การเรียนรู้เพื่อให้เกิดการเข้าใจและไม่ลืมนั้น เราต้อง save ความรู้ในไว้ในสมอง

ไปอบรมมาค่ะวันนี้ หัวข้อการอบรมคือ “การตัดสินใจและแก้ปัญหา” โดย ดร.มนูญ พรรณพลีวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท B. Lead ซึ่งท่านเคยสอนที่ ม.ธรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในบริษัทใหญ่หลายแห่งมากมาย เช่น บ.การบินไทย อิตันไทย ไทยสมิต ฯลฯ และได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่มีชื่อเสียงหลายท่าน และได้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาหลายหมื่นคน ... ดังนั้นการบรรยายในวันนี้จึงมีทั้งความรู้ที่มาจากทฤษฎี และมาจากประสบการณ์ และองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ของวิทยากร

 

การเรียนรู้เพื่อให้เกิดการเข้าใจและไม่ลืมนั้น เราต้อง save ความรู้ในไว้ในสมอง ก่อนที่จะปิดเครื่องในสมองของเรา การ save ทำได้โดยการตั้งคำถาม 3 ข้อ หลังการเรียน (เทคนิคนี้ วิทยากรบอกว่าได้กับทุกคน ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่) ว่า

1.วันนี้ได้เรียน ได้ฟังอะไรมาบ้าง

2.จากการเรียน และฟังนั้น ได้แง่คิดอะไรบ้าง

3.จะนำสิ่งที่เรียน และแง่คิดนั้น ไปใช้อะไรได้บ้าง

(มองอีกมุมก็เหมือนกับ AAR  และการถอดบทเรียน ... )

 

บันทึกนี้จึงขอเป็นการ save สิ่งที่ได้เรียนนะคะ โดยการตอบคำถาม 3 ข้อ ข้างบน(แบบทยอยๆ ...)

 

วันนี้ได้เรียน ได้ฟังอะไรมาบ้าง?

 

การเรียนกับการฝึกอบรมต่างกัน เพราะการฝึกอบรมจะประกอบไปด้วย K A S H

K = Know-how ประกอบด้วย concept, process และ application คือ มีหลักการ ทฤษฎี วิธีการ และนำไปใช้ได้

A = Attitude ทัศนคติที่ดีต่อกัน คนเรียนคนสอนต้องพูดคุยกัน ดังนั้น ห้องเรียนหนึ่งต้องไม่เกิน 21 คน เพื่อให้ผู้สอนได้ดูแลผู้เรียนอย่างทั่วถึง

S = Skill ต้องมีการฝึกเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ จึงต้องมีการแบ่งกลุ่ม และกลุ่มหนึ่งไม่ควรเกิน 7 คน เพื่อทุกคนจะได้ทำงาน (หาก 10 คน จะมี 5 คนทำงาน อีก 5 คน คุยกัน)

H = Habit พฤติกรรม เมื่อฝึกบ่อยๆ ทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นนิสัย หากการฝึกอบรมประสบความสำเร็จ ผู้เข้าอบรมจะเปลี่ยนพฤติกรรม

 

การเป็นผู้บริหารที่ดี  (ขอเล่าต่อในบันทึกต่อไปค่ะ...อิอิ)

 

แต่ตอนนี้ขอถามคำถามก่อนค่ะว่า 

 

3  +  3  =  ?

 

เชิญทุกท่านตอบคำถามนะค่ะ พรุ่งนี้จะมาเฉลยค่ะ