   บทบาทของรัฐ

                         1.1    หน่วยงานของรัฐเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรม

                         1.2    จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานในระดับท้องถิ่นเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มคนผู้ยึดถืออาชีพการแสดงโนรา

                         1.3    หน่วยงานของรัฐระดับท้องถิ่นควรมีแผนพัฒนากลุ่มชนสำนึกรักบ้านเกิดให้ฝึกหัดแสดงโนราด้วยใจรักเพื่อสืบทอดตลอดไป

                   2.   บทบาทของประชาชนในชุมชน

                         2.1    ให้การยกย่องเชิดชู ส่งเสริมครอบครัวของโนราให้เด่นในสังคม มีความเป็นอยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

                         2.2    จัดพิมพ์หนังสือชีวประวัติโนราเพื่อให้เข้าใจในวิถีชีวิตให้แพร่หลาย

                         2.3    ปลูกฝังจิตสำนึกของชาวบ้านให้มีความศรัทธาและอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโนราอันมีค่ายิ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้

                         2.4    จัดให้มีเวทีเพื่อเปิดโอกาสให้คณะโนราได้แสดงอย่างต่อเนื่อง

                         2.5    จัดกิจกรรมส่งเสริมการแสดงโนราตามเทศกาลสำคัญของไทย

                         2.6    จัดให้มีรายการวิทยุ โทรทัศน์เกี่ยวกับการแสดงโนราอย่างต่อเนื่อง

                         2.7    จัดให้มีสมาคมของโนรา เพื่อเป็นองค์กรช่วยเหลือสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ

                   สำหรับอิทธิพลจากนายโรงโนราที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น สรุปได้ดังนี้

                   1.   อิทธิพลด้านคำสอน การได้มาชมการแสดงโนราแล้ว ได้บทเรียนชีวิตสอนตนเพราะการแสดงโนราเป็นการนำเนื้อหาสาระมาจากชีวิตจริงของผู้คนในท้องถิ่นนั้น มีบทกลอนสดเป็นการสั่งสอนให้ใช้ชีวิตอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

                   2.   อิทธิพลด้านศิลปะการแสดง การชื่นชมศิลปะการรำอย่างงดงาม อ่อนช้อย หลากลีลาทำให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้และปรารถนาจะให้คงมีการแสดงโนราอยู่ตลอดไป

                   3.   อิทธิพลด้านการสื่อสาร เป็นความรอบรู้ที่ได้รู้จักการแสดงโนราที่บอกข่าวสารต่างๆ ในฐานะที่โนราต้องเดินทางไปในสถานที่ต่างถิ่น ได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ แล้วนำมาบอกเล่าแก่ผู้ชมได้รับฟัง

                   4.   อิทธิพลด้านวัฒนธรรม เป็นความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ยังคงมีการแสดงโนราที่สืบทอดมายาวนาน

                   5.   อิทธิพลด้านสังคม เป็นการมาชมแล้วได้รับความบันเทิงเริงใจ และผู้คนในทุกชุมชนได้มาพบปะพูดคุยกันเกิดความเข้าในการปฏิสัมพันธ์เป็นผลดีต่อชุมชนท้องถิ่นนั้น

อภิปรายผลการวิจัย

                   ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธทั้งสี่ด้าน ยังมีผลต่อการดำรงชีวิตของนายโรงโนราที่ยึดถือสืบต่อกันมาดังนี้

                   1.   ด้านคติธรรม ประจำจิตใจของนายโรงโนรา เป็นเพราะการได้รับอิทธิพลจากคำสอนทางศาสนาที่เข้าไปถึงจิตใจของกลุ่มชนมาแต่โบราณ ชาวบ้านนิยมส่งบุตรหลานเข้าไปเป็นเด็กวัดเรียนทางคดีธรรมก่อนที่จะออกไปแสวงหาความรู้ทางคดีโลก ทั้งนี้เพราะรากฐานทางวัฒนธรรมไทยก็คือ หลักคำสอนทางพุทธศาสนาสอดคล้องกับคูณ โทขันธ์ (2545 : 51) ที่กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา  พุทธศาสนาได้กลายเป็นรากฐานของศีลธรรมและวัฒนธรรมไทย  และสะท้อนถึงสังคมภาคใต้ที่อยู่หลากหลายวัฒนธรรมแต่เราอยู่กันได้ดีมีความสุขสามัคคีที่ดีต่อกันใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรม-ราช และจังหวัดพัทลุง สอดคล้องกับดรุณี บุญภิบาล (2530 : บทคัดย่อ) ที่ว่าศาสนามีความสัมพันธ์ในทางบวกกับการปฏิบัติตนตามระบบการปกครอง เป็นต้น

                   2.   ด้านเนติธรรม นายโรงโนรามีหลักธรรมศีล 5 ประการ ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานของมนุษย์ เป็นผลสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ถือว่าเป็นจริยธรรมของบุรุษและสตรี ผู้เดินทางสว่างทุกคน สอดคล้องกับไพฑูรย์  พัฒน์ใหญ่ยิ่งและคณะ (2547 : บทคัดย่อ) ที่ว่าการถือศีลห้าเป็นจริยธรรมของบุรุษ ผู้เฒ่าคือ เข้าวัดปฏิบัติธรรม และดำรงตนให้มีแก่นสารเพื่อเป็นหลักแก่บุคคลในครอบครัว นอกจากนี้ในความเป็นโนรายังต้องฝึกหัดรักษากฎกติกาการร่ายรำที่เป็นท่าหลัก สะท้อนเห็นความมีเนติธรรมในการฝึกหัดรำโนราได้เป็นอย่างดี

                   3.   ด้านวัตถุธรรม นายโรงโนรามีหลักวัตถุธรรมประจำจิตใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะการรักษาตนให้ถูกต้องตามตาหลวง ครูหมอโนราที่ยึดถือปฏิบัติด้านความเชื่ออย่างเคร่งครัดสอดคล้องกับเฉลิม มากนวล และ จรัส ชูชื่น (2540 : บทคัดย่อ) ที่ว่า ส่วนทัศนะต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ มีความเชื่อเรื่องครูหมอโนราแบบทุกคน นับว่าเป็นทัศนะที่บริสุทธิ์จริงๆ และกลายมาเป็นความเชื่อประจำท้องถิ่นภาคใต้ก่อเกิดพิธีกรรมมากมาย สอดคล้องกับพิทยา บุษรารัตน์ (2535 : บทคัดย่อ) ที่ว่าในความเชื่อเกี่ยวกับโนรา ชาวบ้านเชื่อเรื่องครูหมอโนรา ไสยศาสตร์การบนและการแก้บนครูหมอโนรา การรำถีบหัวควาย การรักษาอาการป่วยไข้ การเข้าทรงและร่างทรง เป็นต้น

                   4.   ด้านสหธรรม นายโรงโนรามีหลักสหธรรมประจำจิตใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะความเอื้อเฟื้อในเพื่อมนุษย์ ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ประการ สอดคล้องกับณัฐพงศ์ อนุวัตรยรรยง (2540 : บทคัดย่อ) ที่ว่าหลักคำสอนทางศาสนาของชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม แม้ว่าจะมีวิธีการและหลักการปฏิบัติต่างกันไป แต่มีจุดประสงค์เดียวกัน คือสอนบุตรหลานให้มีความเคารพนับถือ ให้การดูแลบิดา มารดาหรือผู้สูงอายุและสอดคล้องกับรัตติยา สาและ (2540 : บทคัดย่อ)  ที่ว่าความเข้าใจและยอมรับในเรื่อง “ความแตกต่างของค่านิยม” ซึ่งกันและกันที่มีความเป็นไปโดยอาศัยผลึกแห่งความเป็นกัลยาณมิตร เป็นต้น

 

ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

                   ในสังคมชาวพุทธควรแสวงหาคุณค่าของความเป็นวัฒนธรรมทั้งสี่ด้านแล้วพยายามน้อมนำมาปฏิบัติให้เกิดมีขึ้นในจิตใจ เพื่อความเจริญงอกงามในการดำเนินชีวิตเพราะในความเป็นมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอบรมตนเองได้เท่านั้น จึงกลายเป็นผู้ประเสริฐ

                   หน่วยงานราชการในท้องถิ่นภาคใต้ควรกำหนดวันหยุดเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการแสดงโนรา ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้าน อาจจะเป็น 2 ครั้งในหนึ่งปี

                   สถานศึกษาควรมีบทบาทสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนโนราต่อไปเพื่อการชื่นชมในศิลปะการแสดงก้าวไกล และเท่าเทียมกับวัฒนธรรมอื่นๆ

                   คณะสงฆ์ที่ประจำอยู่ในภาคใต้ ควรให้โอกาสเปิดวัดเพื่อสร้างเวทีแสดงโนรา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ส่งเสริมและพัฒนาให้สืบทอดต่อไป

                   การส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวเป็นแหล่งปลูกฝังวัฒนธรรมตามหลักพุทธธรรมคำสอน เพื่อก่อเกิดเยาวชนที่ดีของประเทศชาติในโลก

 

เอกสารอ้างอิง

คูณ  โทขันธ์.  2545.  พุทธศาสนากับสังคมและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์.

เฉลิม  มากนวล และจรัส  ชูชื่น.  2540.  งานวิจัยเรื่องการศึกษาการใช้ภาษาและโลกทัศน์ในบทมโนราห์.

                   ปัตตานี : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ณัฐพงศ์  อนุวัตรยรรยง.  2540.   การเปรียบเทียบการสนับสนุนทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้สูงอายุ

                   ชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ตอนบน. กรุงเทพฯ : สังคมศาสตร์การแพทย์และ

                   สาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล.

ดรุณี  บุญภิบาล. 2530.  การศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมชาวไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส

                   กับจังหวัดสตูล ซึ่งมีผลกระทบต่อการปกครอง. สงขลา : สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัย

                   ศรีนครินทรวิโรฒ.

พิทยา  บุษรารัตน์.  2535.  โนราโรงครูตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง. สงขลา : หลักสูตร

                   ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

_____________. 2537.  โนราโรงครูวัดท่าคุระ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา.  สงขลา :

                   สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ.

ไพฑูรย์  พัฒนใหญ่ยิ่ง และคณะ.  2548. จริยธรรมในการดำเนินชีวิต โดยภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น

                   ภาคใต้ : กรณีศึกษาจากวรรณกรรมหนังตะลุง. ปัตตานี : โครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชีย

                   ตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.

 

รัตติยา  สาและ. 2540.  การปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกที่ปรากฏในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส.

                   กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

สารภี  มุสิกอุปถัมภ์. 2527.  โนราลงครู. กรุงเทพฯ : คุรุสภา.

อุดม  หนูทอง. 2536.  โนรา. สงขลา : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒภาคใต้.